เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1698 คุณเป็นคนทำเหรอคะ
บทที่ 1698 คุณเป็นคนทำเหรอคะ
ผู้บำเพ็ญต่างแย่งชิงเวลาเพื่อบำเพ็ญพลังของตนเอง บางครั้งก็พาเจ้าหน้าที่คนธรรมดาลงเขาไปสำรวจสถานการณ์ด้านล่าง
หลังจากที่ต้าอีจากไปสามวัน ตรงประตูทางเข้าก็มีพลังวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง
“มาแล้ว!”
ซู่เซี่ยงหยางตะโกนเสียงดัง วิ่งออกไปด้วยความตื่นเต้น
คนอื่น ๆ ก็วิ่งตามเขาไปด้วย
ฉู่ลั่วจับโต้วเหลียงไว้ ให้โต้วเหลียงเปิดประตูมิติ
เมื่อประตูเปิดออก คนแรกที่เข้ามาก็คือชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มองซ้ายแลขวาไม่หยุด “ที่นี่คือโลกอื่นอย่างนั้นเหรอ?”
หลังจากนั้นก็มีคนอื่น ๆ ที่ทยอยเดินกันเข้ามาผ่านประตู
ทุกคนล้วนเป็นผู้สูงอายุ แม้แต่คนที่ดูอ่อนวัยที่สุดก็ยังดูมีอายุราวห้าสิบกว่าปี
จนกระทั่งเห็นร่างคุ้นตา ซู่เซี่ยงหยางถึงอุทานขึ้นว่า “ผู้บัญชาการเฒ่า พวกคุณมาได้อย่างไรครับ?”
ฟางโหย่วกั๋วมองเขาด้วยสายตาดุ ๆ “นายจะร้องเรียกทำไมกัน ฉันจะมาไม่ได้หรือไง?”
“ที่นี่…ที่นี่…ถึงแม้จะไม่ให้ประธานฮั่วเซียวหมิงมา ก็ไม่ควรให้คุณมานะครับ! ที่นี่อันตรายมาก”
ฟางโหย่วกั๋วมองเขาด้วยสายตาดุ ๆ อีกครั้ง “เหลาจื่อเคยผ่านอันตรายมามากกว่านายหลายเท่า นายมาพูดเรื่องอันตรายกับเหลาจื่อได้เหรอ”
หลังจากด่าเสร็จ เขาก็พูดต่อ “อีกอย่าง ใครบอกว่าท่านประธานไม่ได้มาล่ะ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำฮั่วเซียวหมิงก็เดินออกมาจากทางเดิน
พร้อมกันนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญที่สวมชุดทำงานเข้ามาด้วย
เมื่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญเห็นโลกอันแปลกประหลาดนี้ แม้จะพยายามควบคุมสีหน้าอย่างไร แต่ก็ยังเห็นความตกตะลึงบนใบหน้าของพวกเขาได้
ผู้บัญชาการเฒ่าฟางโหย่วกั๋วแนะนำตัวเองแล้วก็ยิ้มพูดกับฉู่ลั่วว่า “สหายน้อยฉู่! ผมได้ยินเพื่อน ๆ หลายคนพูดถึงคุณ คุณยอดเยี่ยมมาก!”
ฉู่ลั่วยิ้มและจับมือทักทายเขา
“คุณช่วยคุยกับประธานฮั่วเรื่องสถานการณ์ของที่นี่หน่อย ผมจะไปหาเสี่ยวซู่เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์เหมือนกัน”
“ได้ค่ะ!”
ฉู่ลั่วพาฮั่วเซียวหมิงและบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามเขามาเข้าไปในเต็นท์ของเธอ
ในเต็นท์ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับพวกเขาทุกคน เพียงแต่ไม่มีเก้าอี้ คนส่วนใหญ่จึงต้องยืน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องเก้าอี้แล้ว แต่สนใจคำพูดของฉู่ลั่วมากกว่า
หลังจากที่ฉู่ลั่วเล่าข่าวที่พวกเขาได้รับในช่วงหลายวันนี้คร่าว ๆ สีหน้าของบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิงโบกมือให้พวกเขาไปที่เต็นท์ว่างข้าง ๆ เพื่อวางแผนต่อไป
เมื่อพวกเขาออกไปแล้ว เฉิงยวนก็ลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ “ข้าจะออกไปด้วย”
“เธออยู่นี่แหละ!”
“แบบนี้ไม่ดีนะ! พวกเจ้าสองคนไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน ข้าไม่ควรอยู่เป็นก้างขวางคอสิ ถึงเจ้าจะอนุญาต แต่ในฐานะแฟนคลับคู่จิ้นคู่นี้ ข้าก็ไม่อนุญาตหรอก!”
เธอยกเท้าขึ้นเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก
แต่แล้วก็ได้ยินเสียงตะโกนมา “นั่งลง!”
เฉิงยวนจึงนั่งลงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ มองพวกเขาทั้งสองคนอย่างน่าสงสาร แล้วหันหลังให้โดยรู้งาน ไม่มองพวกเขา
ฮั่วเซียวหมิงถาม “คุณยังคิดจะหนีอยู่อีกเหรอครับ?”
เฉิงยวน “ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้น”
ฉู่ลั่ว “อืม เธอพยายามแกะตราอาคมออกตอนกลางดึกหลายครั้งแล้ว ในขณะที่ฉันกำลังบำเพ็ญ”
เฉิงยวน “…เจ้ารู้ด้วยหรือ”
ฮั่วเซียวหมิง “ถ้าอย่างนั้นก็เสริมตราอาคมให้แข็งแกร่งขึ้นสิครับ คราวนี้สวีจิ้นไม่ได้มาด้วย เขาอาจจะอยู่ข้างนอกเพื่อคอยช่วยเหลือ แค่รอให้เรื่องที่หุบเหวเทพมรณะจบลง พวกเราก็กลับไปได้แล้ว”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”
เฉิงยวนพูด “นี่พวกเจ้าฟังที่ข้าพูดบ้างไหมเนี่ย!”
เสียงกรีดร้องด้วยความโมโหของเธอไม่ได้เข้าหูคนอีกสองคนในเต็นท์เลย
“พวกเขามาได้ยังไงคะ? ฉันสั่งให้คนจากองค์กรไปตามคุณมา แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมามากมายขนาดนี้” ตอนแนะนำตัวสั้น ๆ เมื่อครู่ พวกผู้อาวุโสผมขาวเหล่านั้นล้วนเป็นผู้นำในแต่ละวงการ
ยังไม่รวมผู้นำที่ทางกองทัพส่งมาอีก
เพียงไม่กี่วัน พวกเขาสามารถนำคนมากมายขนาดนี้มาได้ โดยเฉพาะพวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ฉู่ลั่วเห็นฮั่วเซียวหมิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณเป็นคนทำเหรอคะ?”