เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1641 เจ้ารู้สึกยังไง
บทที่ 1641 เจ้ารู้สึกยังไง
เขากำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย แววตาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป “แต่ว่า…หวายอวี้ชอบผมมาก คู่บุพเพของเธอจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง? ผมไม่เชื่อและก็ไม่ยอมรับ”
“ผมพาหวายอวี้หลบหนีออกมาจากหุบเหวเทพมรณะ แล้วพาเธอไปรู้จักกับจี้จิงเหิง”
ซุนหย่าจิ้งเบ้ปาก อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ก่อน ได้แต่กลอกตามองฟ้าอย่างหมดคำจะพูด
โต้วเหลียง “ผมอยากดูว่าระหว่างตัวเองกับจี้จิงเหิง หวายอวี้จะเลือกใคร แต่ว่า…ผมทำพลาดไป พลังวิญญาณของผมถูกผนึก ผมถูกควบคุม แล้วหวายอวี้…สุดท้ายเธอก็ไปอยู่กับจี้จิงเหิงจริง ๆ”
พอพูดจบ เขาก็แค่นหัวเราะ หันไปมองจี้จิงเหิง “นายชนะแล้ว เธอเป็นของนาย นายคือคู่แท้ที่สวรรค์ลิขิตของเธอ”
เขารอให้จี้จิงเหิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แต่กลับเห็นจี้จิงเหิงทำหน้าตกตะลึง แล้วมองเขาด้วยสีหน้าตกใจเช่นกัน
โต้วเหลียงพลันรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แม้แต่ตอนที่โดนคนอื่นตี สีหน้าของจี้จิงเหิงก็ยังไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนี้ “ไม่ใช่ ฉันคำนวณออกมาแล้ว คู่บุพเพของเธอคือนายต่างหาก”
โต้วเหลียงพูด “หุบเหวเทพมรณะบดบังทางสวรรค์ สิ่งที่นายคำนวณออกมาก็ต้องเป็นฉันอยู่แล้ว”
จี้จิงเหิงส่ายหน้า “ไม่ใช่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเราพบกัน ฉันก็เดาได้แล้วว่านายเป็นคนของหุบเหวเทพมรณะ คนในหุบเหวเทพมรณะล้วนมีบุญกุศลใหญ่หลวงติดตัว”
“การบำเพ็ญของฉันไม่มีความก้าวหน้า ฉันถึงเกิดความคิดอยากได้ผลบุญของนาย”
“ฉันคำนวณอยู่นาน กว่าจะคำนวณออกว่าบุญกุศลของหวายอวี้อยู่ที่ชะตาบุพเพของเธอ”
“เพื่อการบำเพ็ญเพียร ฉันจึงจำเป็นต้องแย่งชิงชะตาบุพเพที่เป็นของเธอมา”
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของจี้จิงเหิงทำให้สีหน้าของโต้วเหลียงเปลี่ยนไป “คนในหุบเหวเทพมรณะล้วนมีบุญกุศลติดตัว แต่บุญกุศลเหล่านี้ล้วนมาจากบดบังทางสวรรค์ บุพเพระหว่างฉันกับหวายอวี้ก็มาจากบดบังทางสวรรค์ด้วยเหมือนกัน”
“เธอกับนายต่างหากที่เป็นคู่บุพเพที่แท้จริง”
จี้จิงเหิง “แต่ฉันมีบุพเพของตัวเอง และไม่ใช่โม่หวายอวี้”
โต้วเหลียงพลันรู้สึกใจหายวาบ
สีหน้าของทั้งสองคนเปลี่ยนเป็นแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดในชั่วพริบตานั้น
หลังจากชายทั้งสองคนจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก ซุนหย่าจิ้งก็ส่ายหน้าอย่างนึกรังเกียจ “บอกแล้วไงว่าอย่าไปสนใจเรื่องบุพเพอะไรพวกนั้นนักเลย แค่ทำตามใจตัวเองไปก็พอแล้ว”
“ผู้ชายสองคนนี้เห็นแก่ตัวเหลือเกิน พูดให้ฟังดูดีก็เรียกว่าความรัก พูดให้ฟังดูแย่ก็คือความหึงหวง แม้แต่การหวังว่าทั้งกายและใจของภรรยาจะชอบแค่ตัวเอง กระทั่งชื่อก็ไม่ยอมให้ไปอยู่ร่วมกับผู้ชายคนอื่น”
เธอส่ายนิ้ว “ผู้ชายแบบนี้ใช้การไม่ได้เลย”
ซุนหย่าจิ้งเปลี่ยนท่าทางมาเกี่ยวแขนของเฉิงยวน อยากจะคุยกับอีกฝ่านสักหน่อย แต่ใครจะรู้ว่าพอมาถึงหน้าห้องของเฉิงยวน กลับเห็นสวีจิ้นยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าห้อง
ซุนหย่าจิ้งรีบชักแขนกลับทันทีพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “การพูดคุยระหว่างเพื่อนสาวคงต้องเป็นคราวหน้าแล้วล่ะ!”
เธอตบแขนเฉิงยวนเบา ๆ “รีบจัดการเขาซะ!”
เฉิงยวน “ข้ารู้แล้ว”
เฉิงยวนลอยไปที่หน้าประตูห้องตัวเอง หยิบคีย์การ์ดออกมาเปิดประตู “เข้ามา!”
สวีจิ้นเดินตามเธอเข้าไปข้างใน
“สวีจิ้น พวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ ตกลงไหม?”
เฉิงยวนยิ้มอ่อนโยน พลางชี้ให้สวีจิ้นนั่งตรงข้ามเธอ “ข้าจะเล่าเรื่องหนึ่งให้เจ้าฟังก่อน เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งกับผู้ชายอีกสองคน”
ไม่รอให้สวีจิ้นพูด เฉิงยวนก็เล่าเรื่องราวของโม่หวายอวี้กับอีกสองคนจบไปแล้ว
“หลังจากฟังเรื่องนี้จบ เจ้ารู้สึกยังไง?”
เฉิงยวนกะพริบตามองสวีจิ้น
สวีจิ้นตอบ “อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า”
เฉิงยวน “…”
เธอจ้องมองสวีจิ้นด้วยความโมโห ยกมือขึ้นแล้วตีลงไปที่สวีจิ้น ทำให้สวีจิ้นต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาป้องศีรษะ “แก่นเรื่อง แก่นเรื่อง ข้าให้เจ้าตอบถึงแก่นเรื่อง ไม่ใช่ให้เจ้าตอบส่งเดชอย่างนี้”
เธอหยุดมือลง “ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง!”
เธอชูกำปั้นขึ้นด้วยความโกรธ พลังหยินแผ่ซ่านออกมาจากรอบตัว