เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1675 สั่วเหลียงถูกโจมตี
บทที่ 1675 สั่วเหลียงถูกโจมตี
ราตรีกาลยิ่งมืดลงกว่าเดิม
ฉู่ลั่วซึ่งเดิมทีหลุบตาอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา เธอผลักฮั่วเซียวหมิงออกไปทันที ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของฮั่วเซียวหมิง เธอยกมือขึ้นอุ้มฮั่วเซียวหมิงด้วยท่าเจ้าหญิง
จากนั้นเธอก็วางฮั่วเซียวหมิงลงบนเตียงด้วยความเร็วสูง
เธอไปที่ห้องนั่งเล่น คว้าเสื้อผ้าทั้งหมดที่ตกอยู่บนพื้น แล้วนำกลับมาในห้องนอนอีกครั้งด้วยการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว
การกระทำทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ฮั่วเซียวหมิงยังไม่ทันได้สติ ทั้งตัวก็ถูกฉู่ลั่วโยนลงบนผ้าห่มในสภาพเปลือยเปล่า
เขาก้มมองตัวเองแวบหนึ่ง แล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกาย จากนั้นก็เห็นฉู่ลั่วโบกมือเบา ๆ ทีเดียว ชุดหนึ่งก็สวมอยู่บนร่างกายของเธอแล้ว
ฮั่วเซียวหมิง “มีคนมาเหรอ?”
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ เสียงกริ่งจากประตูก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“คุณนอนก่อนเถอะค่ะ! มีคนมาหาฉันดึกขนาดนี้ ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ ๆ”
ไม่รอให้ฮั่วเซียวหมิงตอบรับ ฉู่ลั่วก็เดินออกจากห้องไปแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออก ตรงหน้าประตูมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งยืนหอบหายใจ เม็ดเหงื่อไหลเต็มหน้าผากเขา “เจ้านิกายครับ เมื่อกี้ทีมสืบสวนโทรมาบอกว่า…บอกว่าสั่วเหลียงถูกโจมตี ตอนนี้อาการสาหัสใกล้จะเสียชีวิตแล้วครัย”
ฉู่ลั่วมีสีหน้าเย็นชาลงทันที
“พวกเราจะไปที่นั่นกันเดี๋ยวนี้ กว่านหว่านล่ะคะ?!”
“วันนี้หมอกว่านอยู่ที่องค์กรครับ” เจ้าหน้าที่ถามอย่างเป็นกังวล “เจ้านิกายครับ พวกเราจะแจ้งเฉิงยวนด้วยไหมครับ! ถ้าสั่วเหลียงตาย…”
“ไม่ต้องค่ะ! ไปดูสถานการณ์ก่อน!”
ฉู่ลั่วคว้ามือเจ้าหน้าที่ไว้ข้างหนึ่ง เอ่ยปากท่องคาถา เพียงเท้ากระทืบลงพื้นเบา ๆ ทั้งเธอทั้งเจ้าหน้าที่ก็หายตัวไป
เวลาเพียงชั่วพริบตา ทั้งสองคนก็มาถึงองค์กร
เธอปล่อยมือแล้วเดินตรงไปยังห้องที่กักตัวของสั่วเหลียง
เจ้าหน้าที่องค์กรคนนั้นเอาแต่ก้มหน้าลงมองข้อมือของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ยกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“นายกำลังทำอะไรน่ะ? เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
“เธอไม่เข้าใจหรอก! เมื่อกี้เจ้านิกายจับมือฉันข้างนี้แล้วพาฉันเคลื่อนย้ายร่างชั่วพริบตา เธอรู้จักการเคลื่อนย้ายร่างชั่วพริบตาไหม? เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นหรือเปล่า? เธอไม่รู้ เธอไม่เคยประสบพบเจอมันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ! ถึงแม้จะเคยเคลื่อนย้ายร่างชั่วพริบตามาก่อน แต่เธอก็ไม่เคยให้เจ้านิกายจับข้อมือแล้วพามาด้วยกันหรอก!”
เจ้าหน้าที่องค์กร “…เขาเป็นบ้าไปแล้ว!”
แต่มันก็น่าอิจฉาจริง ๆ !
“ตอนที่นายไปหาเจ้านิกาย ได้เห็น…อะไรบ้างไหม? ได้ยินมาว่าเจ้านิกายคบดูใจกับท่านประธานฮั่วแล้ว พวกเขาทั้งสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก ท่ามกลางราตรีอันเปลี่ยวเหงาอย่างนี้!”
เจ้าหน้าที่องค์กรมองเธอด้วยสายตาเบื่อหน่าย “เธอกำลังคิดอะไรอยู่น่ะ! ตอนที่ฉันไปถึง เจ้านิกายก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันถึงขั้นสงสัยว่าเจ้านิกายกำลังฝึกวิชาอยู่ตลอดทั้งคืนแน่ ๆ เลย!”
เจ้าหน้าที่องค์กรอีกคนพูดว่า “อย่างนั้นเองเหรอ! สมแล้วที่เป็นเจ้านิกาย!”
เธอคิดน้อยไปเอง!
เจ้านิกายก็คือเจ้านิกาย เธอไม่ใช่คนธรรมดา จะเป็นไปได้ยังไงที่จะมาเล่นบทรักหวานชื่นกับท่านประธานฮั่วที่มีกล้ามท้องแปดเหลี่ยมในยามดึกได้ล่ะ?
ฮ่า ๆ !
พวกเขาช่างคิดสกปรกจริง ๆ ! ทั้งที่เข้ามาในลัทธิเต๋าแล้ว แต่ยังลืมกิเลสทางโลกไม่ได้อีก!
ไม่ได้การ! เธอต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนเจ้านิกาย!
ต้องขัดเกลาจิตใจและอุปนิสัยให้ดี!
ฉู่ลั่วมาถึงหน้าประตู ก็เห็นซู่เซี่ยงหยางกำลังเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจอยู่หน้าประตู “คนล่ะ? จับได้หรือยัง?”
“จับยังไม่ได้ครับ! ที่นี่เป็นแค่องค์กรชั่วคราว อุปกรณ์ดี ๆ ก็มีไม่ครบ! แต่ห้องของสั่วเหลียงเราคอยควบคุมอย่างเข้มงวดแล้ว แต่ก็ยัง…” เขาขมวดคิ้ว
“แถมสั่วเหลียงก็แปลกมาก! ความสามารถของเขาก็ไม่ได้แย่ อีกฝ่ายทำลายแผ่นยันต์ในห้องทั้งหมด แต่…สั่วเหลียงกลับไม่ต่อต้านอีกฝ่ายเลยครับ!”
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟันพูด “ผมสงสัยว่าอาจจะเป็นคนตระกูลสั่ว!”
แม้ว่าข่าวการพบตัวสั่วเหลียงจะถูกปิดเป็นความลับ
แต่เจ้าหน้าที่ก็มีหลากหลาย มีทั้งคนในองค์กรและคนที่เป็นนักพรต
ไม่ใช่ว่าผู้บำเพ็ญเหล่านี้ทั้งหมดจะเต็มใจอยู่ในองค์กร มีหลายคนที่ถูกครอบครัวและสำนักส่งมาอยู่ที่นี่
หากคนเหล่านี้เผลอเปิดเผยข้อมูลออกไปแม้เพียงเล็กน้อย…
เรื่องที่เกิดขึ้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย