เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1620 ฉันไปไม่ได้
บทที่ 1620 ฉันไปไม่ได้
ไจ๋โหรวเบิกตากว้างพลางร้องว่า “ลุงจี้ เขาเป็นลูกแท้ ๆ ของคุณหรือเปล่า! คุณลงมือโหดร้ายเกินไปแล้วนะ! คนในลัทธิเต๋าล้วนเคารพย่ำเกรงต่อสรรพชีวิต แต่คุณกลับลงมือกับลูกชายตัวเองโหดเหี้ยมขนาดนี้!”
หงอินก็พุ่งเข้ามา รวบรวมพลังวิญญาณโจมตีใส่จี้จิงเหิง
ภายในห้องก่อเกิดคลื่นพลังวิญญาณอันทรงพลัง
จี้จิงเหิงเบิกตากว้างอย่างฉับพลัน หันไปมองภายในห้องแล้วตะโกนว่า “หยุดเดี๋ยวนี้!”
เฉิงยวนและซุนหย่าจิ้งวิ่งออกมา พวกเธอกำลังพยุงหญิงร่างผอมบางคนหนึ่ง รีบมุ่งหน้าออกไปจากประตู
การจากไปของโม่หวายอวี้กระตุ้นอารมณ์ของจี้จิงเหิงเข้า
พลังวิญญาณทั่วร่างของเขาพลุ่งพล่าน เพียงยกมือขึ้นก็ปรากฏดาบอันเย็นเยียบในมือ
“ระวัง!” จี้ไจ่คว้าตัวไจ๋โหรวด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือคว้าตัวหงอินไว้ แล้วดึงพวกเขาไปด้านหลังตัวเอง
เขายกมือขึ้นใช้พลังวิญญาณต้านทานดาบน้ำแข็ง
ยันต์เพิ่งจะถูกสะบัดออกมา ก็โดนดาบน้ำแข็งฟันทิ้ง
เห็นได้ชัดว่าดาบน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งกำลังจะฟันใส่จี้ไจ่
ไจ๋โหรวเบิกตากว้างมองเหตุการณ์นี้ เธอถึงกับลืมร้องตกใจ
ในช่วงเวลาคับขันนั้น ยันต์แผ่นหนึ่งบินมาอยู่ตรงหน้าจี้ไจ่ ป้องกันคมดาบอันคมกริบนั้นไว้ได้ทันที
คมดาบที่ฟันผ่านยันต์แล้วตกลงบนตัวจี้ไจ่ เหลือเพียงพลังวิญญาณบางเบาเท่านั้น
แต่มันก็ยังทำให้จี้ไจ่ถูกฟันจนตกลงมาจากกลางอากาศ กระแทกพื้นอย่างแรง
จี้จิงเหิงไม่ได้หยุดพัก ไล่ตามคนไปทันที
เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็ไล่ตามเฉิงยวนและซุนหย่าจิ้งได้ทัน
เฉิงยวนปล่อยมือ ผลักซุนหย่าจิ้งกับโม่หวายอวี้ออก “พวกเจ้าไปก่อน”
ซุนหย่าจิ้ง “เธอจะต้านไหวเหรอ?”
จี้จิงเหิงคนนี้ดูเก่งกาจมากเลยนะ!
“ข้าจะต้านไว้จนกว่าลั่วลั่วจะมาถึงก็พอ”
ซุนหย่าจิ้งก็ไม่รอช้า รีบพาโม่หวายอวี้ออกไปทันที
เฉิงยวนเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นสีแดงทันที เธอขวางหน้าจี้จิงเหิงไว้ “เจ้าคิดว่าจะสามารถขัดขวางข้าได้หรือ?”
เฉิงยวนยิ้ม “ลองดูสิ! จะขัดขวางได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน”
จี้จิงเหิงร่อนลงเบา ๆ บนกิ่งไม้สีเขียวสด แส้ปัดคาดอยู่ที่เอว มือหนึ่งถือดาบอันคมกริบราวกับน้ำค้างแข็ง
เขาดูหนุ่มมาก อายุเหมือนไม่ต่างจากจี้ไจ่เท่าไหร่
แม้แต่ดวงตาและเรียวคิ้วก็คล้ายกับจี้ไจ่ถึงเจ็ดแปดส่วน แต่กลิ่นอายทั้งตัวเขากลับแตกต่างจากจี้ไจ่อย่างสิ้นเชิง
เฉิงยวนหัวเราะเบา ๆ “ถ้าคนอื่นที่ไม่รู้จักมาเห็น คงคิดว่าเจ้าเป็นผู้บำเพ็ญนอกรีตจากที่ไหนสักแห่ง!”
จี้จิงเหิงมือหนึ่งถือดาบ ฟันฟาดไปกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าหาเฉิงยวน
เฉิงยวนตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณอันมหาศาลนั้น
พลังวิญญาณนี้…
“โม่หวายอวี้! ถ้าเธอกล้าหนีไป ก็เตรียมตัวไปเก็บศพโต้วเหลียงได้เลย!”
เสียงของจี้จิงเหิง ก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า
โม่หวายอวี้ที่กำลังวิ่งตามซุนหย่าจิ้งอยู่นั้นหยุดฝีเท้าลงทันที เธอหันกลับไปมองด้านหลังโดยไม่รู้ตัว “ฉันไปไม่ได้…”
“ไม่ได้บ้าอะไรคะ!” ซุนหย่าจิ้งดึงตัวเธอไว้ “สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวคุณเองนะ ไม่ใช่ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น!”
“แต่ว่า โต้วเหลียง…”
“จะเป็นโต้วเหลียงหรือใครก็ช่างเถอะค่ะ คิดถึงตัวคุณเองสิคะ คิดถึงลูกชายของคุณ…”
โม่หวายอวี้ที่ยังลังเลอยู่นั้น เมื่อซุนหย่าจิ้งพูดถึงจี้ไจ่ เธอก็หยุดยืนนิ่งไป แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ฉันไปไม่ได้”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวกลับวิ่งไปยังที่เดิม
ซุนหย่าจิ้งร้องโอดครวญอยู่ด้านหลัง แล้วรีบวิ่งตามไป “ฉันถึงบอกไงว่า ฉันเกลียดที่สุดเลยเวลาที่ไม่คุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
พอวิ่งตามไปทัน ซุนหย่าจิ้งก็เห็นจี้จิงเหิงฟาดแส้ปัดใส่ร่างของเฉิงยวน ทำให้เฉิงยวนกระเด็นจนไปชนต้นไม้
“ยวนยวน!”
ซุนหย่าจิ้งตะโกนเสียงดัง กำลังจะเข้าไปรับร่างของเฉิงยวน
ไม่คาดคิดว่าระหว่างนั้น จะมีดวงวิญญาณที่พุ่งเข้ามารับร่างของเฉิงยวนไว้ได้เสียก่อน
ดาบใหญ่เล่มหนึ่งลอยขึ้นไปกลางอากาศ พุ่งเข้าหาจี้จิงเหิง
จี้จิงเหิงใช้อาวุธเวทปัดป้อง แล้วใช้พลังวิญญาณฟันทำลายดาบนั้น
ดาบใหญ่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ก่อนจะตกลงมาอยู่ข้างกายสวีจิ้น
“ฉันไม่ไปแล้ว คุณ…คุณปล่อยพวกเขาไปเถอะ” โม่หวายอวี้วิ่งเข้าไป เงยหน้ามองจี้จิงเหิงที่ลอยอยู่กลางอากาศ