เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1597 สร้างมันออกมา
บทที่ 1597 สร้างมันออกมา
แววตาของหยวนเส้าหยินพลันเย็นยะเยือก “นี่มันตัวอะไรกัน”
“เอาเป็นว่าเป็นตัวที่ลัทธิเต๋าของพวกเจ้าสร้างมันออกมาแล้วกัน”
หยวนเส้าหยิน “…”
เขาถึงกับต้องสะอึกเพราะคำพูดของเฉิงยวนอีกครั้ง เขาขยับฝีเท้า หยิบอาวุธเวทของตัวเองออกมาแล้วโจมตีใส่สัตว์ประหลาด
หารู้ไม่ว่าสัตว์ประหลาดที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าเมื่อครู่ กลับกระโจนขึ้นมาได้ในพริบตาขณะที่เขากำลังจู่โจมมันด้วยความเร็วสูง มันคลานผ่านกำแพง ทิ้งร่องรอยสีดำเป็นยวง
หยวนเส้าหยินสะกิดปลายเท้า รุกไล่ตามมันไปอีกครั้ง แต่ว่าก็ยังช้าเกินไป
ปัง ๆ ๆ
สมาชิกองค์กรยิงปืนรัวใส่
“หัวหน้าซู่ครับ มันไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย” ต่อให้ยิงโดน ก็ไม่อาจหยุดยั้งการรุกคืบจากมัน
สิ้นเสียงเอ่ยนั้น กรงเล็บแหลมคมของสัตว์ประหลาดก็ฟาดเข้ามา
สมาชิกองค์กรกลัวจนกระดิกตัวแทบไม่ได้ แถมยังรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่สัตว์ประหลาดนั่นปล่อยออกมา
วินาทีต่อมา สมาชิกในองค์กรก็ถูกดึงตัวออกไปแล้วเหวี่ยงไปด้านหลัง
เฉิงยวนขวางอยู่เบื้องหน้าทุกคน เส้นผมสีดำของเธอประหนึ่งเข็ม ดวงตาผีแดงก่ำ กระโปรงสีแดงสดยิ่งสยายไปด้วยจิตสังหาร
เดิมทีสัตว์ประหลาดตัวนี้มุ่งหน้าไปยังห้องที่ฉู่ลั่วอยู่ เมื่อเวลานี้รับรู้ถึงจิตมุ่งร้ายอันกล้าแกร่ง มันก็ถูกดึงดูดไปด้วย
ดวงตาสองข้างที่มาจากการประกอบต่อกันหันมองมา ในปากส่งเสียงฮึดฮัด
ราวกับกำลังยินดีปรีดา
หยวนเส้าหยินฟาดกระบี่เข้ามา แล้วมายืนอยู่ข้างกายเฉิงยวน ก่อนจะถูกพลังหยินอันกล้าแกร่งของเธอทิ่มแทงจนผิวรู้สึกชา
“สัตว์ประหลาดนี่มีชีวิต!”
สมาชิกองค์กรด้านหลังคนหนึ่งตะโกน
หยวนเส้าหยินกำกระบี่แน่น แววตาหนาวสะท้าน “ผมโจมตี…”
เขาพูดไม่ทันจบ เฉิงยวนก็ชิงลงมือก่อนแล้ว
เธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปล่อยพลังผีทั้งตัวโจมตีใส่สัตว์ประหลาด
หยวนเส้าหยินเม้มริมฝีปาก วินาทีต่อมาก็ตวัดกระบี่คอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ
จากนั้นพลันได้ยินเสียงดังแกรก เฉิงยวนจับหัวสัตว์ประหลาดไว้ได้แล้ว เล็บมือที่ปักเข้าไปในหัวกะโหลกแล้วออกแรงอีกเล็กน้อย
ซู่เซี่ยงหยางส่งเสียง “เก็บชีวิตเขาไว้!”
แกรก!
กะโหลกศีรษะพลันแตกร้าว
เฉิงยวนดึงป้ายหยกป้ายหนึ่งออกมาแล้วโยนให้ซู่เซี่ยงหยาง
สัตว์ประหลาดล้มลงกับพื้น แขนขากระจัดกระจาย
แขนขาที่ต่อกันอยู่ในตอนแรกถูกพันด้วยด้ายสีแดงทั้งหมด เมื่อคลายออกในตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นราวกับสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม
ซู่เซี่ยงหยางก้มมองป้ายหยกในมือ
ป้ายหยกสะอาดสะอ้าน ไม่เปื้อนเลือดแม้สักหยด บนนั้นมีอักขระอันซับซ้อนสลักเอาไว้
เขาเก็บป้ายหยกด้วยความระมัดระวัง ขณะทำท่าจะเอ่ยปากก็ได้ยินเฉิงยวนเอ่ยขึ้น “อีกมาก!”
“อะไรนะ!”
“ยังมีอีกมาก”
อีกมาก?
หมายความว่ายังไง!
เสียงครืดคราดดังเข้ามา ราวกับเป็นเสียงของฝ่าเท้านับไม่ถ้วนที่ถูกับพรม
ซู่เซี่ยงหยางพลันชาวาบไปทั้งศีรษะ
หยวนเส้าหยินก็หายใจติดขัด เขากำกระบี่ในมือแน่น
เฉิงยวนเอ่ยขึ้น “ซูเยียน!”
เถาซูเยียนตอบรับดังอืม แล้วใช้สองมือโบกไปมาเบา ๆ ผีเสื้อกลางคืนสีแดงฉานตัวหนึ่งบินออกจากตัวเธอ เลี้ยวไปตามหัวมุมอย่างรวดเร็ว หมอกสีแดงแผ่ซ่านออกมา
สองฝั่งของทางเดินถูกหมอกสีแดงนั้นปกคลุมทั้งหมด
เสียงร้องคำรามของสัตว์ประหลาดพลันดังออกมา
เฉิงยวนกลับมาเป็นปกติ เธอมองเถาซูเยียนแล้วยกนิ้วโป้งให้
เถาซูเยียนยิ้มอย่างได้ใจ แล้วปรายตามองพวกซู่เซี่ยงหยางด้วยความดูแคลน
พวกผู้ใหญ่ไร้ประโยชน์ทั้งหลาย!
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“มาแล้ว!”
จู่ ๆ หยวนเส้าหยินก็ส่งเสียงออกมา เขาเงยหน้ามองทันที แม้จะเห็นแค่ฝ้า แต่ยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหารมหาศาลของอสนีบาตสวรรค์
ภายในประตูห้อง ฉู่ลั่วลืมตาขึ้นช้า ๆ
พลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ในชีพจรของเธอ
จากนั้นเธอก็เงยหน้ามองท้องฟ้าช้า ๆ
อสนีบาตสวรรค์!
หูเสี่ยวหลีเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าที่เกี่ยวพันกันอยู่บนท้องฟ้าแล้วรู้สึกว่ากลุ่มเมฆค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมาเรื่อย ๆ
“เจียเหยียน พวกเราเข้าไปเถอะ”
เธอใช้หางปัดพลังวิญญาณที่โจมตีเข้ามาอีกครั้ง แล้วหันไปคว้าตัวจิ่งเจียเหยียนหลบเข้าไปในโรงแรม
แต่จิ่งเจียเหยียนกลับคว้าแขนเธอเอาไว้ “สายฟ้านั่นเคลื่อนที่ไปแล้ว”
จากนั้นก็เห็นว่ากลุ่มเมฆซึ่งเดิมทีมารวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้าเหนือโรงแรมค่อย ๆ เคลื่อนไปทิศทางอื่น