เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1714 บาดเจ็บล้มตาย
บทที่ 1714 บาดเจ็บล้มตาย
การเข้าร่วมของอาวุธหนักทำให้พวกวิญญาณร้ายล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
ทุกสถานที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง
ไม่เพียงมีซากของวิญญาณร้ายและปีศาจเท่านั้น แต่ยังมีศพของพวกนักพรตด้วย
นักพรตและเจ้าหน้าที่บางคนที่ตอบสนองไม่ทัน ต่างก็สิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของวิญญาณร้าย
เฉิงยวนร่อนลงอย่างมั่นคงอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “วิญญาณร้ายที่มามีมากกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก หุบเหวเทพมรณะนี้ไปเอาวิญญาณร้ายและปีศาจมากมายขนาดนี้มาจากที่ไหน!”
ฉู่ลั่วพูอขึ้นว่า “เธอยังจำที่หูเสี่ยวหลีกับจิ่งเจียเหยียนพูดได้ไหม? พวกเธอบอกว่าแดนปีศาจเสื่อมถอยลง ปีศาจจำนวนมากจึงเลือกที่จะหลบซ่อนตัวไม่ออกมา”
เฉิงยวนพยักหน้า จากนั้นก็เบิกตากว้าง “ลั่วลั่ว เจ้าสงสัยว่าหุบเหวเทพมรณะนำพวกปีศาจเหล่านั้นมาหรือ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้ารับ
“เจ้านิกาย!” ซู่เซี่ยงหยางกระโดดลงมาจากยันต์ เขามองสภาพอันน่าเวทนารอบ ๆ แล้วขมวดคิ้ว “ฝั่งผมก็มีคนบาดเจ็บล้มตายเหมือนกันครับ! แต่วิญญาณพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่ครับ!”
พอเสียงพูดสิ้นสุดลง จี้ไจ่ก็พาฮั่วเซียวหมิงลงมาจากยันต์ ฮั่วเซียวหมิงกล่าวว่า “ความสูญเสียค่อนข้างหนักเลยทีเดียว”
ตั้งแต่แรกพวกเขาพาคนมาไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นนักพรต แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนธรรมดาอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายหลายหมื่นตนเช่นนี้ พวกเขาก็แทบไม่มีกำลังจะต่อสู้เลย
“ครั้งนี้พวกมันล่าถอยไปแล้ว แต่ครั้งหน้าล่ะครับ?” ซู่เซี่ยงหยางเอามือเท้าเอว ลูบผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองด้วยความหงุดหงิด “ส่งพิกัดตำแหน่งไปเลย…”
เขามองฉู่ลั่วครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ฆ่าพวกมันให้หมดเลยดีกว่า!”
คนของเขาบาดเจ็บล้มตายไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียมาก
ฉู่ลั่วไม่ได้คัดค้านอะไรเขา “ไปสำรวจดูความเสียหายก่อนดีกว่าค่ะ แล้วค่อยรวบรวมข้อมูลของพวกวิญญาณร้ายอีกที”
เฉิงยวนพลันยกมือขึ้น
ทุกคนหันขวับไปมอง
“ข้าก็เป็นผีสาวพันปีนะ ให้ข้าไปเป็นสายลับลองดูไหมล่ะ!” เธอเอ่ยขึ้น “วิญญาณร้ายที่มาครั้งนี้มีหลายหมื่น แต่ใครจะรู้ว่าฝั่งนั้นเตรียมกำลังคนมาเท่าไหร่กันแน่?”
“คนอื่นไปก็ไม่เหมาะสม มีแต่ข้านี่แหละ ผีสาวพันปีซ้ำยังมีหนี้เลือดอันทรงพลัง! การแทรกซึมเข้าไปจะไม่เผยพิรุธเลยสักนิด!”
“ข้าจะไปสืบดู!”
แม้เธอจะพูดกับทุกคน แต่สายตากลับจับจ้องฉู่ลั่ว
คนอื่น ๆ ก็หันไปมองฉู่ลั่วเช่นกัน
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้!”
เฉิงยวนหายตัววับไปทันที
ซู่เซี่ยงหยางถามด้วยความสงสัย “ตอนนี้คุณไม่กลัวว่าเธอจะหนีไปแล้วเหรอครับ?”
ฉู่ลั่ว “เธอสัญญากับฉันแล้วว่าจะไม่หนีไปไหน และอีกอย่าง… เธอก็เป็นกำลังรบที่สำคัญมากค่ะ”
“เอาล่ะ มาประชุมกันก่อนเถอะค่ะ!”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า
หลังผ่านไปสักครู่ ฟางโหย่วกั๋วก็ถูกนักพรตพาเข้ามา ทุกคนจึงประชุมกันในห้องโถงใหญ่
“มีผู้เสียชีวิตห้าคน บาดเจ็บสาหัสยี่สิบคน และบาดเจ็บเล็กน้อยสี่สิบคน! คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดคือคุณฉี ขณะเขากำลังศึกษาพืชอยู่ที่เขาด้านหลัง ก็ถูกปีศาจต้นไม้แทงทะลุต้นขา เจ้าหน้าที่พยาบาลของเราได้ทำการรักษาเบื้องต้นให้แล้ว”
“แต่ว่า…ดีที่สุดคือควรส่งคุณฉีออกไปรับการรักษาอย่างถูกต้องโดยเร็ว”
ฟางโหย่วกั๋วกล่าวว่า “ตอนที่ผมมา คุณฉีได้กำชับผมเป็นพิเศษว่าไม่ต้องสนใจเขา ให้ทำตามแผนเดิมของพวกเราต่อไป”
เหยาจวินเงียบไปครู่เดียวก่อนจะเอ่ยปากว่า “แม้ว่าคุณฉีจะพูดอย่างนั้น แต่พวกเราจะไม่คำนึงถึงเขาไม่ได้ค่ะ”
“ยิ่งกว่านั้น หุบเหวเทพมรณะได้ส่งวิญญาณร้ายจำนวนมากมาโจมตี ถ้าพูดถึงจำนวนแล้ว พวกเราไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่ค่ะ พวกเรายังเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ต่างจากวิญญาณร้ายที่ไม่กลัวตายและไม่กลัวความเจ็บปวด”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถ้านี่เป็น…การสู้รบแบบต่อเนื่อง พวกเราจะสูญเสียได้อีกกี่ครั้งกันคะ”
เธอเคาะกระดานดำ บนนั้นแสดงกำลังพลที่พวกเขามีอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อเทียบกับวิญญาณร้ายหลายแสนตน มันก็มีน้อยมากจนน่าสงสาร
“แต่พวกเรามีอาวุธหนัก” ซู่เซี่ยงหยางกล่าว “พวกเรายังมีอาวุธ ยังมีฉู่ลั่ว!”