เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1658 พืชที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
บทที่ 1658 พืชที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
เฉิงเฉิงซุนลอยเข้ามา เขาสวมชุดนอนที่ดูสบายตัว ท่าทางเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบสี่สิบห้าปีทั่วไป เพียงแต่แววตาแปลกประหลาดของเขาดูหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวา
เฉิงยวนมองเขาแวบหนึ่ง แล้วตบ ๆ ตรงพื้นที่ข้างโซฟา
เฉิงเฉิงซุนเดินมานั่งลง กวาดตามองตัวอักษรบนกระดาษ แล้วมองหน้าจอโน้ตบุ๊ก จากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น “อาหญิงขอรับ พวกเรา…”
“เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ข้าจะจัดการเรื่องพวกนี้เอง พวกเจ้าแค่รออยู่เฉย ๆ ไปสักพักก็พอแล้ว”
เมื่อกลายเป็นผี เฉิงเฉิงซุนย่อมรู้กฎเกณฑ์บางอย่างของสวรรค์
พวกเขาฆ่าคน ฆ่าคนไปมากมายเหลือเกิน
หนี้เลือดและพลังชั่วร้ายมากมายขนาดนี้ ย่อมต้องมีการชดใช้
“อาหญิงไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้เพื่อพวกข้าหรอกขอรับ แค่ได้เจออาหญิงก่อนที่จะสลายเกินไปและได้เห็นโลกนี้อีกครั้ง สำหรับพวกข้าก็ถือว่าดีมากแล้วขอรับ”
“ดีบ้าดีบออะไรกัน” เฉิงยวนปิดโน้ตบุ๊กดังตุบ จ้องมองหลานชายที่อยู่ข้าง ๆ “นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้เด็กน้อยอย่างเจ้ามาคิดหรอก”
เฉิงเฉิงซุน “…”
เฉิงยวนตายตอนอายุเพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยยี่สิบปี
ความจริงแล้วเขากับเฉิงยวนอายุห่างกันเพียงไม่กี่ปี และก็เป็นเฉิงยวนที่พาเขาออกไปเล่นด้วยกัน
แน่นอนว่าตลอดมาเป็นเฉิงยวนที่เล่นกับเขา
“วางใจเถอะ! ข้าจะกำจัดพลังชั่วร้ายบนตัวพวกเจ้า และจะกำจัดหนี้เลือดบนตัวพวกเจ้าให้ด้วย เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าก็จะไปเวียนว่ายตายเกิดอย่างราบรื่นแล้ว”
เฉิงยวนโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ “เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเพื่อนสนิทของอาหญิงเจ้าคือใคร?”
“นางเป็นถึงเจ้านิกายฉู่ลั่วเชียวนะ! เจ้าไม่ได้เรียนรู้วิธีใช้โทรศัพท์มือถือมาแล้วเหรอ? ลองค้นหาคำว่าฉู่ลั่วบนอินเทอร์เน็ตสิ”
เฉิงเฉิงซุนจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา ลองค้นหาชื่อฉู่ลั่วตามที่เธอบอกจริง ๆ พอเขาพิมพ์เสร็จก็มีคำค้นหาขึ้นมามากมาย
เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับอักษรจีนตัวย่อนัก แต่เฉิงเฉิงซุนก็พยายามอ่านจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่มีวิดีโออยู่ด้วย
พอเขาอ่านจบ ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างเป็นสีขาวนวลแล้ว
เขาค่อย ๆ หันหน้ามามองเฉิงยวนที่กอดอกยืนเชิดคางรอให้เขาแสดงความประหลาดใจออกมา
เป็นไปตามคาด เขาตกใจเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเบาว่า “ปรมาจารย์ฉู่เก่งจริง ๆ เก่งกว่า…ด้วยซ้ำ!”
ชื่อนั้นติดอยู่ในลำคอของเขาครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็กลืนมันกลับลงไป
เฉิงยวนทำเป็นไม่สังเกตเห็น กล่าวด้วยท่าทางภูมิใจมาก “แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าก็รู้ว่านางเป็นเพื่อนของใคร! นางเป็นเพื่อนของข้าเฉิงยวน แล้วจะไม่เก่งกาจได้ยังไงกัน?”
“เป็นยังไงล่ะ? ตอนนี้เจ้าไม่กลัวแล้วใช่ไหม!”
“อาหญิงของเจ้าพูดจริงทำจริง อาหญิงจะต้องส่งพวกเจ้าไปเวียนว่ายตายเกิดใหม่แน่นอน ด้วยเส้นสายของอาหญิง จะต้องหาครอบครัวดี ๆ ให้พวกนายทุกคน!”
เฉิงเฉิงซุนยกยิ้มบางก่อนจะแสดงสีหน้าเกินจริง “ว้าว! อาหญิงเก่งจังเลยขอรับ!”
เขาทั้งปรบมือทั้งประจบเอาใจ
เหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อพันปีก่อน
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า แสงแดดสาดส่องไปทั่วทุกหนแห่ง
แสงส่องเข้ามา พวกเด็ก ๆ ที่ถูกส่งไปพักฟื้นในยันต์ต่างพากันออกมาจากห้อง
หลังจากได้ยินคำพูดของเฉิงยวน พวกเขาก็ต่างพากันมาห้อมล้อมเธอ
“แต่ข้าไม่อยากไปจากอาหญิง ข้าอยากอยู่กับอาหญิงตลอดไป” วิญญาณเด็กเล็กคนหนึ่งกอดขาของเฉิงยวนไว้แน่น “ข้าไม่อยากไปเกิดใหม่”
เฉิงยวนใช้มืออุ้มเธอขึ้นมา “ทำแบบนั้นไม่ได้นะ! อาหญิงยังต้องบำเพ็ญ การบำเพ็ญนั้นยากลำบากมาก! พวกเจ้าเด็กน้อยห้ามมารบกวนการบำเพ็ญของข้าเชียวนะ”
“ไม่อย่างนั้น ระวังจะถูกตี!”
เธอชูกำปั้นขึ้น
ทำเอาพวกเด็ก ๆ ทั้งหลายต่างมองเธอด้วยสายตาน่าสงสาร
แต่เธอก็ไม่ได้สะทกสะท้าน
เฉิงเฉิงซุนมองสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเฉิงยวน ดวงตาของเขาพลันหม่นแสงลงเล็กน้อย
อีกด้านหนึ่งภายในห้อง
ฮั่วเซียวหมิงส่งเอกสารในมือทั้งหมดให้ฉู่ลั่วไป “นอกจากดอกบัวสีแดงนี้แล้ว สิ่งของพิเศษอีกสองชนิดที่เหลือ ผมสามารถตามหามาได้ทั้งหมด”
“มีเพียงดอกบัวสีแดงนี้เท่านั้นที่มีบันทึกอยู่ในทุกประเทศ แต่ไม่มีการสืบทอดต่อมา เพราะมันเป็นพืชที่สูญพันธุ์ไปแล้ว”