เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1659 ตระกูลสั่วยังรอให้คุณแบกรับหนี้เลือดอยู่นะ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1659 ตระกูลสั่วยังรอให้คุณแบกรับหนี้เลือดอยู่นะ
บทที่ 1659 ตระกูลสั่วยังรอให้คุณแบกรับหนี้เลือดอยู่นะ
ฉู่ลั่วเปิดดูเอกสารเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงพลางเอ่ย “ฉันเดาว่าดอกบัวสีแดงนี้น่าจะอยู่ที่ตระกูลสั่วค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงได้ยินฉู่ลั่วพูดถึงเรื่องของตระกูลเฉิงและตระกูลสั่วมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงนั่งลงข้าง ๆ เธอ “ตระกูลสั่วต้องการใช้ดอกบัวสีแดงบีบบังคับสวีจิ้นใช่ไหม?”
ฉู่ลั่ว “อาจจะใช่ค่ะ”
มันเป็นแค่เรื่องนี้จริง ๆ เท่านั้นหรือเปล่านะ?
เป็นการวางแผนที่ง่ายดายขนาดนี้เชียวเหรอ?
ในตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
ปลายสายเป็นสั่วเฟิงที่โทรมา น้ำเสียงของอเธอฟังดูหนักอึ้ง “เจ้านิกาย ตระกูลสั่วไม่มีดอกบัวสีแดงอะไรทั้งนั้น เจ้านิกายไม่ต้องส่งคนมาสืบหรอก โดยเฉพาะสวีจิ้น…”
สั่วเฟิงมองสวีจิ้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงหัวเราะ “เขากล้าดีจริง ๆ ถึงขนาดกล้าบุกเข้ามาในตระกูลสั่วทั้งที่มีเพียงแค่ร่างวิญญาณ”
“คิดจริง ๆ หรือว่าตระกูลสั่วของเราจะขาดเขาไม่ได้?”
สวีจิ้นก้มหน้าลง
สั่วอิงที่ยืนอยู่ข้างสั่วเฟิงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก นิ้วมือเธอเกี่ยวชายเสื้อของตัวเอง จ้องมองสวีจิ้นด้วยความผิดหวังและเศร้าใจ ก่อนจะค่อย ๆ ก้มหน้าลงเช่นกัน
“ตระกูลของพวกคุณมีดอกบัวสีแดงหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มี!” สั่วเฟิงหัวเราะเสียงเย็น “หรือถึงจะมี เจ้านิกายก็คิดว่าตระกูลของเราโง่เงาขนาดนั้นเลยเหรอ? ข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่ทำไว้กับเจ้านิกาย คุณก็ยังไม่ได้ทำให้สำเร็จ ตระกูลของฉันจะกล้าร่วมมือกับเจ้านิกายอีกได้ยังไงกัน?”
ฉู่ลั่วไม่สนใจคำพูดของสั่วเฟิง เธอพูดกับสวีจิ้นผ่านโทรศัพท์โดยตรง “คุณกลับมาเถอะค่ะ! ตระกูลของพวกเขาไม่ได้มีดอกบัวสีแดงหรอก”
พูดจบ เธอก็วางสายไป
ไม่ให้โอกาสสั่วเฟิงและสวีจิ้นได้พูดอะไรทั้งนั้น
สั่วเฟิง “…”
เธอโกรธจนกำโทรศัพท์แน่น
สวีจิ้นก็รู้ตัวว่าตนเองคาดเดาผิดพลาดจึงหันหลังจากไป
เขาลอยมาที่หน้าประตูตระกูลสั่ว แต่กลับถูกสั่วอิงที่รีบร้อนวิ่งมาขวางทางเอาไว้
สั่วอิงเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง แล้วรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว “ฉันจะลองสืบจากหัวหน้าตระกูลค่ะ จะถามดูว่าเธอสามารถหาดอกบัวสีแดงได้หรือเปล่า แลกเปลี่ยนกับการที่คุณกลับเข้าไปในร่างของอาซีได้ไหมคะ?”
น้ำเสียงของเธอราวกับกำลังวิงวอน “การที่วิญญาณออกจากร่างนานเกินไป จะส่งผลกระทบกับร่างกายมากนะคะ”
สวีจิ้นมองเธออยู่สักพักหนึ่ง “ปรมาจารย์ฉู่ได้ใช้ตราอาคมกับร่างกายนั้นแล้ว มันจะไม่มีอะไรส่งผลกระทบกับร่างกายไปชั่วคราว”
พอพูดจบ เขาก็ไม่สนใจว่าสีหน้าของสั่วอิงจะดูย่ำแย่แค่ไหน สวีจิ้นหายตัวไปทันที
เขารีบกลับไปที่โรงแรมในมณฑลหนานด้วยความเร็วสูงสุด และสิ่งที่ต้อนรับเขาคือหมัดหนัก ๆ ของเฉิงยวน “โง่เงาจริง ๆ เลย! ตอนนี้เจ้าไปก็เหมือนเอาเนื้อไปโยนให้สุนัขกิน”
“ถ้าคนตระกูลสั่วจับตัวเจ้าไว้จะทำยังไง?”
“เจ้ายังไม่รู้หรือว่าตระกูลสั่วสามารถทำอะไรได้บ้าง?”
สวีจิ้นปล่อยให้เฉิงยวนดุด่า รอจนกระทั่งเธอด่าจบเขาจึงเอ่ยปาก “ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องแบกรับหนี้เลือดเหล่านั้น”
สีหน้าของเฉิงยวนแข็งค้างไป “เรื่องนี้มีแค่ข้าเท่านั้นที่ทำได้”
จะโลกนี้ หรือโลกในอีกพันปีข้างหน้า
ทั้งหมดก็มีเพียงเธอ ผีสาวจากพันปีก่อนคนนี้ ที่ยังมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเด็ก ๆ พวกนั้น
“ไม่ว่าจะเป็นแผนการของตระกูลสั่วหรือเปล่า ข้าก็ต้องก้าวไปข้างหน้า”
“ถึงแม้จะมีดอกบัวสีแดง แต่ข้าก็ต้องส่งพวกเขาไปเวียนว่ายตายเกิดให้ได้”
เธอมองไปที่สวีจิ้น “ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาถูกใช้ประโยชน์เพราะข้าอีกต่อไปแล้ว”
มีเพียงการทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากการเป็นคนตระกูลเฉิงอย่างสิ้นเชิง พวกเขาถึงจะรอดพ้นจากอันตรายได้อย่างแท้จริง
“แม้จะมีดอกบัวสีแดงที่สามารถชำระล้างพลังชั่วร้ายในตัวพวกเขาได้อย่างหมดจด ฉันก็ยังคงต้องแบกรับหนี้เลือดจากตัวพวกเขาอยู่ดี”
“ข้าต้องการให้พวกเขากลับชาติไปเกิดใหม่ ข้าต้องการให้พวกเขา… ไม่ใช่คนตระกูลเฉิงอีกต่อไป”
“ลั่วลั่ว รีบลงมือเถอะ!”
ในตอนนี้ ฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ข้าง ๆ และไม่ได้พูดอะไรมาตลอด กลับเอ่ยขึ้นมากะทันหันว่า “ตระกูลสั่วกำลังรอให้คุณแบกรับหนี้เลือดไป”
“นั่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกเหรอ?” จิ่งเจียเหยียนอดบ่นไม่ได้ “ทุกคนก็รู้ว่านี่ว่ามันเป็นแผนการของตระกูลสั่ว”
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ย “แต่สิ่งที่ตระกูลสั่วต้องการคือบุพเพสิบชาติ ถึงแม้ว่าเฉิงยวนจะรับหนี้เลือดไปและกลายเป็นผีร้าย แล้วสวีจิ้นล่ะ?”
“เขาจะยอมเต็มใจสร้างบุพเพสิบชาติกับสั่วอิงจริง ๆ เหรอ?”
มันเป็นไปไม่ได้เลย
ถ้าเฉิงยวนเกิดเรื่องอะไรขึ้น สวีจิ้นอาจจะคลุ้มคลั่งขึ้นมา บางทีมันอาจลากคนตระกูลสั่วให้ตายตกไปด้วยกัน ถึงแม้จะไม่สามารถทำลายตระกูลสั่วได้ แต่เขาก็สามารถทำลายบุพเพสิบชาติที่ตระกูลสั่วต้องการได้
ฮั่วเซียวหมิงพูดย้ำอีกครั้ง “แต่ว่า…ตระกูลสั่วยังรอให้คุณแบกรับหนี้เลือดอยู่นะ”