เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1627 ฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง
บทที่ 1627 ฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง
“ฮ่า ๆ !” ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ ยื่นมือไปลูบผมของเขา ได้ยินเสียงบ่นอย่างไม่พอใจ “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าท่านประธานฮั่วของเราจะกระตือรือร้นขนาดนี้”
แม้ว่าทั้งสองคนจะยืนยันในความสัมพันธ์แล้ว แต่เขาก็แค่กอดและสัมผัสกันเท่านั้น แม้แต่การจูบก็ยังควบคุมตัวเองได้ดีมาก
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดไว้ แต่ในตอนนั้นฉู่ลั่วมีแววตาสดใส
เขาไม่กล้า
หรือพูดอีกอย่างว่า ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าการสนิทสนมกับฉู่ลั่ว เป็นเหมือนการลบหลู่
เขากอดฉู่ลั่วโดยไม่พูดอะไร สูดกลิ่นไม้จันทน์อันเป็นเอกลักษณ์จากตัวเธอ
ผ่านไปสักพัก เขาจึงปล่อยมือ “วันนี้ทำไมอยู่ ๆ คุณถึงมาที่นี่ ตอนที่ผมออกมา ผมเห็นไจ๋โหรวกับคนอื่น ๆ กำลังกลับมา”
“อืม!” ฉู่ลั่วเล่าเรื่องความสัมพันธ์อันซับซ้อนของโม่หวายอวี้กับอีกสองคนให้เขาฟังคร่าว ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา”
เลขาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มมืออาชีพ ในมือถือถาดชาที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาด้วย “ยังเป็นของอย่างเดิมของปรมาจารย์ฉู่นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ!”
เลขา “พวกเราต่างหากที่ควรขอบคุณปรมาจารย์ฉู่”
เธอพูดอีกสองสามประโยคแล้วหมุนตัวเดินออกไป แต่ก่อนออกไป เธอมองชายหญิงที่นั่งอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะฮั่วเซียวหมิง บรรยากาศรอบตัวที่เคยเย็นชาตอนนี้พลันอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
เลขายิ้มเบา ๆ แล้วปิดประตูห้องทำงานลงแผ่วเบา
ฉู่ลั่ว “โม่หวายอวี้อยากพาโต้วเหลียงกลับไปที่หุบเหวเทพมรณะ”
มือที่ถือถ้วยชาของฮั่วเซียวหมิงชะงัก เขามองไปที่ฉู่ลั่ว “คุณอยากไปด้วยเหรอ”
“อืม หุบเหวเทพมรณะวางแผนอยู่ในโลกมนุษย์มานานแล้ว แถมยังยุยงให้นักพรตมากมายเข้าร่วมกับพวกเขา…” ปิดบังวิถีแห่งสวรรค์ แย่งชิงชะตาชีวิตและโชคชะตาคนอื่น
เธออยากรู้ว่าหุบเหวเทพมรณะต้องการทำอะไรกันแน่
ฮั่วเซียวหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ” โม่หวายอวี้บอกว่าเธอเคยพาโต้วเหลียงหนีมาครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถหาทางกลับไปหุบเหวเทพมรณะได้
“ตอนนี้พวกเราแค่หาวิธีไปหุบเหวเทพมรณะให้ได้ก่อน”
ฮั่วเซียวหมิงมองเธอ ดวงตาขยับเล็กน้อยแต่กลับไม่พูดอะไร ผ่านไปสักพักเขาจึงเอ่ยปาก “คุณมีวิธีเหรอ”
“ค่ะ ครั้งที่แล้วฉันฝ่าด่านเคราะห์ วิญญาณร้ายที่มุ่งหน้าไปโรงแรม อาจจะเป็นพวกที่หุบเหวเทพมรณะส่งมา”
“ดังนั้น ฉันจึงเตรียมจะฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง”
ฮั่วเซียวหมิง “…ฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
คำพูดนี้ไม่เพียงฮั่วเซียวหมิงที่พอได้ยินแล้วรู้สึกประหลาดใจ แม้แต่ซู่เซี่ยงหยางที่ได้ยินก็ตกใจเช่นกัน
เขามองฉู่ลั่วขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยความตกใจแกมดีใจ ราวกับอยากจะมองฉู่ลั่วให้เธอกลายเป็นดอกไม้สักดอก
“คุณ…คุณจะเร็วเกินไปแล้วนะ! ผมเป็นแค่คนธรรมดา ผมมองไม่ออกเลย!”
เขาตื่นเต้นจนต้องถูมือ
“ของปลอมค่ะ ฉันต้องการให้รัฐบาลร่วมมือกับฉัน สร้างฝ่าด่านเคราะห์ของปลอมที่ผิดปกติ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…ปลอม…ของปลอมเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ! ต่อให้ฉันเก่งแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฝ่าด่านเคราะห์ได้สองครั้งในเวลาสั้น ๆ แบบนี้!”
ซู่เซี่ยงหยางหัวเราะแห้ง ๆ
แน่นอนว่าในใจเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ใครจะไปรู้ในเมื่อเธอคือฉู่ลั่ว เธอมักจะทำอะไรที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจได้เสมอ
“แล้วคุณต้องทำแบบไหนครับ? ฝ่าด่านเคราะห์นี้ต้องใช้อะไรบ้าง?”
“อสนีบาตสวรรค์! อสนีบาตสวรรค์ที่รุนแรงกว่าครั้งที่แล้วอีกค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางคิดสักครู่ “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา อสนีบาตสวรรค์ สายฟ้า เมฆก้อน”
“พวกเราทุกคนสามารถคิดหาวิธีได้ แต่คุณคิดจริง ๆ เหรอครับว่าวิธีนี้จะสามารถดึงดูดหุบเหวเทพมรณะให้มาได้?”
หุบเหวเทพมรณะ องค์กรลึกลับอย่างนี้ พวกเขาสืบค้นมาเป็นเวลานานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ลัทธิเต๋า หรือแม้แต่ปรโลกก็ได้สืบค้นหามาแล้วทั้งหมด
ร่องรอยของหุบเหวเทพมรณะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่กลับไม่มีใครสามารถหาที่อยู่ของหุบเหวเทพมรณะได้
พวกเขาไม่เพียงแต่พลิกแผ่นดินในประเทศจนทั่ว แม้แต่ต่างประเทศก็ส่งคนไปสืบอย่างลับ ๆ
แต่ไม่มี!
พวกเขาไม่พบอะไรเลย
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาสืบพบสิ่งของและคนจากหุบเหวเทพมรณะมามากมายด้วยตัวเอง พวกเขาคงสงสัยว่าหุบเหวเทพมรณะนี้มีอยู่บนโลกจริงหรือเปล่า