เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1661 ข้าต้องการฟังความจริง
บทที่ 1661 ข้าต้องการฟังความจริง
จิ่วฉานหันกลับมาแล้วพูดต่อ “ตอนนั้น พวกวิญญาณร้ายอาละวาดอยู่ในโลกมนุษย์มานานหลายปีแล้ว พวกมันโหดร้ายรุนแรงมาก”
“ในตอนนั้น ลัทธิเต๋าได้ปราบปรามพวกมันทั้งหมดได้แล้วจริง ๆ เมื่ออาตมาไปสวดส่งวิญญาณ…”
“ก็พบว่าไม่สามารถสวดส่งวิญญาณไปได้ ความเคืองแค้นของพวกเขาลึกล้ำเกินไป ลัทธิเต๋าจึงตัดสินใจกำจัดให้สิ้นซาก”
“และตอนนั้นอาตมาก็ได้เห็นดอกบัวสีแดง”
เฉิงยวนถูกสวีจิ้นจับข้อมือไว้ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่มองจิ่วฉานอีก
จิ่วฉานพูดต่อว่า “ดอกบัวสีแดงนั้นไม่ได้มีรูปร่างตายตัว มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมที่มันถูกเลี้ยงดูบ่มเพาะมา”
“ถ้าเลี้ยงดูมันเหมือนดอกไม้ มันก็จะเป็นดอกไม้”
“ถ้าเลี้ยงมันเหมือนต้นไม้ มันก็จะเป็นต้นไม้”
“และในเวลานั้น สิ่งที่อาตมาเห็นคือโลงศพ”
มันดูเหมือนโลงศพ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่โลงศพ แต่กลับเป็นวัสดุที่ทำจากกลีบดอกไม้และใบไม้
“ข้างในนั้นมีสหายลัทธิเต๋าอยู่”
“ต่อมา เพราะกลัวว่าวิญญาณร้ายจะรบกวนสหายลัทธิเต๋า พวกเราจึงย้ายสหายลัทธิเต๋าไปฝังไว้ในสถานที่ที่ฮวงจุ้ยดีกว่า”
จิ่วฉานพูดกับเฉิงยวนว่า “ตอนนี้อาตมายังจำสถานที่นั้นได้อยู่ อาตมาสามารถพาเธอไปที่นั่นได้”
เฉิงยวนหุบปากแน่น พยักหน้ารับเบา ๆ
มีเพียงจิ่งเจียเหยียนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์นี้ เธอสังเกตเห็นเพียงบรรยากาศรอบข้างตึงเครียด จึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังหน้าจิ่วฉาน พลางมองรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง
เฉิงยวนพูดขึ้นว่า “ไม่แน่…มันอาจจะไม่ใช่พวกเขาก็ได้”
“ข้าจะไปถามดู”
เสียงของเธอสั่นเครือ ขณะที่หมุนตัวเดินจากไป
เมื่อเข้าไปในห้องของตัวเอง ก็เห็นเด็ก ๆ ตระกูลเฉิงกำลังกินขนมอย่างมีความสุข หรือไม่ก็กำลังเล่นของเล่นอยู่
มีเพียงเฉิงเฉิงซุนคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงริมหน้าต่าง ร่างของเขาอาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ สายตาของเขาทอดมองไปไกล ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“เฉิงซุน!”
“อาหญิง!”
เฉิงยวนเก็บท่าทางและอาการบนใบหน้า เธอเล่นกับพวกเด็ก ๆ อยู่สักพัก แล้วเรียกเฉิงเฉิงซุนเข้าไปในห้อง แม้แต่สวีจิ้นก็ไม่ให้เข้าไปด้วย
เธอมองหลานชายด้วยสายตาเย็นชา มือหนึ่งกดบนไหล่ของเฉิงเฉิงซุน “เจ้าบอกอาหญิงมาเถอะ นอกจากพวกเขาแล้ว พวกเจ้ายังเจอใครในตระกูลเฉิงอีกบ้าง?”
“อาหญิง…”
“ข้าต้องการฟังความจริง! มีคนในตระกูลเฉิงคนอื่นที่ตายแล้วถูกพาวิญญาณไปด้วยใช่ไหม”
“เฉิงซุน! ข้าต้องการฟังความจริงทั้งหมด”
เฉิงเฉิงซุนเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาผีของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาเลือด “เป็นทุกคน!”
เฉิงยวนชะงักไป รู้สึกราวกับมีความร้อนลุกไหม้ก่อเกิดในวิญญาณ “เจ้าพูดว่าอะไรนะ!”
“อาหญิง ทุกคนในครอบครัวอยู่ที่นี่ แต่พวกเขาทั้งหมด…ทั้งหมด…เหลือแค่พวกเราแล้ว”
“ทั้งท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อท่านแม่ อารองและป้ารอง…”
เฉิงเฉิงซุนไล่ไปทีละชื่อ “พวกเขาทั้งหมดไม่อยู่แล้ว เหลือแค่พวกเราเท่านั้น”
“คนคนนั้นบีบบังคับให้พวกเราไปฆ่าคน จนกระทั่ง…จนกระทั่งไม่หลงเหลือสติสัมปชัญญะอีกแล้ว เขาถึงได้ไล่พวกเราออกไป”
แม้จะเป็นวิญญาณ แต่ดวงตาแปลกประหลาดของเฉิงเฉิงซุนก็มีหยาดน้ำตาสีแดงสดไหลออกมาเป็นทาง
พลังหยินรอบตัวเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เฉิงยวนยกมือขึ้น สะบัดยันต์ออกไปแผ่นหนึ่ง มันตกลงบนตัวเขา กดทับพลังหยินบนตัวเขาเอาไว้
“เล่าให้ข้าฟังหน่อย มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
อีกด้านหนึ่ง ไจ๋โหรวก็ถามจิ่วฉานว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหมือนกัน
“ตอนนั้นตระกูลสั่วเกิดเรื่อง หลังจากลูกสาวตระกูลสั่วออกเรือนก็ถูกวิญญาณร้ายรังควานมาโดยตลอด ทำให้ครอบครัวสามีไม่เป็นอันอยู่อันกิน”
“และพวกวิญญาณร้ายเหล่านั้นก็มีจิตมุ่งร้ายหนักมาก พวกมันทำร้ายและฆ่าคนมามากมายนัก”
“เรื่องนี้สร้างความวุ่นวายใหญ่โต คนทั้งลัทธิเต๋าเริ่มตื่นตระหนก ภายหลังลัทธิเต๋ารวมตัวกันเพื่อกำจัดกลุ่มวิญญาณร้ายเหล่านั้นในคราวเดียว”
จิ่งเจียเหยียนถาม “แล้วทำไมเมื่อกี้นายถึงมองยวนยวนแบบนั้น?”
สายตาที่เขาใช้มันแปลกมากเลยด้วย!
จิ่วฉานตอบ “ก่อนหน้านี้พวกเราเคยปราบปรามมาครั้งหนึ่ง ตอนที่อาตมาสวดส่งวิญญาณร้ายกลุ่มนั้น อาตมาเห็นหน้าตาของพวกเขา ในนั้นมีคนที่หน้าตาคล้ายกับเฉิงยวนอยู่ด้วย”
แต่เพราะเวลาผ่านมานานมากแล้ว เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
และไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับเฉิงยวน
จนกระทั่งเมื่อสักครู่นี้ เขาถึงได้นึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน
ในกลุ่มวิญญาณร้ายเหล่านั้น มีความเป็นไปได้สูงมากว่าอาจจะเป็นคนในครอบครัวของเฉิงยวนเอง