เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1646 ยอมรับเงื่อนไข
บทที่ 1646 ยอมรับเงื่อนไข
ผ่านไปหลายวันติดต่อกัน
สั่วอิงถูกวิญญาณร้ายเข้ามาโจมตีทุกวัน ถ้าไม่ใช่เพราะมีสั่วเฟิงช่วยป้องกันวิญญาณร้ายมากมายให้ ตอนนี้เธอคงถูกวิญญาณร้ายยึดร่างกายไปแล้ว
สั่วเฟิงกำจัดผีรับใช้ที่รุมเล่นงานสั่วอิงอีกครั้ง เธอโมโหมาก “ฉู่ลั่วกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? เธอตั้งใจจะกำจัดวิญญาณร้ายจริง ๆ หรือแค่จงใจเล่นงานพวกเรากัน”
สั่วอิงถูกทำให้ตกใจกลัวอย่างหนักในช่วงหลายวันนี้ เธอกอดเข่าตัวเองจนขดตัวเป็นก้อนกลม “เป็นเพราะอาซีใช่ไหมคะ?”
“หัวหน้าตระกูล ที่เจ้านิกายไม่ชอบฉัน เป็นเพราะเรื่องอาซีใช่ไหมคะ?”
“การที่เธอทำแบบนี้ เป็นเพราะอาซีใช่ไหม?”
สั่วเฟิงหันกลับมามองสั่วอิงที่ตกใจจนหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบเข้าไปปลอบประโลม “เสี่ยวอิง อย่ากลัวไปเลยนะ! ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว หัวหน้าตระกูลอย่างฉันจะปกป้องเธอเอง”
แต่สั่วอิงกลับเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมา “แล้วอาซีล่ะคะ? คนของตระกูลเจี่ยไปกันหมดแล้ว อาซียังไม่ยอมกลับมาอีกเหรอคะ?”
สีหน้าของสั่วเฟิงหม่นลงอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็รีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าอีกแบบทันที “ตอนนี้ร่างกายของอาซีถูกสวีจิ้นคนนั้นยึดครองอยู่ ตอนนี้เขายังกลับมาไม่ได้”
“แต่ถ้าพวกเรากำจัดวิญญาณร้ายทั้งหมดบนตัวเธอออกไปได้ เจี่ยซีจะต้องกลับมาแน่นอน”
“เสี่ยวอิง ฉันขอรับรองกับเธอเอง”
สั่วอิงมองสั่วเฟิงที่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วพยักหน้าอย่างเชื่อถือ
มณฑลหนาน
โรงแรม
“นี่คือ…คู่หมั้นในชาติก่อนของชาติก่อนของพี่ชายใช่ไหม?” เจี่ยอันวัยสิบสี่สิบห้าปี มองเฉิงยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็นและหวาดกลัว
“หรือว่าเป็นผีสาว?”
“นี่เป็นเรื่องราวความรักระหว่างคนกับผีหรือเปล่า?”
เจี่ยฉยงขมวดคิ้วเล็กน้อย พิจารณาเฉิงยวนที่อยู่ในสภาพวิญญาณแล้วมองชายหนุ่มในชุดโบราณที่ดูไม่เหมือนลูกชายของตัวเองเลยสักนิดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ส่วนคุณนายเจี่ย ฟางหนานเยียน กลับเบิกตากว้างเหมือนเจี่ยอัน ทั้งอยากรู้อยากเห็นและหวาดกลัว และสุดท้ายสายตาเธอก็มองไปที่สวีจิ้น
“ชาติก่อนของอาซีหล่อเหลาขนาดนี้เลยเหรอ”
“แถมยังเป็นแม่ทัพอีกด้วย!”
สวีจิ้น “…แม่ พ่อ น้องสาว นี่คือเฉิงยวน เฉิงยวน นี่คือ…พ่อแม่ของข้าในชาตินี้”
เฉิงยวน “…”
เธอมองสวีจิ้นแล้วก็มองคนตระกูลเจี่ย นึกอยากจะโมโหแต่ไม่รู้ทำไมถึงอดกลั้นเอาไว้
เป็นฟางหนานเยียนเสียเองที่ยิ้มแย้มให้ “ไม่เป็นไร ๆ แม่หนูเขาเหมือนจะเขินนะ! ถึงแม้พวกเราจะเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของอาซี แต่ก็ไม่ใช่พ่อแม่แท้ ๆ ของเขา ทำเหมือนมาเจอพ่อแม่สามีในอนาคตอย่างนั้นแหละ”
เจี๋ยอันก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง ๆ จนถึงตอนนี้ หนูก็ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราเลย”
“มันซับซ้อนนิดหน่อยน่ะค่ะ!”
เจี่ยฉยงยังคงมีหน้าตาเคร่งขรึม “แกอย่าลืมสิ แกยังมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลสั่วอยู่นะ! การกระทำของแกแบบนี้…มันไม่เหมาะสม”
สวีจิ้น “…ข้าอยากยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย”
พอเขาพูดจบ สีหน้าของทุกคนในตระกูลเจี่ยก็เปลี่ยนไป
ซุนหย่าจิ้งค่อย ๆ ลอยมาอย่างเงียบเชียบ มาอยู่ข้างกายฉู่ลั่วแล้วดึงแขนของเธอเบา ๆ อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้
เธอพยายามส่งสัญญาณผ่านสายตาให้ฉู่ลั่วออกหน้าช่วย
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ขยับเขยื้อน
ซุนหย่าจิ้งทนไม่ไหวแล้ว ทว่าตอนที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดก็ได้ยินเสียงเจี่ยอันพูดเสียงเบาว่า “ถ้ายกเลิกการหมั้น พี่ชายจะเป็นอะไรไหมคะ?”
ฟางหนานเยียนมองไปทางสวีจิ้น
ส่วนเจี่ยฉยงกลับมองไปทางฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วจึงเอ่ย “พวกคุณรู้กันหมดแล้วเหรอคะ?”
ฟางหนานเยียนถอนหายใจ ตัดสินใจบอกเรื่องราวทั้งหมด “ตอนนั้นคุณปู่ยังมีชีวิตอยู่ ครอบครัวของเรามีปัญหานิดหน่อย ถูกของสกปรกเข้าสิง คุณปู่ก็เลยไปหาตระกูลสั่วให้ช่วย”
“ตระกูลสั่วตกลงที่จะช่วย แต่ก็ยื่นเงื่อนไขว่าลูกหลานตระกูลสั่วต้องหมั้นหมายกับลูกในท้องของฉัน”
“พวกเขาบอกว่าดวงชะตาของเด็กทั้งสองคนนี้เข้ากันได้ดี ถ้าอยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขแน่นอน”
เจี่ยฉยงพูดต่อจากภรรยาว่า “ตอนนั้นไม่เพียงบริษัทจะมีปัญหา แม้แต่คนในครอบครัวก็เกิดเรื่องขึ้นทีละคน พวกเราไม่มีทางเลือกจึงตกลงยอมรับเงื่อนไขนี้”
“หลังจากตระกูลสั่วมาที่บ้าน ปัญหาในครอบครัวก็ได้รับการแก้ไขจริง ๆ”
“อาซีเองก็คลอดออกมาอย่างราบรื่น”