เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1707 ไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของแดนเทพอีกต่อไป
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1707 ไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของแดนเทพอีกต่อไป
บทที่ 1707 ไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของแดนเทพอีกต่อไป
ภายใต้การไหลเวียนของพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ภาพลวงตาก็ปรากฏขึ้นบนผนังหิน
ในภาพลวงตานั้นปรากฏเป็นจางเจี่ยวที่ยังหนุ่ม ด้านหลังเขาคือคนหนุ่มอีกเจ็ดคน คนทั้งหนุ่มเจ็ดเดินเข้าไปในห้องด้านในพร้อมกัน
ภานในห้องนั้นมีชายชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงหิน
พวกเขายืนล้อมรอบเตียงพร้อมกัน ต่างก้มหัวเรียกอาจารย์ด้วยความเคารพ
“ท่านอาจารย์ ผมประกาศบอกทุกคนตามแผนที่วางไว้แล้วครับ” จางเจี่ยวหมอบอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางนอบน้อม “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ ผมจะดำเนินการตามแผนอย่างแน่นอนครับ”
ชายชราพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ลัทธิเต๋าเสื่อมถอย พลังวิญญาณขาดแคลน แดนเทพไม่สามารถแทรกแซงเรื่องของมนุษย์ได้อีกต่อไปแล้ว”
เขายกมือกุมมือของจางเจี่ยวแน่น “ต่อจากนี้ ก็ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องออกหน้าจัดการ เปิดประตูหุบเหวเทพมรณะ ปล่อยพลังวิญญาณสู่โลกมนุษย์”
“ให้ผู้ที่มีพรสวรรค์ทุกคนสามารถบำเพ็ญได้ มนุษย์อย่างเราต้องไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของแดนเทพอีกต่อไป”
จางเจี่ยวก้มหน้า แสดงท่าทางนอบน้อมและเศร้าโศก “ท่านอาจารย์ ผมจะทำตามที่ท่านสั่งอย่างแน่นอน พวกเราจะไม่ยอมให้มนุษย์ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเทพเด็ดขาด”
ชายชราพยักหน้าเบา ๆ “พวกเจ้าต้องช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้ได้”
“ท่านอาจารย์วางใจได้ครับ”
คนที่เหลือต่างคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ พวกเราจะพยายามทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์อย่างสุดความสามารถ”
ชายชราหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ
ในขณะที่ร่างกายกำลังจะดับสูญและวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง มีดแหลมก็แทงเข้าที่หัวใจของเขาทันที
จางเจี่ยวใช้แรงเกือบทั้งหมดในร่างกาย ถึงสามารถแทงมีดที่เต็มไปด้วยอักขระเข้าไปในหัวใจของชายชรา
เขาหันไปพูดกับคนอื่น ๆ ว่า “พวกแกยังยืนงงอยู่ทำไม รีบลงมือสิ!”
อีกเจ็ดคนที่เหลือรุมเข้าไป ต่างพากันนำเอาอาวุธเวทออกมาปักแทงลงบนร่างไร้วิญญาณของชายชรา
วิญญาณของชายชราถูกกักขังอยู่บนร่างที่ตายไปแล้วของเขา
“พวกเจ้ากำลังทำอะไร?” วิญญาณของชายชราดิ้นรนจนบิดเบี้ยว แต่ไม่สามารถหนีพ้นจากอาวุธเวทได้
จางเจี่ยวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เนื่องจากใช้แรงมากเกินไป เลือดจึงกระเด็นมาโดนใบหน้าของเขา “อาจารย์ครับ มนุษย์ข้างนอกนั่นหมดหวังไปนานแล้ว พวกเขาถูกแดนเทพควบคุมมานานแล้ว”
“มีเพียงท่าน…มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่ยังคิดจะช่วยพวกเขา”
ทั้งแปดคนวางมือลงบนอาวุธเวท อักขระเริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่างกายและวิญญาณของชายชรา “พวกเขาเหมาะสมที่จะถูกปกครองเท่านั้น ก่อนหน้านี้ถูกแดนเทพปกครอง ต่อไปก็ถึงคราวที่จะถูกพวกเราหุบเหวเทพมรณะปกครองแล้ว”
“อาจารย์ครับ ท่านรอฟังข่าวดีจากพวกเราเถอะ!”
“อีกไม่นาน อีกไม่นานพวกเราก็จะได้ปกครองมนุษย์แล้ว”
“ถึงตอนนั้น ไม่ต้องพูดถึงเจ็ดสิบสองสำนักเซียนแล้ว แม้แต่วิถีสวรรค์…พวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
วิญญาณของชายชราเบิกตากว้าง แต่แล้วก็ค่อย ๆ หลับตาลงภายใต้การควบคุมของอักขระ
พลังวิญญาณอันเต็มเปี่ยมพุ่งทะลักออกมาจากร่างกายเขา ไหลเข้าสู่ร่างของคนทั้งแปดคนอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วลดมือลง ภาพลวงตาหายไป เธอค่อย ๆ หันหน้ามามองพวกเขาทั้งแปด “คนอื่น ๆ ก็ตายแบบนี้ใช่ไหมคะ?”
จางเจี่ยวสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ใช่ พวกเขาล้วนเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากตายร่างกายก็แตกดับ พลังทั้งหมดในร่างกายกระจัดกระจายสู่โลก”
เฝิงหรู “จะบอกเรื่องพวกนี้กับเธอทำไม! รีบฆ่าซะ!”
ฉางเหอ “ตอนนี้มีแต่ต้องฆ่าเธอเท่านั้น”
จางเจี่ยวไม่พูดอะไร แต่สายตาที่มองฉู่ลั่วแฝงไปด้วยจิตสังหารอย่างชัดเจน
ฉู่ลั่วกลับยกยิ้ม “พวกคุณพยายามล่อวิญญาณของฉันมา เพราะคิดว่าแม้จะรวมพลังกันก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะฉันได้”
“พวกคุณก็รู้ตำแหน่งและสถานะของฉันในโลกภายนอกดี คุณไม่กล้าฆ่าฉันเพราะกลัวการตอบโต้ของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถอธิบายกับทางปรโลกได้”
จางเจี่ยวเม้มริมฝีปาก รอยย่นบนใบหน้าเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“มนุษย์ที่เคยถูกแดนเทพหลอกลวงและถูกพวกคุณวางแผน ตอนนี้กลับหวาดกลัวถึงขนาดนั้น ถึงกับหลบซ่อนอยู่ที่นี่ไม่กล้าออกไปไหน”
“พวกคุณไม่กล้าลงมือกับฉันแน่นอน”
เฝิงหรูก้าวออกมาข้างหน้า “เธออยากตายนักหรือไง!”
จางเจี่ยวห้ามเขาไว้ ดวงตาจับจ้องฉู่ลั่ว “เธอยังไม่ทันฟังเงื่อนไขของฉัน ก็เตรียมปฏิเสธแล้วเหรอ?”