เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1625 ผลผลิตของการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1625 ผลผลิตของการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม
บทที่ 1625 ผลผลิตของการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม
ประโยคแรก ๆ ทำให้ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ประโยคสุดท้ายกลับทำให้ทุกคนหันไปมองฉู่ลั่วพร้อมกัน
แม้แต่ซุนหย่าจิ้งที่ปกติจะสงบนิ่งก็ยังตกตะลึง
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ในสมุดบุพเพไม่ได้แบ่งแยกชายหญิง แม้การผสานหยินหยางจะเป็นกฎของสวรรค์ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความรักของเพศเดียวกัน”
ซุนหย่าจิ้ง “พูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ว่า…”
เธอมองโม่หวายอวี้ แล้วหันไปมองจี้ไจ่
แม่ลูกของคนอื่นยังยืนอยู่ตรงนี้ คุณกลับพูดขึ้นมาทันทีว่าคนเพศเดียวกันสองคนต่างหากที่เป็นคู่แท้
โม่หวายอวี้งงงวยอยู่พักใหญ่ แล้วจึงพูดว่า “ฉันไม่รู้”
“ไม่รู้เหรอคะ?”
โม่หวายอวี้พยักหน้า “ฉันไม่รู้ว่าในสายตาของสวรรค์ หรือพูดอีกอย่างคือในดวงชะตาดั้งเดิม ฉันควรจะรักกับโต้วเหลียงไปตลอดชีวิต หรือควรจะมีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองกับจี้จิงเหิง”
เธอส่ายหน้า แล้วยิ้มอย่างขมขื่นกว่าเดิม “ฉันไม่รู้จริง ๆ”
ไจ๋โหรว “ถ้าอย่างนั้น…คุณป้าชอบใครล่ะคะ? ไม่ต้องสนใจสวรรค์ ไม่ต้องสนใจดวงชะตาอะไรทั้งนั้น คุณป้าชอบใคร?”
การจัดการของสวรรค์ การกำหนดของโชคชะตา ล้วนสู้การเลือกจากหัวใจของตัวเองไม่ได้
โม่หวายอวี้ไม่พูดอะไร
เธอก้มหน้ามองโต้วเหลียง “ฉันไม่รู้”
จี้ไจ่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกไจ๋โหรวดึงแขนเสื้อไว้ แล้วส่ายหน้าให้เขา
“คุณคือเจ้านิกายใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณตามลำพัง” เธอเน้นย้ำ “ตามลำพังแค่เราสองคน! ไม่ว่าจะเป็นคน ผี หรือปีศาจ ก็ไม่อาจอยู่ด้วยได้”
ฉู่ลั่วเก็บแหวนหยกกลับ “ได้ค่ะ”
เธอหันไปมองไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ “ช่วยจัดห้องให้หน่อยนะคะ แล้วพาโต้วเหลียงไปที่นั่น”
จี้ไจ่พยักหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน แล้วมองโม่หวายอวี้อย่างกังวล
แต่เขาก็ถูกไจ๋โหรวลากตัวออกไป
ในห้องเหลือเพียงโม่หวายอวี้กับฉู่ลั่ว
จี้ไจ่ที่จัดการเรื่องโต้วเหลียงเรียบร้อยแล้ว ยังยืนอยู่หน้าประตูห้องของฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเหม่อลอย สายตาของเขาช่างว่างเปล่า
“กำลังคิดอะไรอยู่?”
จี้ไจ่มองไปทางไจ๋โหรว เธอมีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
ตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยังยิ้มได้อย่างมีความสุข ไร้เดียงสา ราวกับว่าทุกอย่างไม่มีอะไรสำคัญเลย
“นายคงไม่ได้คิดจริง ๆ หรอกนะว่าลุงจี้จะรักโต้วเหลียง แล้วคุณป้าก็เป็นคนไปแย่งชิงความรักมา!”
“ไม่ใช่!” จี้ไจ่เอ่ยขัดอย่างหมดคำจะพูด
ไจ๋โหรว “ถ้าอย่างนั้นนายก็กำลังคิดว่า ที่จริงแล้วโต้วเหลียงแย่งคุณป้าไป หรือว่าเป็นลุงจี้ที่แย่งคุณป้าไปกันแน่?”
จี้ไจ่ “…”
“มันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ! ไม่ว่าจะเป็นคุณป้ากับโต้วเหลียงแย่งลุงจี้ หรือลุงจี้กับโต้วเหลียงแย่งคุณป้า…หรือคุณป้ากับลุงจี้แย่งโต้วเหลียง…มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายทั้งนั้น!”
ไจ๋โหรวพูดต่อ “เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราหรอก แม่ฉันก็ชอบพูดว่า พ่อฉันดีกับรักแรกของเขามาก ๆ เวลาพ่อฉันโกรธ ก็จะบ่นแม่ตอนไล่ตามพระเอกในดวงใจ ทั้งทำอาหาร ทั้งซักผ้า”
เธอทำท่าเหมือนตนเองเหนือกว่า กระซิบบอกจี้ไจ่ว่า “ความรักมันก็เป็นแบบนี้แหละ ความรักที่ถูกลิขิตมานั้นมีแค่หนึ่งในล้าน”
“ใครแย่งได้ก็เป็นของของคนนั้นไป”
จี้ไจ่ “ถ้าอย่างนั้นเธอยังโกรธตระกูลสั่วอยู่สินะ โกรธพวกเขาที่พรากเฉิงยวนกับสวีจิ้นออกจากกัน!”
“มันไม่เหมือนกันสักหน่อย!” ไจ๋โหรวกลอกตา “เฉิงยวนกับสวีจิ้นรักกันจริง ๆ ทั้งสองคนไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนใจ แต่มันเป็นเพราะตระกูลสั่ว”
“ตระกูลสั่วใช้ทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขา และใช้ประโยชน์จากพวกเขา”
“แม้จะเป็นการแข่งขัน แต่นี่ก็เป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม”
พอเห็นไจ๋โหรวโกรธอีกแล้ว เขาจึงเดินไปอีกด้านหนึ่ง พิงกำแพงอย่างไม่แยแสอะไร พลางก้มหน้าลง “อาจเป็นไปได้ว่าตระกูลจี้ก็แข่งขันอย่างไม่ยุติธรรมเช่นกัน”
และเขาก็เป็นผลผลิตของการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมนั้น
ไจ๋โหรวก็เลียนแบบจี้ไจ่ เธอพิงกำแพงแล้วกอดอก “ทำไมทุกคนไม่สามารถคบหากันอย่างปกติได้ล่ะ? ชอบก็อยู่ด้วยกัน ไม่ชอบก็แยกย้าย”
“ในโลกนี้มีผู้ชายผู้หญิงตั้งมากมาย จำเป็นต้องสนใจแค่คนคนเดียวเหรอ?”