เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1616 อาหารสำหรับสองคน
บทที่ 1616 อาหารสำหรับสองคน
ไจ๋โหรวห่อไหล่ “แล้วนักพรตเทียนหลัวคนบ้านั่น ยังถือแส้มาหาเขาตอนดึกดื่น เห็นชัด ๆ ว่าอยากจะตีเขา…แล้วก็มาเจอพวกเราสองคนบนเตียง”
แน่นอน…
ตอนนั้นท่าทางของพวกเขาสองคนก็ดูไม่ค่อยดีนัก
เธอคร่อมอยู่บนตัวจี้ไจ่ กำลังดึงเสื้อผ้าของเขา พูดให้ถูกคือ ถอดเสื้อตัวบนของเขาออกไปครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่ว่าเธอกับจี้ไจ่บริสุทธิ์ใจนะ
ซุนหย่าจิ้งทำเสียงจุ ๆ สองครั้ง “แล้วพวกเธอก็โกหกว่าตัวเองกำลังคบหาดูใจกันอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่!”
“ทั้งสองตระกูลเป็นคนของลัทธิเต๋า มีเคร่งครัดในกฎระเบียบ พอเห็นสถานการณ์แบบนั้นของพวกเราสองคน ก็ตัดสินใจว่าจะจัดพิธีแต่งงานให้เร็วที่สุดครับ”
จี้ไจ่อธิบายอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปพูดกับฉู่ลั่วว่า “เจ้านิกาย ผมไปสืบเรื่องของห้องครัวมาแล้ว เป็นเหมือนที่ไจ๋โหรวพูดไว้ทุกอย่างครับ”
“หลายปีมานี้ ห้องครัวส่งอาหารให้พ่อของผมตลอด ส่งอาหารให้ทั้งสามมื้อ”
“ถ้าคิดตามปริมาณแล้ว มันเป็นอาหารสำหรับสองคน”
ฉู่ลั่วพยักหน้ารับ “หมายความว่าคุณสงสัยว่าแม่ของคุณอยู่ในที่พำนักเดียวกับพ่อของคุณใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ”
“ตอนทำพิธี อาจารย์ของผมจะเชิญพ่อผมออกมา ถึงตอนนั้นก็ขอให้เจ้านิกายช่วยผมเข้าไปตรวจสอบข้างในด้วยครับ”
ค่ายกลนั้นไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ นอกจากจะเป็นคนที่พ่อของเขายินยอม
แต่ว่า…
เจ้านิกายจะต้องสามารถเข้าไปได้แน่นอน
เฉิงยวน “ข้าอยากไปด้วย”
ซุนหย่าจิ้งเองก็พูดต่อ “ฉันก็อยากไปค่ะ”
ไจ๋โหรว “ฉันก็อยาก…”
จี้ไจ่รีบดึงตัวเธอไว้ “เธอไปไม่ได้หรอก”
ไจ๋โหรว “…”
ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก เชิญฉู่ลั่วและคนอื่น ๆ ออกไป เพราะจะเริ่มแต่งหน้าทำผมให้เจ้าสาวแล้ว
หลายคนออกไปที่ลานด้านหน้า ก็เห็นว่ามีคนจากลัทธิเต๋ามาถึงกันมากแล้ว
พอคนลัทธิเต๋าเห็นฉู่ลั่วที่มีเฉิงยวนและซุนหย่าจิ้งติดตามมาด้วย ก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเย็นชา
ซู่เซี่ยงหยางโบกมือเรียกพวกเขา “ทางนี้ครับ”
พอพวกเธอเดินมานั่งลง ซู่เซี่ยงหยางก็พูดด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่าของขวัญที่ให้กันในงานแต่งงานของคนลัทธิเต๋าล้วนเป็นของวิเศษ หรืออักขระอะไรพวกนั้น”
“ก็เป็นนักพรตนี่คะ เป็นของปกตินั่นแหละค่ะ!”
ซู่เซี่ยงหยาง “ของล้ำค่าทั้งนั้นเลยนะครับ!”
“สองตระกูลใหญ่แต่งงานกัน ให้ของแบบนี้ก็ปกติไม่ใช่เหรอคะ!”
ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศก็ดังมาจากด้านหน้า “ตระกูลหยวน ถ้วยหยกเขียวลายดอกบัว หนึ่งชุด”
เฉิงยวนลุกพรวดขึ้นมาทันที “อะไรนะ!”
ซู่เซี่ยงหยางดึงเธอให้นั่งลง “คุณหนูตระกูลเฉิงผู้สูงศักดิ์ จะมีของล้ำค่าอะไรที่ไม่เคยเห็นกัน?”
เขาได้ยินไจ๋โหรวเล่าว่าเฉิงยวนเมื่อหลายพันปีก่อนนั้น ใช้ชีวิตแบบคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างแท้จริง
ครอบครัวมีเงินทอง
คู่หมั้นมีอำนาจบารมี
สมบัติอะไรเธอก็ไม่สนใจ
“มันไม่เหมือนกัน!” เธอเงยหน้าขึ้นมอง “ข้าแค่ไม่รู้ว่าเป็นอันเดียวกับตอนนั้นหรือเปล่า!”
ขณะที่พูดอยู่นั้น หยวนเส้าหยินก็เดินเข้ามา
เขาเพิ่งนั่งลง ก็เห็นเฉิงยวนจ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ถ้วยหยกเขียวลายดอกบัวนั่น ทำจากทองสัมฤทธิ์เป็นฐาน หยกขาวเป็นเนื้อ ชุดหนึ่งมีสิบสองใบ!”
หยวนเส้าหยิน “อืม”
“ข้างในยังมีหยกเลือดแทรกอยู่ด้วย”
“มีสองใบที่มีหยกเลือดแทรก”
“ฮึ!” เฉิงยวนแค่นเสียงเย็นชา ยกมือกอดอก “มันเป็นของของข้า”
หยวนเส้าหยินชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นของของคุณเฉิงหรือครับ?”
“…จะพูดแบบนั้นก็ได้”
จะพูดแบบนั้นก็ได้ แสดงว่าไม่ใช่คำตอบที่แน่นอน
หยวนเส้าหยินมองไปรอบ ๆ แล้วก็หันไปมองโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลนัก พอเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขารีบมองเฉิงยวนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เฉิงยวนเอามือเท้าคาง “เห็นเจี่ยซีแล้วหรือ?”
หยวนเส้าหยินรีบหันสายตากลับมาทันที อยากจะบอกว่าไม่เห็น แต่ก็ไม่อยากโกหก
“สวีจิ้น…”
“ข้าไล่เขาไปแล้ว เขามีสิทธิ์อะไรมาเลือกนั่นเลือกนี่! ข้ายังไม่ได้เลือกเลย แต่เขากลับเลือกเองซะแล้ว!”
เฉิงยวนแค่นเสียงเย็น “ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำใจเมื่อพันปีก่อน ตอนนี้ข้าคงจะทุบหัวสุนัขของเขาให้แตกไปแล้ว! ขอบคุณความรักอันลึกซึ้งของเขาเมื่อพันปีก่อนเสียเถอะ!”