เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1697 ลักพาตัวคน
บทที่ 1697 ลักพาตัวคน
เจ้าหน้าที่องค์กรอีกคนกัดฟันเอ่ย “กำลังลักพาตัวคน! พวกเขาลักพาลูกสาวของคนธรรมดาไปต่อหน้าต่อตา คนรอบข้างรวมถึงพ่อแม่ของเด็กสาวก็ไม่มีใครต่อต้าน แม้แต่ตัวเด็กสาวเองก็ไม่ขัดขืนด้วยครับ”
เขามองซู่เซี่ยงหยาง “หัวหน้าซู่ คุณรู้ไหมว่าพวกเขาพูดอะไรกัน?”
“พวกเขาบอกว่าเด็กสาวคนนั้นโชคดีมาก”
ซู่เซี่ยงหยางชะงัก “โชคดี?”
“ใช่ครับ เธอโชคดี” เจ้าหน้าที่องค์กรหัวเราะเยาะ “พวกเขาบอกว่านักพรตพวกนั้นสัญญาว่าถ้าเด็กสาวคนนี้ว่านอนสอนง่าย ชาติหน้าจะได้เกิดเป็นนักพรต ถึงตอนนั้นสำนักของพวกเขาจะส่งคนมารับเธอ”
พ่อแม่ของเด็กสาวดีใจมาก แม้แต่เด็กสาวเองก็ยิ่งดีใจใหญ่
แต่เจ้าหน้าที่องค์กรทุกคนล้วนเป็นคนช่างสังเกต แค่มองก็รู้ชัดเจนแล้วว่านักพรตพวกนั้นไม่ใช่คนดี
สายตาที่มองเด็กสาวเต็มไปด้วยความคิดสัปดนอย่างไม่ปิดบัง
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา และคิดว่าเป็นความโชคดี
เมื่อนึกถึงภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ สีหน้าเจ้าหน้าที่องค์กรอีกหลายคนต่างก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟันพูดว่า “พวกเขากล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่ใช่กล้าทำหรอก”
โต้วเหลียงที่นั่งยองอยู่ตรงมุมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น “สิ่งที่พวกเขาพูดเป็นความจริง ที่นี่มีแต่คนที่เชื่อฟังเท่านั้นถึงจะมีชีวิตที่ดีได้”
“นักพรตในสำนักไม่เพียงควบคุมชีวิตนี้ แต่ยังควบคุมชีวิตของชาติหน้าด้วย”
“บางคนถึงขนาดไปเกิดใหม่พร้อมความทรงจำเก่า ถึงสามารถพบเจอพ่อแม่ในชาติก่อนได้”
ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบเสียงลงทันที
พวกเขารู้ดีกว่าใครว่าสิ่งเหล่านี้เหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มีแรงดึงดูดมหาศาลสำหรับคนธรรมดา
ชาตินี้ไม่ดี ชาติหน้าก็อาจจะดีได้ หรือแม้แต่ได้เป็นเซียนผู้บำเพ็ญ
เพียงชั่วพริบตาเดียว จากเดิมที่เคยถูกกดขี่และตกเป็นทาส กลับกลายเป็นคนที่บรรลุประสบผลสำเร็จ ไม่ถูกกดขี่และเอาเปรียบจากผู้อื่นอีก
ผลลัพธ์เช่นนี้ จะทำให้คนส่วนใหญ่เสียสติอย่างแน่นอน
อาจถึงขั้นมีคนสมัครใจมอบตัวให้กับบางคนในสำนัก ยอมให้ผู้อื่นทรมานและทำอะไรกับตัวเองก็ได้
มีความเป็นไปได้มาก ๆ ว่าพวกเขาอาจหวังให้ตัวเองได้ตายเร็ว
เมื่อตายแล้ว ชีวิตอันแสนทุกข์ทรมานนี้ก็จะจบสิ้นลง
ชาติหน้าที่สวยงามก็จะมาถึง
คำพูดของโต้วเหลียงทำให้สีหน้าของทุกคนที่อยู่ที่นั่นเปลี่ยนไป
เมื่อผู้คนมองลงไปยังเชิงเขาอีกครั้ง พวกเขาไม่รู้สึกว่ามันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเซียนผู้บำเพ็ญที่มีทิวทัศน์งดงามอีกต่อไป
วันแรกที่มาถึงโลกอันแปลกใหม่แห่งนี้ แม้พวกเขายังไม่ได้เผชิญหน้ากับหุบเหวเทพมรณะ แต่พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากหุบเหวเทพมรณะแล้ว
สิ่งนี้ทำให้บางคนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ที่นี่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์” ฉู่ลั่วพูดขึ้นมากะทันหัน
ทุกคนหันไปมองเธอ
ฉู่ลั่วมองไจ๋โหรวและคนอื่น ๆ “ในช่วงที่รอคนมา เจ้าหน้าที่องค์กรที่ไม่มีอะไรทำ ก็ให้ตั้งใจฝึกฝนกันต่อทั้งหมดค่ะ”
ไจ๋โหรว “ใช่แล้ว! ที่นี่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์ขนาดนี้ พวกเราควรฝึกฝนบำเพ็ญสิ!”
“ทำไมฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนนะ?”
“ความจริงฉันแอบไปบำเพ็ญมาสักพักแล้ว ฉันรู้สึกว่าตนเองกำลังจะพัฒนาก้าวหน้าเลยค่ะ!”
บรรยากาศที่เคยหดหู่ก็กลับมาคึกคักขึ้นทันที
ซู่เซี่ยงหยางแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
การหวาดกลัวก่อนการต่อสู้ นี่เป็นข้อห้ามสำคัญในการทำสงครามเลยนะ!
เขามองไปทางฉู่ลั่วด้วยความซาบซึ้งใจ
ฉู่ลั่วพูดว่า “เรื่องต่อจากนี้ฉันขอฝากกับคุณแล้วนะคะ ฉันต้องไปบำเพ็ญแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้าติด ๆ กัน “วางใจได้เลยครับ วางใจได้เลย! คุณไปบำเพ็ญเถอะ ส่วนเรื่องทางนี้พวกเรามีเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่ และยังมีเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ การบำเพ็ญของพวกคุณต่างหากที่สำคัญที่สุด”
ฉู่ลั่วจึงพาเฉิงยวนเข้าไปในเต็นท์ นั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มบำเพ็ญ
เฉิงยวนนั่งอยู่กับที่ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย เธอเท้าคางสองมือ มองฉู่ลั่วสลับกับมองออกไปข้างนอก “ลั่วลั่ว..”
“ไม่ได้!”
เฉิงยวนพูดต่อ “ข้าสัญญาว่าจะไม่วิ่งหนีไปไหนเลย”
ฉู่ลั่วยังไม่ลืมตาขึ้นมาด้วยซ้ำ “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก”