เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1719 อาจารย์ช่วยพวกเราด้วย
บทที่ 1719 อาจารย์ช่วยพวกเราด้วย
ฉางเหอค่อย ๆ เดินเข้าไปหาจี้จิงเหิง
สายตาเคียดแค้นของจี้จิงเหิงสงบลง “ฉันอยากรู้ว่าสายสัมพันธ์ระหว่างฉันกับโม่หวายอวี้เป็นยังไง ฉันอยากรู้ว่า…”
ยังไม่ทันที่เขาจะถามจบ มือของฉางเหอก็วางลงบนกระหม่อมของเขาแล้ว
เขาได้ยินเพียงเสียงรังเกียจจากอีกฝ่าย “เจ็ดสิบสองสำนักเซียนอะไรกัน ก็แค่คนทรยศที่หักหลังมนุษย์ การบำเพ็ญตกต่ำขนาดนี้ แต่กลับได้เป็นถึงหัวหน้าตระกูล! เหอะ!”
จี้จิงเหิง “…”
เขารู้สึกได้ถึงการแตกสลายจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ ท่ามกลางความเจ็บปวดรุนแรงนี้ สมองของเขากลับแจ่มชัดอย่างผิดปกติ
ราวกับย้อนกลับไปตอนเขาอายุยี่สิบกว่าปี โม่หวายอวี้ที่อยู่ตรงหน้าก็มีสีหน้าเจ็บปวดเหมือนกัน
เธอร้องไห้ถามเขาว่า “คู่บุพเพมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แค่พวกเรารักกันไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องสนใจเรื่องคู่บุพเพนั่นด้วย? ทำไมพวกคุณทุกคนถึงสนใจแต่คู่บุพเพกัน! ความรู้สึกของพวกเราไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดหรอกเหรอ?”
น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาจากหางตาเธอทีละหยด
เธอพูดว่า “ฉันไม่สนใจเรื่องคู่บุพเพ ฉันไม่สนใจเรื่องโชคชะตา! ฉันสนใจแค่ตัวเองเท่านั้น”
“จี้จิงเหิง ฉันสนใจแค่ความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น”
โต้วเหลียงเหลือบมองจี้จิงเหิงด้วยหางตา แต่กลับพบว่าในตอนที่เขาสลายเป็นผุยผง สีหน้าและแววตากลับสงบนิ่ง
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วได้ยินเสียงฉางเหอพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “นายไปอยู่กับพวกศิษย์ในเถอะ!”
“ขอบคุณครับท่านอาจารย์!”
โต้วเหลียงรู้สึกดีใจขณะเดินออกไป เขาเงยหน้ามองค่ายกลตรงหน้า
ปรมาจารย์ใหญ่เรียกศิษย์ทั้งหมดมาที่นี่แล้ว แน่นอนว่าเป็นเพราะค่ายกล ณ ที่แห่งนี้ทรงพลังมาก
ตราบใดที่เขาอยู่ในค่ายกลนี้ ก็จะไม่มีอันตรายอะไร
นับจากนี้ไป เขายังคงเป็นศิษย์ในของสำนัก
เขาค่อย ๆ ยืดตัวตรง
สองวันต่อมา ลูกไฟลูกหนึ่งลอยผ่านฟากฟ้า ตกลงมาอย่างแม่นยำในหุบเหวเทพมรณะ
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้โต้วเหลียงพลิกตัวลงจากเตียง เขาไม่ทันได้สวมชุดศิษย์ก็วิ่งออกไปข้างนอก
มันอยู่นอกค่ายกล!
เขาดีใจมาก ค่ายกลของปรมาจารย์ทั้งแปดช่างทรงพลังจริง ๆ !
วินาทีถัดมา ลำลูกไฟอีกลูกก็พุ่งมา กระแทกลงบนค่ายกลอย่างหนัก
“ไม่เป็นไรหรอก นี่คือค่ายกลที่ปรมาจารย์สร้างไว้ให้พวกเรา”
สิ่งที่ตอบสนองพวกเขาคือเสียงแตกร้าวของค่ายกล
แกรก!
พร้อมกับเสียงแกรกนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นและคลื่นความร้อนแผดเผา
ศิษย์มากมายรีบมุ่งหน้าไปยังด้านในห้องโถงใหญ่ โต้วเหลียงก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
เขาขาดแคลนพลังวิญญาณจึงวิ่งอยู่ท้ายสุด พอเขาไปถึง ก็พบว่าค่ายกลของห้องโถงใหญ่ขัดขวางพวกเขาไว้
“อาจารย์ช่วยพวกเราด้วย!”
“อาจารย์ใหญ่ให้พวกเราเข้าไปเถอะ!”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตามมาด้วยลูกไฟอีกลูก
โต้วเหลียงหันกลับไปมอง ในดวงตาทั้งสองของเขาสะท้อนลูกไฟที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ…
ภายในห้องใถงใหญ่
จางเจี่ยวโบกมือ ตัดขาดเสียงจากภายนอกไป “เสียงดังจริง ๆ !”
เฝิงหรู “ใช่ เสียงดังเกินไปแล้ว!”
ฉางเหอมองออกไปข้างนอก เห็นศิษย์กำลังปีนป่ายและตะโกนท่ามกลางลูกไฟ เธอขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ แล้วโบกมือปิดประตู
“แค่นี้น่าจะพอแล้วนะ!”
“พวกศิษย์ตายไปตั้งมากมายขนาดนี้ คงจะพอแล้ว!”
เฝิงหรู “พอหรือไม่ก็ต้องดูกันอีกทีถึงจะรู้ แต่ถ้ายังไม่พอ…”
ลูกไฟอีกลูกหนึ่งตกลงมา กระแทกลงบนค่ายกลของห้องโถงใหญ่ พาให้ทั้งอาคารสั่นสะเทือน
ฉางเหอลุกขึ้นยืน แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาของห้องโถงด้านใน พลางขมวดคิ้วมอง “ยังดีที่ค่ายกลนี้แข็งแรงพอ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกไฟอีกลูกก็ตกลงมา
เธอรีบกระโดดลงมา “ค่ายกลนี้จะรับไหวแน่เหรอ?”
“ค่ายกลนี้มีอะไรให้ต้องกังวลกัน” เฝิงหรูส่งสัญญาณให้จางเจี่ยว
จางเจี่ยวยังคงเล่นหมากรุกกับตัวเองอย่างเชื่องช้า
ฉางเหอถอนหายใจด้วยความโล่งอก
……
สำนักเจินเซียน
“ยิงไปแล้วหกลูก” ซู่เซี่ยงหยางรายงาน “ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยเหรอ?”