เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1621 แยกพวกเราออกจากกัน
บทที่ 1621 แยกพวกเราออกจากกัน
จี้จิงเหิงก้มมองโม่หวายอวี้ด้วยสายตาเรียบเฉย “ปล่อยพวกเขาไปอย่างนั้นเหรอ?”
“เสี่ยวอวี้ เธอยังไร้เดียงสาเหมือนเดิม เธอคิดว่าฉันจะปล่อยพวกเขาไปจริง ๆ เหรอ?”
“พวกเขามาแล้ว เธอก็อยากจะไป”
เสียงของจี้จิงเหิงแผ่วเบา ราวกับเซียนผู้ไม่เคยแปดเปื้อนฝุ่นธุลี “พวกเราเป็นสามีภรรยากัน สัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ใครที่พยายามแยกเราออกจากกัน คนคนนั้นก็สมควรตาย”
“รวมถึงลูกของเราด้วย”
ขณะที่พูด เสียงซู่ซ่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
จี้ไจ่และคนอื่น ๆ ร่อนลงมาพร้อมกัน
ไจ๋โหรวเห็นเฉิงยวนล้มอยู่บนพื้นก็ตกใจ “ยวนยวน…”
เฉิงยวนพิงไหล่สวีจิ้น ปล่อยให้เขาถ่ายพลังหยินให้ “ร้องทำไม ข้ายังไม่ตายสักหน่อย! แค่โดนพลังวิญญาณทำร้ายเท่านั้นแหละ!”
“ลั่วลั่วล่ะ?”
ไจ๋โหรว “เจ้านิกายยังคงช่วยคนอยู่”
โม่หวายอวี้ที่เดิมทีมีสีหน้าขมขื่น พอได้ยินคำว่าช่วยคนก็เงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว
เธอเห็นชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายกับจี้จิงเหิง
“เป็น…เป็น…”
จี้ไจ่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางโม่หวายอวี้ ขณะที่คอยจับตามองจี้จิงเหิงอย่างระแวดระวัง
เขาชำเลืองมองไปยังโม่หวายอวี้
โม่หวายอวี้ยังคงดูอ่อนเยาว์และงดงาม ไม่มีทีท่าว่าอายุมากขึ้นเลย แต่ร่างกายเธอกลับผอมมาก
ชุดสีขาวยิ่งทำให้เธอเหมือนกำลังโอนเอนไปกับเสื้อผ้า
เขาสะอื้นในลำคอ “แม่ครับ!”
โม่หวายอวี้ดวงตาแดงก่ำ “เป็นจี้ไจ่ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ผมเอง”
โม่หวายอวี้กำลังจะรู้สึกเศร้า แต่แล้วก็ได้ยินเสียงของจี้จิงเหิงดังขึ้นอย่างเรียบเฉย “เสี่ยวอวี้ ลูกชายของเราต้องการแยกพวกเราออกจากกัน”
“จี้จิงเหิง คุณคิดจะทำอะไร!”
เธอก้าวไปข้างหน้าหมายจะขวางหน้าจี้ไจ่ แต่กลับถูกจี้ไจ่ห้ามเอาไว้
จี้จิงเหิงพูด “ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอก็คงไม่คิดจะหนีตลอดเวลาหรอก”
เขาหมุนดาบในมือ “แต่เดิมฉันก็ไม่ได้อยากมีลูกอยู่แล้ว”
พูดจบ แสงวาบวับของคมดาบก็พุ่งตรงไปยังจี้ไจ่
ความเร็วของจี้จิงเหิงเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจากก่อนหน้านี้
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกใจ
จี้จิงเหิงช่างเก่งกาจเหลือเกิน
ในขณะที่แสงสว่างวาบพุ่งเข้าไปหาจี้ไจ่ในชั่วพริบตานั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าจี้ไจ่ไว้
ฉู่ลั่วใช้มือหนึ่งลากชายร่างกายอ่อนแรงมา อีกมือหนึ่งยกขึ้นป้องกันดาบน้ำแข็ง
เธอโยนชายคนนั้นลงพื้น แล้วรวบรวมพลังวิญญาณที่มืออีกข้าง พุ่งเข้าโจมตีจี้จิงเหิงโดยตรง
ทั้งสองต่อสู้กันกลางอากาศ เงาและแสงส่องสะท้อนวูบวาบไปมา
“อาเหลียง”
โม่หวายอวี้โถมตัวลงไปดูร่างชายที่นอนอยู่บนพื้น
โต้วเหลียงมีรูปร่างผอมบางยิ่งกว่าโม่หวายอวี้เสียอีก ใบหน้าซีดขาวอย่างน่ากลัว ร่างทั้งร่างดูราวกับมีแต่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น
เมื่อเทียบกับโม่หวายอวี้ที่ยังคงมีใบหน้าอ่อนเยาว์ โต้วเหลียงกลับมีผมขาวโพลน ลมหายใจระโหยแรง ดูราวกับใกล้สิ้นใจ
“อาเหลียง! ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ไปได้!”
โม่หวายอวี้พยุงโต้วเหลียงขึ้นมา กอดร่างที่เบาหวิวไว้ด้วยความรู้สึกปวดใจ
โต้วเหลียงลืมตาขึ้นมาอย่างเลือนราง “ผมนึกว่า จะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีกแล้วจนกระทั่งตาย”
“อาเหลียง…”
เสียงของฉู่ลั่วดังมาจากกลางอากาศ “พวกคุณรีบไปก่อนเถอะ”
จี้ไจ่แบกโต้วเหลียงด้วยความรู้สึกสับสน แล้วพาทุกคนออกไปด้วยกัน
“โม่หวายอวี้ เธอจะกล้าหนีไปไหน!”
จี้จิงเหิงที่กำลังต่อสู้กับฉู่ลั่วอยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นภาพนี้ก็ตะโกนด้วยความเคืองโกรธ แล้วพุ่งตัวทะยานตรงมาหาพวกเขา
ฉู่ลั่วกระโจนเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ทันที
ดาบชิงเจวี๋ยลงมือทันใดเพื่อสกัดกั้นจี้จิงเหิง
ฉับพลันนั้น
คมดาบแทงเข้าที่ร่างของจี้จิงเหิง พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งปะทะตัวเขา
เกิดเสียงดังปัง
จี้จิงเหิงกระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง กระอักเลือดสด ๆ ออกมา
เขาพยายามดิ้นรนลุกขึ้น แต่กลับเผชิญหน้ากับฉู่ลั่วที่ค่อย ๆ ร่อนลงมา
ฉู่ลั่วยกดาบขึ้น ดาบชิงเจวี๋ยจ่อที่ลำคอของจี้จิงเหิง
จี้จิงเหิงกลับไม่มองเธอเลยสักนิด สายตาของเขาจับจ้องไปยังทิศทางที่โม่หวายอวี้และคนอื่น ๆ จากไป
ดาบของฉู่ลั่วกดลงไปอีกเล็กน้อย ทำให้คอของจี้จิงเหิงถูกบาดทันที
“เจ้านิกาย!”