เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1712 วิญญาณร้ายบุก
บทที่ 1712 วิญญาณร้ายบุก
คนธรรมดาถูกส่งออกไปเป็นกลุ่ม ๆ ซู่เซี่ยงหยางพาพวกลูกน้องเริ่มนำอาหารของสำนักต่าง ๆ ออกมาทั้งหมด
“คนพวกนี้คือนักพรตที่ถูกพวกเราจัดการไปแล้วค่ะ” ไจ๋โหรวขนกล่องหลายใบมาวางไว้บนพื้น “แปลกจังเลย! ถึงแม้นักพรตพวกนี้จะมีความสามารถ แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ”
“แถมจนถึงตอนนี้ พวกเรายังไม่ได้เจอกับจิ่งอันฉิงคนนั้นเลยด้วย”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่มีอะไรน่าแปลกใจหรอก จางเจี่ยวกับอีกเจ็ดคนนั้นคงไม่ยอมให้คนอื่นมาแบ่งอำนาจด้วยแน่ นักพรตพวกนี้คงไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ส่วนพวกที่แข็งแกร่งจริง ๆ คงตายไปด้วยน้ำมือของพวกเขาทั้งแปดคนแล้ว”
เธอตบกล่องบนโต๊ะ “เก็บของพวกนี้ไว้ เดี๋ยวค่อยจัดการทีหลัง”
ไจ๋โหรวพยักหน้า เธอมองตามสายตาของฉู่ลั่วออกไปข้างนอก เห็นเพียงหมู่เมฆลอยไปมา
“ถึงเวลาจัดวางกำลังแล้ว”
ไจ๋โหรวพยักหน้า “ได้ค่ะ! ฉันจะไปแจ้งทุกคนเดี๋ยวนี้เลย”
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองฉู่ลั่ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจว่า “เจ้านิกาย พวกเราตรวจสอบทุกพื้นที่และถามนักพรตที่จับมาด้วยแล้ว พวกเขาไม่รู้วิธีเปิดประตูระหว่างสองโลกเลยค่ะ”
“ฉันเดาได้แล้วค่ะ”
เมื่อได้ฟังน้ำเสียงของฉู่ลั่ว ไจ๋โหรวก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีแผนการอยู่ในใจแล้ว จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ในเมื่อเจ้านิกายมีแผนแล้ว ฉันก็วางใจค่ะ”
เมื่อไจ๋โหรวจากไป ในห้องก็เหลือเพียงฉู่ลั่วกับเฉิงยวน
เฉิงยวนเดินตามฉู่ลั่วไปอย่างใกล้ชิด “ลั่วลั่ว เจ้าไม่คิดว่าตัวเองทำเกินไปหน่อยหรือ? ตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเราเหลือแค่ห้าสิบเมตรนะ มันไม่ใกล้เกินไปหน่อยหรือไง!?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบคำถามของเธอ แต่กลับพูดว่า “ราบรื่นดี?”
“อะไรนะ?”
“ทุกอย่างราบรื่นเกินไป ตั้งแต่พวกเราเข้ามาในหุบเหวเทพมรณะจนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก”
เฉิงยวนพยักหน้าเห็นด้วย “เหมือนจะเป็นอย่างนั้น บางทีหุบเหวเทพมรณะอาจจะเสื่อมโทรมถึงขั้นนี้จริง ๆ แล้วก็ได้”
“พวกเขาไม่สามารถต้านทานการบุกรุกจากคนต่างโลกได้หรอก”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “จางเจี่ยวไม่ได้โง่ขนาดนั้น”
เฉิงยวน “อย่างไรเสียตอนนี้เราก็ยังไม่พบแผนลับของเขา เพราะฉะนั้นก็ดำเนินการตามแผนของเราต่อไปเถอะ”
“ถ้าจางเจี่ยวมีปัญหาจริง ๆ เขาก็จะแสดงตัวออกมาเอง”
“แต่ถ้าจางเจี่ยวไม่มีปัญหา นั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่หรือ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “เธอพูดถูก!” เธอหันมามองเฉิงยวน “ดังนั้น ถ้าจางเจี่ยวมีปัญหา เธอจะใช้โอกาสนี้หนีไปหรือเปล่า?”
เฉิงยวนเม้มปาก “ข้าบอกแล้วว่าจะไม่หนีไปไหน”
เธอยักไหล่ “อีกอย่างข้าจะหนีไปไหนได้ล่ะ! ทางออกก็ยังไม่เปิด ต่อให้อยากหนีก็ไม่รู้จะหนีไปทางไหนอยู่ดี!”
“เจ้าวางใจได้เลย! ถึงข้าจะหนีมันก็ไม่ใช่ตอนนี้หรอก ต้องรอให้พวกเจ้าจัดการเรื่องหุบเหวเทพมรณะเสร็จก่อนแน่นอน!”
“และบางทีในหุบเหวเทพมรณะก็อาจจะมีวิธีแก้ปัญหาด้วยก็ได้”
เธอพยักหน้าจริงจัง “ข้าไม่โง่ขนาดนั้นหรอกนะ!”
ฉู่ลั่วเห็นว่าเธอพูดด้วยความจริงจังและจริงใจจึงไม่ซักไซ้ต่อ
เฉิงยวนถามเสียงเบาว่า “แล้วตอนนี้เจ้าจะปลดยันต์บนตัวข้าได้หรือยัง?”
“ไม่ได้”
เฉิงยวน “…”
เธอพูดมาตั้งมากมาย สุดท้ายมันก็เปล่าประโยชน์เหรอ!
ในคืนนั้น
ฉู่ลั่วกำลังบำเพ็ญอยู่บนหลังคา ส่วนเฉิงยวนนอนเบื่อ ๆ อยู่ข้างกาย
ทันใดนั้น ฉู่ลั่วพลันลืมตา เฉิงยวนก็ลุกนั่งตัวตรง
วินาทีถัดมา ฉู่ลั่วก็คว้าแขนของเฉิงยวนแล้วพุ่งไปยังห้องหนึ่งที่อยู่ตรงมุมด้วยความเร็วสูง
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังถูกเส้นผมยาว ๆ แขวนห้อยอยู่บนคาน เขาใช้มือทั้งสองข้างดึงเส้นผมอย่างแรง แต่เส้นผมเหล่านั้นราวกับมีชีวิต มันกำลังมุดเข้าไปในผิวหนังของเขา
ฉับพลันนั้นดาบก็ฟาดฟันมา เจ้าหน้าที่องค์กรร่วงตกลงมา
ฉู่ลั่วโยนแผ่นยันต์ใส่ร่างของเขา ทำให้เส้นผมทั้งหมดที่อยู่ในผิวหนังโผล่ออกมา
“เจ้านิกาย มีวิญญาณร้ายบุกเข้ามาครับ และไม่ใช่แค่ตนเดียวด้วย!” เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งฟื้นคืนสติรีบรายงานฉู่ลั่วทันที
“ฉันรู้แล้วค่ะ!”
เธอคว้าตัวเฉิงยวนแล้วทะยานไปอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาเซียนทั้งลูก