เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1692 ข้าเชื่อใจเจ้าอยู่แล้ว
บทที่ 1692 ข้าเชื่อใจเจ้าอยู่แล้ว
จี้จิงเหิงก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ
ไจ๋โหรวมองจี้ไจ่ที่หัวเราะเยาะแล้วหันหน้าไป เธอกลอกตาด้วยความลำบากใจ
นับตั้งแต่แม่ของจี้ไจ่จากไปอยู่ที่ปรโลก จี้ไจ่ก็มีความคิดที่ไม่ดีต่อลัทธิเต๋ามาก
ช่วงนี้ตระกูลจี้ติดต่อเขามาตลอด ไม่ก็ถามเรื่องจี้จิงเหิง ก็ให้เขากลับไปที่ตระกูล
แต่จี้ไจ่ปฏิเสธทั้งหมด
รถแล่นมาถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นทะเลทรายรกร้างว่างเปล่า
ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า แผดเผาจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะโบกมือพัดวี
“ที่นี่ใช่ไหมครับ?” ซู่เซี่ยงหยางถาม
ฉู่ลั่ว “การสั่นสะเทือนของพลังวิญญาณครั้งสุดท้ายอยู่ที่นี่ค่ะ”
เธอประสานมือทำมือร่ายมนตร์ พลังวิญญาณหลายสายพุ่งออกไปโดยรอบ ไม่นานพลังวิญญาณสายหนึ่งก็ลอยกลับมา ฉู่ลั่วชี้ไปข้างหน้า “อยู่ทางนั้น”
ที่นั่นมีวงกลมที่ถูกล้อมรอบด้วยพลังวิญญาณ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะโทรศัพท์ให้พวกเขาส่งของมาที่นี่! ดีนะที่อยู่ในทะเลทราย ถ้าเป็นที่ที่มีผู้คนอยู่หนาแน่น การขนอาวุธพวกนี้มาคงจะสร้างความวุ่นวายไม่น้อยเลยนะครับ”
เขาเดินไปที่รถคันหนึ่งซึ่งไม่มีใครอยู่ก่อนจะโทรศัพท์
ฉู่ลั่วหันไปมองเฉิงยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไจ๋โหรว
ไจ๋โหรวถือร่มสีดำที่เต็มไปด้วยอักขระ คลุมเฉิงยวนไว้ในเงาร่ม หัวของทั้งสองคนขยับชิดกัน ไม่รู้ว่ากำลังพูดคุยอะไรกันอยู่
เฉิงยวนรู้สึกได้ถึงสายตาของฉู่ลั่ว จึงหันไปมองและส่งยิ้มให้เธอ
ไจ๋โหรวพูดเสียงเบา “เจ้านิกายกลัวว่าเธอจะก่อเรื่อง”
เฉิงยวนทำสีหน้าไร้เดียงสา “ข้าจะก่อเรื่องอะไรกัน! ลั่วลั่วชอบคิดมากไปเองต่างหาก วางใจเถอะ ข้าจะเชื่อฟังและตามพวกเจ้าไปอย่างว่าง่าย”
เฉิงยวนเปลี่ยนน้ำเสียง แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หุบเหวเทพมรณะนี่ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไงเหรอ?”
ไจ๋โหรว “ยังไงก็คงไม่ใช่ที่ที่ดี ๆ แน่นอน”
ทั้งเรื่องของลัทธิเต๋าและเรื่องราวมากมายในโลกมนุษย์ล้วนเป็นฝีมือของหุบเหวเทพมรณะทั้งนั้น
ยังมีปรโลกย่อยอีก…
ลองคิดดูว่าตอนนี้ในโลกมีคนชั่วที่กลับชาติมาเกิดมากมายแค่ไหน รวมถึงพวกที่ควรจะไปเกิดในภพภูมิสัตว์เดรัจฉานและวิญญาณร้ายที่ควรจะอยู่ในนรกขุมที่สิบแปด
คนพวกนี้กลับมาเกิดใหม่กันหมดแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดา แม้แต่เธอที่เป็นคนของลัทธิเต๋า แค่คิดถึงเรื่องพวกนี้ก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางคุยโทรศัพท์เกือบสองชั่วโมง ส่วนลูกน้องที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีก็ได้กางเต็นท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ไจ๋โหรวและเฉิงยวนอยากจะเดินไปดูรอบ ๆ แต่ถูกฉู่ลั่วห้ามเอาไว้
เฉิงยวนทำหน้าจนปัญญา แล้วยักไหล่พูดกับไจ๋โหรวว่า “ช่วยไม่ได้ ตอนนี้ข้าต้องอยู่ข้าง ๆ ลั่วลั่ว ไม่อาจห่างนางได้แม้แต่ก้าวเดียว”
เธอรีบคว้าแขนของฉู่ลั่วทันที “ลั่วลั่วของเราต่างหากที่ไม่อาจห่างจากข้าได้”
ฉู่ลั่ว “ใช่ ฉันไม่อาจห่างจากเธอได้”
เฉิงยวนยิ่งรู้สึกภูมิใจ
ไจ๋โหรวมองด้วยความอิจฉาริษยา แล้วก็ฉุดจี้ไจ่ออกไปอย่างโมโห
ฉู่ลั่วพาเฉิงยวนมาที่เต็นท์ เธอพูดกับเฉิงยวนว่า “ทางรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อาวุธหนักจำนวนมากจะถูกขนส่งมาที่นี่”
“ว้าว! มันทรงพลังขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่ว่าหุบเหวเทพมรณะจะร้ายกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางต้านทานอาวุธหนักเหล่านี้ได้”
“แน่นอน ข้าเชื่อมั่นในความร้ายกาจของอาวุธพวกนั้น”
“เฉิงยวน!” น้ำเสียงของฉู่ลั่วเคร่งขรึมลง “เมื่อทำลายหุบเหวเทพมรณะและจับกุมคนพวกนั้นได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสั่วหรือขวดผนึกรัก ก็จะสามารถคลี่คลายได้ทั้งหมด”
“เธอต้องเชื่อใจฉัน”
รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเฉิงยวนชะงักไปชั่วขณะ “…แน่นอน ข้าเชื่อใจเจ้าอยู่แล้ว!”
เธอโอบแขนฉู่ลั่ว พิงศีรษะบนไหล่ของอีกฝ่าย “ข้าเชื่อใจเจ้า! ลั่วลั่ว ข้าเชื่อใจเจ้ามาตลอด”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วกัดนิ้วตัวเองจนเลือดออก ใช้เลือดสด ๆ เป็นสื่อ เขียนอักขระอย่างรวดเร็วบนหน้าผากของเฉิงยวน
“นี่คืออะไรเหรอ?”
“เป็นตราประทับที่จะทำให้เธออยู่ข้างฉันได้เท่านั้น เฉิงยวน ถ้าเธอห่างจากฉันเกินร้อยเมตร ตราประทับพวกนี้ก็จะทำงาน”