เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1711 หวังจะประกอบร่างที่สมบูรณ์
บทที่ 1711 หวังจะประกอบร่างที่สมบูรณ์
ปัง! ยิงหนึ่งนัด อีกคนก็ล้มลง
เทพอู่ทงที่เมื่อครู่ยังทำตัวโอหังอยู่นั้น ตอนนี้เริ่มแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาบ้างแล้ว
ขณะต้าอีกำลังเล็งไปยังคนอื่น ๆ เทพอู่ทงก็โบกมือ ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตประหลาดสิบกว่าตัวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“เจ้าพวกนั้นคือพวกสัตว์ประหลาดที่ไม่กลัวเจ็บไม่กลัวตาย!” ไจ๋ไป๋เผยสีหน้ารังเกียจ
ส่วนเทพอู่ทงซ่อนตัวอยู่หลังสัตว์ประหลาดพวกนี้ รอโอกาสหลบหนีไป
“พี่สาว!”
เด็กสาวที่นอนคว่ำอยู่บนยันต์ร้องขึ้นมาทันที เธอคลานไปถึงขอบกระดาษยันต์ พลางร้องเรียกด้วยความดีใจ แต่เมื่อเห็นลักษณะของพี่สาวชัดเจน เธอก็พลันชะงักไปทันที
มันเป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่มีศีรษะของพี่สาวเธอ มือ แขน ลำตัว…ทั้งหมดถูกประกอบขึ้นจากแต่ละชิ้น
“กรี้ด!”
เด็กสาวร้องออกมา
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น กระทั่งคนธรรมดาท่ามกลางกลุ่มคนก็ร้องออกมาเช่นกัน “นั่นมันแขนของลูกชายฉัน เขามีปานอยู่บนแขน! ลูกชาย ลูกชาย…”
“น้องสาว!”
“แม่!”
“พ่อ!”
เสียงเรียกดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
“ไม่ใช่ว่าลูกสาวของฉันจะกลับชาติมาเกิดเป็นนักพรตหรอกเหรอ? ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ! พวกแกทำอะไรกับเธอ!”
“น้องสาวของฉันล่ะ? เธออยู่ที่ไหน?”
คนที่เคยหดหู่และหวาดกลัวเมื่อครู่ หลังเห็นกลุ่มสัตว์ประหลาดเหล่านี้ก็ลุกขึ้นยืนทีละคน พวกเขาอยากเข้าใกล้สัตว์ประหลาด แต่กลับถูกรูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้ตกใจ
“นักพรตอะไรกัน!” ไจ๋ไป๋เคยตรวจสอบความทรงจำของสัตว์ประหลาดเหล่านี้มาแล้ว “พวกเขาแค่ทรมานและทำร้ายคนเหล่านั้น แล้วก็แย่งชิงบุญกุศลของพวกเขาไป”
“เพื่อทำลายศพและลบล้างร่องรอย ย่อมต้องทำให้วิญญาณของพวกเขาสลายไป”
เด็กสาวมองเขา “ปรมาจารย์หมายความว่า…พี่สาวของฉัน…”
ไจ๋ไป๋รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ยังเอ่ยปาก “น่าจะถูกสลายวิญญาณไปแล้ว”
“ไม่!” เด็กสาวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเธอร่วงลงจากขอบยันต์ แต่ระหว่างนั้นก็ถูกไจ๋ไป๋คว้าตัวไว้ได้ทันและลงพื้นได้อย่างมั่นคง “นั่นไม่ใช่พี่สาวของเธออีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เธอเป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเท่านั้น”
“คิดจะหนีเหรอ!” ต้าอีตะโกนเสียงดัง เร่งยันต์ให้ไล่ตามเทพอู่ทงที่กำลังจะหนีไป พร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่องค์กรยิงปืนสนับสนุน
เทพอู่ทงสองตนวิ่งแยกไปคนละทาง ไจ๋ไป๋ถูกสัตว์ประหลาดด้านล่างขัดขวาง ต้าอีจึงไล่ตามได้เพียงคนเดียว
พอเห็นว่าเทพอู่ทงกำลังจะหลุดพ้นสายตา จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังมาแต่ไกล เทพอู่ทงที่กำลังหนีล้มลงกับพื้นดังตุบ
ไจ๋โหรวขี่ยันต์มาแต่ไกล จับวิญญาณของเทพอู่ทงไว้ทันที “ทำไมยังมีอีกตนที่หนีไปได้?”
ต้าอี “มีอีกคนวิ่งอยู่ตรงนั้น!”
ไจ๋โหรว “ฉันจะไล่ตามไปเอง!”
ต้าอีพาเจ้าหน้าที่องค์กรกลับมา ส่วนไจ๋ไป๋จัดการพวกสัตว์ประหลาดไปหมดแล้ว ร่างกายของพวกมันแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ
ตอนนี้ มีคนไม่น้อยกำลังร่ำไห้กอดซากเหล่านั้น
บางคนถึงกับค้นหาในซากร่างที่กระจายเป็นชิ้น ๆ หวังจะประกอบร่างที่สมบูรณ์ให้กับญาติของตน
“เฮ้อ!” ต้าอีถอนหายใจ เก็บวิญญาณที่เหลือของเทพอู่ทง ใช้นิ้วหยิบแผ่นยันต์เหล่านั้น พูดอย่างดุดันว่า “ดูสิว่าพวกคุณทำอะไรลงไป”
“ช่างเป็นที่น่าอับอายนักสำหรับพวกเราเผ่าปีศาจ! ตอนนี้ผมขอประกาศ ขับไล่พวกคุณออกจากเผ่าปีศาจ และจงกลายเป็นปีศาจที่โดดเดี่ยวไปเสียเถอะ!”
จากนั้นเขาก็มองคนที่กำลังร้องไห้เหล่านั้น พลางพูดอย่างจนปัญญา “พวกคุณอย่าร้องไห้อีกเลย!”
พอปลอบอยู่พักใหญ่และเห็นว่าไม่มีใครขยับ เขาจึงต้องพูดว่า “ถ้ายังชักช้าอยู่อีก พวกคุณก็ออกไปกันเองเถอะ!”
คนที่ยังไม่ขยับต่างลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา พลางยื่นมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ไจ๋ไป๋คว้าตัวคนพ่อกับคนแม่ที่ได้รับบาดเจ็บ โยนพวกเขาลงบนแผ่นยันต์ แล้วลอยนำหน้าขบวนไป
เขาหันกลับมามองซากศพที่ตกอยู่บนพื้นเหล่านั้นแวบหนึ่ง
หุบเหวเทพมรณะนี้มีมาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่ามีคนมากมายเพียงใดที่ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอย่างนี้
หวังว่า…
หวังว่าตระกูลไจ๋จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย