เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1633 ฉันแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดใช่ไหม
บทที่ 1633 ฉันแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดใช่ไหม
นอกหน้าต่างนั้น จี้ไจ่กำลังต่อสู้กับพลังงานสีดำที่วนเวียนรอบตัวอยู่
ส่วนอีกด้านหนึ่ง จี้จิงเหิงกำลังชักดาบฟันกลุ่มพลังสีดำด้วยท่าทางไม่รีบร้อน แต่สายตาเขากลับจ้องมองไปที่โม่หวายอวี้ไม่วางตา
แม้จะอยู่ห่างกันมาก แต่โม่หวายอวี้ก็ได้ยินคำพูดของจี้จิงเหิงอย่างชัดเจน
“เขาทนได้อีกไม่นานหรอก”
“เขาจะต้องตาย”
“เธอก็รู้ว่าฉันต้องการอะไร!”
“ที่รัก เธอเชื่อฟังฉันเถอะ”
โม่หวายอวี้เงยหน้ามองไปทางจี้จิงเหิง แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองโต้วเหลียงที่หดตัวอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาอันเศร้าสร้อย “อาเหลียง คุณจะกลับหุบเหวเทพมรณะไปกับฉันไหม?”
โต้วเหลียงมองออกไปข้างนอกแล้วรีบส่ายหน้าเร็ว ๆ “ผมไม่กลับไป! พวกเราจะไม่กลับไปไหนทั้งนั้น!”
โม่หวายอวี้ยกยิ้มขื่น “ได้! ฉันจะทำตามที่คุณบอก พวกเราจะไม่กลับไป”
ท่างทางของโต้วเหลียงดูมีความสุขขึ้นมาทันที เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่แล้วก็เห็นสายตาของโม่หวายอวี้เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เธอประสานมือทั้งสองข้าง พลังวิญญาณที่ถูกผนึกไว้แต่เดิมเหมือนจะแผ่กระจายออกมาจากร่างกายอย่างแผ่วเบา
“หวายอวี้!”
โม่หวายอวี้พูดเสียงเรียบว่า “ฉันจะไปช่วยลูกชายของฉัน”
เธอเบือนหน้าไปมองโต้วเหลียงครู่หนึ่ง “อาเหลียง คุณไม่เคยยอมบอกกับฉันว่าทำไมที่ไม่อยากกลับไปหุบเหวเทพมรณะ จริง ๆ แล้วฉันเองก็พอจะเดาได้”
สีหน้าของโต้วเหลียงซีดเผือดลง
โม่หวายอวี้ยิ้มน้อย ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ “แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว! คุณเดินตามทางของตัวเองไป ส่วนจี้จิงเหิงก็เดินตามทางของจี้จิงเหิง”
“ส่วนคราวนี้…ฉันจะเดินตามทางของฉันเองแล้ว”
“หวายอวี้!”
โต้วเหลียงร้องพลางพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่โม่หวายอวี้ได้กลายเป็นดั่งประกายดาวดวง ทะลุผ่านกระจกหน้าต่างออกไปด้านนอกเสียแล้ว
เขาวิ่งปราดเข้าไปใกล้กระจกทันที สายตามองออกไปข้างนอกด้วยความกังวล
ฉู่ลั่วฟันดาบใส่ ‘จิ่งอันฉิง’ ก่อนจะหันไปมองสถานการณ์ทางโรงแรม
‘จิ่งอันฉิง’ พยายามทรงตัวให้มั่นคงเล็กน้อย พลางเหลือบสายตามองไปทางโรงแรมเช่นกัน เธอหัวเราะเบา ๆ “ดูเหมือนภารกิจของฉันจะสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน “ฉู่ลั่ว ขอตัวก่อนนะ ฉัน…”
ฉู่ลั่วค่อย ๆ หันหน้ามาจ้องมอง ‘จิ่งอันฉิง’ ด้วยสายตาเยือกเย็น
‘จิ่งอันฉิง’ ที่เมื่อครู่ยังดูสบายอารมณ์ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นตระหนกทันที เธอมองฉู่ลั่วกลับอย่างระแวง “เธอ…”
ไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ฉู่ลั่วก็ยกดาบพุ่งเข้ามา ประกายดาบครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม คมดาบชิงเจวี๋ยบีบให้ ‘จิ่งอันฉิง’ ต้องถอยหลังทีละก้าว
วิญญาณร้ายรอบด้านก็ถูกพลังวิญญาณจากดาบทำลาย พอมันเข้ามาใกล้พลัววิญญาณนี้ก็แตกสลายหายไปทันที
อึก!
‘จิ่งอันฉิง’ ชนกับต้นไม้จนมันหัก ตามด้วยกระอักเลือดสด ๆ ออกมา “เธอ…เธอ…”
“ฉันแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดใช่ไหม?” ฉู่ลั่วเดินมาหยุดตรงหน้า ‘จิ่งอันฉิง’ “คงแปลกใจมากเลยสินะ?”
‘จิ่งอันฉิง’ เบิกตากว้าง “เร็วเกินไปแล้ว!”
ครั้งสุดท้ายที่เธอเจอฉู่ลั่ว ฉู่ลั่วยังไล่ตามเธอไม่ทันด้วยซ้ำ แถมยังถูกวิญญาณหยินบางตนเกาะติดร่างกายอีก
แต่ตอนนี้…
ฉู่ลั่ว “เร็วเหรอ?”
เธอก้มตัวลงท่ามกลางสายตาตกตะลึงของ ‘จิ่งอันฉิง’ “วิชาบดบังทางสวรรค์ ไม่ได้มีแค่หุบเหวเทพมรณะที่ใช้เป็นหรอกนะ”
‘จิ่งอันฉิง’ เบิกตากว้าง จ้องมองอีกฝ่ายราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“ไม่ ไม่มีทาง!”
ฉู่ลั่วไม่แสดงร่องรอยของบดบังทางสวรรค์ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
เธอหันมองไปทางซู่เซี่ยงหยางที่วิ่งเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้าตื่นตระหนก “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ!”
ฉู่ลั่วหันกลับมามองเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความชอบธรรม “ไม่เป็นไรค่ะ”
จิ่งอันฉิงมองนักพรตที่ล้อมรอบฉู่ลั่วอยู่ แล้วไอออกมาอย่างหนักสองสามครั้ง “มันเป็นไปไม่ได้…”
ทำไมถึงเป็นแบบนี้!
ฉู่ลั่วไม่ใช่คนที่เต็มไปด้วยความชอบธรรมหรอกหรือ?
เป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะฝึกฝนวิชาบดบังทางสวรรค์?
แต่ถ้ามันไม่ใช่วิธีบดบังทางสวรรค์ เธอจะเก่งกาจได้ขนาดนี้ได้ยังไง?
ฉู่ลั่วที่หันหลังให้จิ่งอันฉิง ขยิบตากับซู่เซี่ยงหยางเบา ๆ
ซู่เซี่ยงหยางกะพริบตาอย่างเข้าใจ แล้วแอบทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเคด้วย
ฉู่ลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมกับมองไปทางโรงแรมอีกครั้ง
ทำไมโม่หวายอวี้ถึงออกมาจากโรงแรมกัน?