เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1691 มุ่งหน้าสู่หุบเหวเทพมรณะ
บทที่ 1691 มุ่งหน้าสู่หุบเหวเทพมรณะ
“เฉิงยวนกับสวีจิ้นถูกตระกูลสั่วหลอกลวง สวีจิ้นยังถูกตระกูลสั่วใช้ประโยชน์มาถึงเก้าชาติ การที่พวกเขาทั้งสองจะโกรธแค้นมันก็เป็นเรื่องปกติ”
ฉู่ลั่วส่ายหัว “ยังมีฉันกับคุณด้วย เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของเธอที่ทำร้ายพวกเรา”
ถ้าสวีจิ้นไม่ปรากฏตัวขึ้นมา เฉิงยวนก็คงไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับขวดผนึกรัก และเธอก็คงไม่ต้องรู้สึกผิด
แต่สวีจิ้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ตระกูลสั่วเองก็โผล่มาด้วย
ฮั่วเซียวหมิง “…ความรู้สึกของผมกับคุณจะไม่ถูกขวดผนึกรักรบกวนหรอก”
“เฉิงยวนไม่คิดแบบนั้น” สวีจิ้นทำให้เฉิงยวนเกิดความระแวงและหวาดกลัวต่อพลังของขวดผนึกรัก
วันรุ่งขึ้น เฉิงยวนพาเด็กสิบกว่าคนของตระกูลเฉิงมาบอกลาทุกคนตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็ตามฉู่ลั่วไปส่งพวกเด็ก ๆ ยังปรโลก
บรรพบุรุษจากแต่ละตระกูลที่มารับ พวกเขาต่างยินดีจะรับเด็ก ๆ ไป และกล่าวยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าจะทำดีกับพวกเด็ก ๆ
หลังจากเฉิงยวนกำชับเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวออกไปจากปรโลกพร้อมกับฉู่ลั่ว
“อาหญิง!”
เฉิงเฉิงซุนตะโกนเรียก
เฉิงยวนหันกลับไปมองเด็กตระกูลเฉิงที่ถูกเหล่าบรรพบุรุษปกป้องอยู่ เธอโบกมือให้พวกเขาแล้วพูดว่า “อยู่ด้วยกันดี ๆ นะ ถึงจะไปเกิดใหม่แล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าตัวเองเป็นคนตระกูลเฉิงล่ะ”
เธอหันหลังกลับแล้วโบกมืออย่างแรงอีกครั้ง
จากนั้นก็ออกจากปรโลกพร้อมกับฉู่ลั่ว
หลายวันต่อมา ฉู่ลั่วพาเฉิงยวนเดินทางไปยังหุบเหวเทพมรณะด้วยกัน
โต้วเหลียงเงียบขรึมยิ่งกว่าเก่า แม้แต่จี้จิงเหิงก็ยังนิ่งเงียบตลอดทาง
พวกเขาไม่ได้เลือกใช้ยันต์เคลื่อนย้าย แต่นั่งรถไป
ซู่เซี่ยงหยางมองเฉิงยวนที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วแล้วถามว่า “แล้วสวีจิ้นล่ะ? คุณจะไปนานขนาดนี้ เขาจะไม่ไปด้วยกันเหรอ?”
เฉิงยวน “ข้าไปกับลั่วลั่วออกมา ส่วนเขาจะกลับไปเป็นเจี่ยซีสักสองสามวัน”
ซู่เซี่ยงหยางถูกทำให้สำลักอย่างจังจนต้องชูนิ้วโป้งให้เฉิงยวน ก่อนจะหันไปพูดกับฉู่ลั่วว่า “วิญญาณร้ายวันนั้น พวกเรากำจัดหมดแล้วครับ”
“ข้อมูลที่มีประโยชน์ไม่มีมากนัก ยันต์ที่คุณทิ้งไว้บนตัวจิ่งอันฉิงยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจเบา ๆ เขาลดเสียงลงพลางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะพูดกับฉู่ลั่วว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ ผมต้องยื่นคำขออนุมัติกับผู้บังคับบัญชานานมากกว่าจะได้รับอนุญาต ทุกอย่างผ่านการอนุมัติมาแล้วครับ”
เขาทำท่าประกอบ “เรียบร้อยทุกอย่างดี”
“พอพวกเราไปถึง ก็จะส่งตำแหน่งที่แน่ชัดไปให้พวกเขา จากนั้นพวกเขาก็จะมาถึงที่นี่ให้เร็วที่สุด”
“มันคืออะไร ๆ” เฉิงยวนก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นมาก
ซู่เซี่ยงหยางทำสีหน้าลึกลับ “อยากรู้ไปหมดซะทุกเรื่อง มันมีแต่จะเป็นอันตรายต่อคุณนะ!”
เฉิงยวนกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย “เหอะ! เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เหรอ? ก็แค่พวกของในอินเทอร์เน็ตนั่นแหละ! ชาวเน็ตวิเคราะห์กันไว้ละเอียดยิบแล้ว ไม่รู้กี่มุมต่อกี่มุม”
ซู่เซี่ยงหยางคุยโม้กับเฉิงยวนพลางสังเกตเฉิงยวน
เขาไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในตัวของเฉิงยวนเลย
ดูยังไงก็ไม่เหมือนกับที่เจ้านิกายบอกว่าเธออาจจะแอบทำเรื่องใหญ่
รถคันด้านหน้ามีจี้ไจ่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ดวงตาทั้งสองปิดสนิท
ด้านหลังมีไจ๋โหรวกับจี้จิงเหิงนั่งอยู่
จี้จิงเหิงเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “แกไปเยี่ยมแม่ของตัวเองหรือยัง?”
“ยังไม่ได้ไป”
“ทำไมถึงไม่ไป? ฉู่ลั่วไม่สามารถเข้าออกปรโลกได้อย่างอิสระหรอกเหรอ?”
จี้ไจ่ “เจ้านิกายสามารถเข้าออกปรโลกได้อย่างอิสระก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะสามารถเข้าออกปรโลกได้อย่างอิสระด้วย”
“แกไม่เป็นห่วงแม่เลยหรือยังไง?”
จี้ไจ่หันไปมองจี้จิงเหิงที่นั่งอยู่เบาะหลัง “แม่ของผมไม่จำเป็นต้องให้ผมเป็นห่วง”
จี้จิงเหิงกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ได้ยินจี้ไจ่พูดตามมาว่า “แม่ของผมไม่ได้อ่อนแออย่างที่คุณคิดหรอก แม่แข็งแกร่งมาก ทั้งพลังวิญญาณและจิตใจล้วนเข้มแข็ง”
จากนั้นเขาก็พูดพลางหัวเราะเยาะเบา ๆ “คุณก็แค่หลอกแม่ผมกับโต้วเหลียงไม่ใช่หรือไง?”