เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1619 เธอคือคนที่นายแย่งชิงมา
บทที่ 1619 เธอคือคนที่นายแย่งชิงมา
ราตรีมืดมิดทอดตัวลง
นักพรตเทียนหลัวรีบร้อนเดินไปยังเรือนพักด้านหลัง ยกมือเคาะประตูรั้ว
ค่ายกลก็สั่นสะเทือน
แต่เขาไม่สนใจอะไรเลย ยังคงเคาะประตูอย่างแรงอยู่เช่นนั้น
ไม่นานจี้จิงเหิงก็เดินออกมา เปิดประตูด้วยสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย “มีธุระอะไร?”
“มีธุระสิ!”
นักพรตเทียนหลัวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “วิญญาณร้ายบุกเข้ามาในเรือนพักของนายใช่ไหม?”
“อืม”
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร แค่ค่ายกลถูกโจมตีเท่านั้น”
“แน่ใจหรือ? พวกเขามาก็เพื่อเรือนพักของนายใช่ไหม?”
จี้จิงเหิงตาหรี่ลง มองนักพรตเทียนหลัว “นายถามแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ฉันรู้ว่าเป็นโม่หวายอวี้นั่นแหละที่นำพาวิญญาณร้ายมา นายเป็นหัวหน้าตระกูลของตระกูลจี้ จะไม่สนใจตระกูลจี้ก็ช่างเถอะ แต่ยังก่อเรื่องน่าอัปยศแบบนี้ในช่วงที่สองตระกูลใหญ่กำลังจะเกี่ยวดองกัน” นักพรตเทียนหลัวโกรธจนกัดฟันกรอด “นายจะให้ลัทธิเต๋าตระกูลอื่นทั่วทั้งใต้หล้ามองตระกูลจี้ของเราเป็นอย่างไร?”
“วันนี้เป็นวันมงคลของลูกชายนาย พิธีแต่งงานยังทำไม่เสร็จสิ้นด้วยซ้ำ”
นักพรตเทียนหลัวพูดมากมาย แต่ก็เห็นว่าสีหน้าของจี้จิงเหิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก
จู่ ๆ เขาก็กัดฟันพูด “ฉันไม่ควรเห็นด้วยกับแผนอะไรนั่นของนายตั้งแต่แรก ดูนายสิ…นายกลายเป็นอะไรไปแล้ว!”
“ควรจะรีบฆ่าโม่หวายอวี้คนนั้นซะ…”
ตูม!
นักพรตเทียนหลัวพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกพลังวิญญาณอันแรงกล้าโจมตีจนล้มลง เขากระแทกพื้นอย่างแรงจนพ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง
จี้จิงเหิงเอ่ย “เธอคือภรรยาของฉัน เป็นหัวหน้าตระกูลของตระกูลจี้”
นักพรตเทียนหลัวไอออกมาเป็นเลือดสด ๆ เขาหัวเราะเยาะ “เธอคือคนที่นายแย่งชิงมา หลอกลวงมา มีแค่นายเท่านั้นที่คิดว่าพวกนายสองคนเป็นสามีภรรยากัน ลองถามโม่หวายอวี้ดูสิว่าเธอเห็นด้วยไหม?”
สีหน้าจี้จิงเหิงยังคงไม่เปลี่ยน “ฉันเห็นด้วยก็พอแล้ว”
เขาหมุนตัวเข้าไปในเรือนพัก
นักพรตเทียนหลัวพยายามลุกขึ้น เช็ดเลือดตรงมุมปากอย่างหัวเสีย แล้วค่อย ๆ หมุนตัวจากไป
สามคนที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ มองหน้ากันไปมา
จี้ไจ่จ้องมองเรือนพักด้วยสายตาเย็นชา
ไจ๋โหรวมองเขาอย่างระมัดระวัง “พวกเราจะเข้าไปตอนนี้เลยหรือ? วันนี้พ่อของนายคงระวังตัวสูงมากแน่ ๆ !”
จี้ไจ่ “เขาระวังตัวทุกวันอยู่แล้ว ถ้ายังช้าต่อไป ฉันกลัวว่าเขาจะย้ายคนไปที่อื่นก่อน”
เขามองไปทางฉู่ลั่ว “รบกวนเจ้านิกายด้วยนะครับ”
ฉู่ลั่วมองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองซุนหย่าจิ้งกับเฉิงยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ตอนนี้เขาอยู่ในค่ายกลพอดี ถ้าฉันเปิดค่ายกล จะต้องทำให้เขาตื่นตระหนกแน่ ๆ”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมจะรับผิดชอบเองครับ!”
จี้ไจ่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฉู่ลั่วกระโดดขึ้นไปบนค่ายกลของเรือนพักทันที คราวนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว
เธอยกมือขึ้นมาประสานดิน พร้อมกับท่องคาถา
ปลายนิ้วของเธอลากผ่านอากาศเบา ๆ จากนั้นหยดเลือดก็ซึมออกมา
พร้อมด้วยพลังวิญญาณของเธอ หยาดเลือดแผ่ขยายปกคลุมค่ายกล
ค่ายกลที่เดิมมองไม่เห็นในตอนแรกนั้น เพียงพริบตาก็ถูกปกคลุมด้วยสีแดงจาง ๆ
“ใคร!”
เมื่อได้ยินเสียงของจี้จิงเหิง ค่ายกลก็แตกสลายลงทันที
มันไม่ใช่แค่การเปิดช่องเล็ก ๆ แต่ค่ายกลทั้งหมดเปิดออกพร้อมกัน
“เป็นคุณนี่เอง!” จี้จิงเหิงเงยหน้าขึ้นมองเห็นฉู่ลั่วทันที เขากระโจนขึ้นไปหา แต่กลับถูกจี้ไจ่ขวางไว้กลางทาง
“เจ้านิกายครับ!”
ฉู่ลั่วรีบพุ่งเข้าไปในห้องทันที
จี้จิงเหิงกวาดตามองจี้ไจ่ “แกกำลังทำอะไร! แกรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?”
จี้ไจ่ “ผมรู้! ผมแค่อยากเจอแม่ แค่อยากรู้ว่าข่าวลือพวกนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า ผมแค่…อยากเข้าใจว่าตนเองเกิดมาได้ยังไงกันแน่?”
จี้จิงเหิงยกมือขึ้น ใช้แส้ฟาดใส่จี้ไจ่ทันที
จี้ไจ่ยกมือขึ้นป้องกัน ขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่ง พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งก็โจมตีเข้ามา
“ในเมื่อแกรนหาที่ตาย ฉันก็จะสงเคราะห์แกเอง!”
พลังวิญญาณแหลมคมดั่งใบมีดพุ่งตรงเข้าหาจี้ไจ่ แต่กลับถูกแผ่นยันต์สกัดไว้ได้กลางทาง