เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1634 พวกผู้บำเพ็ญนอกรีต
บทที่ 1634 พวกผู้บำเพ็ญนอกรีต
ทันใดนั้นก็เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ร่างกายของ ‘จิ่งอันฉิง’ แตกสลาย แขนขาพังพินาศ เธอล้มลงกับพื้น มองหลุมดินขนาดใหญ่เบื้องหลังด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ถึงปากพร่ำเอ่ยว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สายตาที่มองไปยังฉู่ลั่วกลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เธอจะสามารถบำเพ็ญได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วถือดาบชิงเจวี๋ยไว้ เอาด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง “เพราะฉันบำเพ็ญตามครรลองที่ถูกที่ควร ไม่เหมือนกับพวกเธอ… พวกผู้บำเพ็ญนอกรีตที่บดบังวิธีสวรรค์!”
“เมื่อครู่เธอยังบอกว่าตัวเองบดบังทางสวรรค์อยู่เลย!” ‘จิ่งอันฉิง’ โกรธจนกระอักเลือดออกมาอีกรอบ
“อึก!”
ไจ๋โหรวพลันหัวเราะเยาะ “เจ้านิกายของพวกเราจะบดบังวิธีสวรรค์อย่างนั้นเหรอ? เธอคิดว่าเจ้านิกายของพวกเราจะเป็นเหมือนพวกเธอหรือไง!”
“เจ้านิกายเก่งกาจขนาดนี้ ยังต้องการบดบังวิธีสวรรค์อีกเหรอ? ตัวเองบดบังทางสวรรค์ พอมองคนอื่นก็เห็นเป็นบดบังทางสวรรค์ไปหมด”
“หึ! คนไร้ความสามารถจะเข้าใจความเก่งกาจของอัจฉริยะได้ยังไงกันล่ะ?”
คำพูดแล้วคำพูดเล่าที่ถูกเอ่ยออกมา ทำให้จิ่งอันฉิงที่ล้มอยู่บนพื้นโกรธจนอกสั่น เธอมือชี้สั่นระริกไปทางฉู่ลั่ว “เธอ…เธอ…”
ฉู่ลั่วกล่าวอย่างทะนง “ฉันอะไร! ฉันบำเพ็ญมาด้วยตัวเอง ก้าวเดินไปเดินทางของตัวเอง แน่นอนว่าต้องต่างจากพวกเธอที่เป็นแค่ลัทธินอกรีต”
“เธอ…เธอ…” เมื่อกี้ฉู่ลั่วบอกตัวเองว่าบดบังทางสวรรค์ชัด ๆ
ตอนแรกเธอไม่เชื่อ แต่ยิ่งฉู่ลั่วพูดว่าตัวเองไม่ใช่ คนรอบข้างก็ยิ่งชื่นชมฉู่ลั่วอีก จิ่งอันฉิงจึงยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่
ฉู่ลั่วบำเพ็ญได้เร็วขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะบดบังทางสวรรค์แน่นอน
เธอไม่เพียงบดบังทางสวรรค์ แต่ยังหลอกคนโง่เขลาพวกนี้ด้วย
แต่ว่า…
รอบตัวฉู่ลั่วกลับไม่มีเค้าลางของผลกรรมที่เกิดจากการบดบังทางสวรรค์เลยแม้แต่น้อย
นักพรตธรรมดาไม่สามารถมองเห็นกฏเกณฑ์ของโลกนี้ได้อย่างแน่นอน แต่เธอมาจากหุบเหวเทพมรณะ ถ้าฉู่ลั่วใช้บดบังทางสวรรค์ จริง ๆ เธอจะต้องมองเห็นมันได้อย่างแน่นอน
แต่เธอกลับมองไม่เห็น
ทำได้เพียงบอกว่าวิธีบดบังทางสวรรค์ที่ฉู่ลั่วใช้นั้นลึกล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่เธอเคยรู้จักมา
ในโลกนี้กลับมีวิธีบดบังทางสวรรค์ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าวิธีของหุบเหวเทพมรณะเสียอีก
ดวงตาของจิ่งอันฉิงเผยแววละโมบ จับจ้องฉู่ลั่วอย่างกระหาย
ถ้าเธอสามารถได้วิธีบดบังทางสวรรค์ของฉู่ลั่วมา ถ้าเธอสามารถ…
น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉู่ลั่ว
เธอประเมินฉู่ลั่วต่ำเกินไป
จิ่งอันฉิงก้มหน้าลงเล็กน้อย เมื่อฉู่ลั่วโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ร่างทั้งร่างของเธอกลายเป็นภาพเงามายา แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
วิญญาณร้ายรอบ ๆ ก็หายไปพร้อมกับเธอด้วยเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว พวกเขาก็ทะลุผ่านความว่างเปล่าเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง
“ฉู่ลั่ว!” ซู่เซี่ยงหยางเดินเข้ามาหาเธอ ตั้งใจจะสอบถามฉู่ลั่ว แต่กลับเห็นฉู่ลั่วมองไปทางโรงแรมก่อนแล้ว
“โม่หวายอวี้ออกจากโรงแรมแล้วค่ะ” เธอบอก
ซู่เซี่ยงหยางพลันตกใจ “คุณไม่ได้บอกให้เธออยู่แต่ในโรงแรมเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วรู้สึกหนักใจมาด “กลับไปดูก่อนดีกว่าค่ะ”
“แล้วหุบเหวเทพมรณะล่ะ…”
“ปล่อยให้ตราอาคมอยู่กับตัวเธอไว้ก่อนเถอะค่ะ อย่างน้อยมันก็เป็นเบาะแสได้บ้าง” แผนการเดิมของเธอกับโม่หวายอวี้คือ ฉู่ลั่วจะล่อวิญญาณร้ายของหุบเหวเทพมรณะออกมา แล้วโม่หวายอวี้จะใช้วิชาอาคมติดตามวิญญาณร้ายพวกนั้นกลับไป เพื่อหาทางเข้าหุบเหวเทพมรณะ
แต่โม่หวายอวี้ไม่เพียงไม่ใช้วิชาอาคมตามแผนที่วางไว้ แต่เธอยังไปออกจากโรงแรมอีก
อีกด้าน นอกโรงแรม
จี้ไจ่มองโม่หวายอวี้ซึ่งอยู่กลางอากาศด้วยความตกตะลึง
เธอต่างไปจากก่อนหน้านี้ที่สีหน้าและร่างกายดูซีดเซียวอ่อนแอ เวลานี้โม่หวายอวี้มีสีหน้าเย็นชา มือก็ร่ายวิชาอาคมไม่หยุด จนกระทั่งมีอาวุธเวทปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าในฉับพลัน
สายลมยามราตรีพัดพาให้เส้นผมสีดำของโม่หวายอวี้ปลิวไสวกลางอากาศ
เงาดำที่เดิมพุ่งชนค่ายกลพร้อมกัน ตอนนี้ต่างล้อมรอบโม่หวายอวี้ไว้ แต่ก็ถูกเธอโจมตีจนไม่กล้าเข้าใกล้