เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1718 เขาเลือกเส้นทางของตัวเองแล้ว
บทที่ 1718 เขาเลือกเส้นทางของตัวเองแล้ว
จี้จิงเหิงเดินเร็ว ๆ เข้าไปใกล้ มองหินบุพเพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
โต้วเหลียงยิ้มขมขื่น “ฉันบอกนายแล้วไง ว่านายกับหวายอวี้น่ะเป็น…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ก็เสียงตะโกนก็ดังขึ้นมา “ใครน่ะ! ใครอยู่ตรงนั้น! ไม่มีใครบอกหรือไงว่าสำนักกำลังจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ศิษย์ทุกคนต้องไปรวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ด้านใน”
“พวกนายสองคน…”
“ศิาย์พี่เฉิงหยวน!” โต้วเหลียงเรียก
เฉิงหยวนที่อยู่ตรงหน้าหรี่ตามอง ท่าทางจดจำเขาไม่ได้ แต่ก็ยังพูดเสียงดุ “รีบไปที่ห้องโถงใหญ่ซะ จะอยู่รอความตายที่นี่หรือไง”
โต้วเหลียง “พวกเรามาดูหอบุพเพ…”
“หอบุพเพมีอะไรให้ดูกัน! นี่คือหอบุพเพที่อาจารย์เฝิงสร้างขึ้น หินบุพเพกับบันทึกบุพเพพวกนี้.. ล้วนสร้างขึ้นด้วยพลังของอาจารย์เฝิงทั้งนั้น”
“ว่ากันว่ามันจำลองมาจากของภายนอก สามารถรวบรวมพลังวิญญาณของคนธรรมดาได้บ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะทำไม่สำเร็จ สุดท้ายก็ถูกทิ้งร้างไป”
เฉิงหยวนมองหอใหญ่ที่ทรุดโทรมด้วยความรังเกียจ “ที่นี่ถูกทิ้งร้างมาเกือบยี่สิบปีแล้ว พวกนายไม่รู้เหรอ?”
โต้วเหลียงเบิกตาค้าง เขาค่อย ๆ หันหน้าไปมองหินบุพเพที่สูงตระหง่าน และบันทึกบุพเพที่ลอยอยู่เบื้องหน้าหินบุพเพ
ทั้งหมดนี้…เป็นของปลอม
เขาคว้ามือของเฉิงหยวนทันที “แล้วของจริงอยู่ที่ไหน?”
เฉิงหยวนมองเขาอย่างเบื่อหน่าย “เวลาแบบนี้นายยังจะถามถึงบันทึกบุพเพอีกเหรอ? สมองนายมีปัญหาหรือเปล่า!”
“แต่ของจริงก็อาจจะอยู่ที่อาจารย์เฝิงก็ได้! ดูเหมือนอาจารย์เฝิงจะได้หินบุพเพกับบันทึกบุพเพมาจากที่ไหนสักแห่ง…”
โต้วเหลียงก้มหน้า พูดเสียงเบา “หวายอวี้เคยเป็นศิษย์ในของอาจารย์เฝิงมาก่อน”
แม้จะไม่ได้ถูกสั่งสอนโดยตรง แต่ก็ได้เป็นศิษย์ในของเขาแล้ว
เฉิงหยวนเห็นทั้งสองคนนิ่งอึ้งไป จึงไม่สนใจพวกเขาอีก “ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็ค่อย ๆ หาคู่บุพเพอะไรนั่นไปเถอะ! ฉันจะไปห้องโถงใหญ่แล้ว…”
“ผมจะไปด้วย!” โต้วเหลียงพูดหนักแน่น
ส่วนจี้จิงเหิงเงียบไปตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว
หลังทั้งสามคนเข้าไปในค่ายกลภายในห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็เห็นศิษย์จำนวนมากอยู่ในค่ายกลนั้น
โต้วเหลียงพูดว่า “เฝิงหรูอยู่ในห้องโถงนี้”
จี้จิงเหิงมองด้านในของห้องโถงใหญ่
โต้วเหลียงพูดว่า “ฉันอยากรู้ว่าหวายอวี้เป็นคู่แท้ที่สวรรค์กำหนดมาให้ฉันหรือเปล่า!”
เขาวิ่งพรวดเข้าไปในห้องโถงใหญ่ จี้จิงเหิงก็วิ่งตามไปด้วย
ณ สำนักเจิ้นเซียน
จี้ไจ่ยืนอยู่ที่ขอบหน้าผาบนภูเขาเซียน เหม่อมองไปไกลอย่างเงียบ ๆ
ไจ๋โหรววิ่งมาแต่ไกล เอียงหัวมองสีหน้าของเขาแล้วพูดว่า “ถ้านายเป็นห่วงนัก ตอนนั้นก็ไม่ควรยอมให้เขาไปสิ!”
“นายก็รู้ว่าโต้วเหลียงคนนั้นไม่ใช่คนดีอะไร!”
จี้ไจ่ “เขาเลือกเส้นทางของตัวเองแล้ว เขาต้องเดินต่อไปเอง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา”
“ฉันแค่สงสัยว่า…ทำไมหุบเหวเทพมรณะถึงไม่ยอมลงมือ?”
“ทำไมแปดปรมาจารย์ถึงไม่ลงมือ?”
“พวกเขาเหมือนกำลังรอให้พวกเราลงมืออยู่เลย!”
ไจ๋โหรวมองไปทางแปดสำนัก “แล้วถ้าลงมือไปแล้ว พวกเราจะกลับไปยังไง?”
คำถามเหล่านี้ มีแต่เจ้านิกาย หัวหน้าซู่ ประธานฮั่ว และผู้บัญชาการเฒ่าฟางเท่านั้นที่รู้
ภายในห้องโถงใหญ่
จี้จิงเหิงถูกด้วยหม้อสัมฤทธิ์ใบใหญ่กดทับอย่างหนัก เขาพ่นเลือดออกมาจากปาก มองโต้วเหลียงด้วยสายตาเคียดแค้น
โต้วเหลียงห่อไหล่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉางเหอ “ท่านอาจารย์ฉาง นี่คือ…หัวหน้าตระกูลจี้จากเจ็ดสิบสองสำนักเซียนจากโลกภายนอก เขามีพรสวรรค์สูงมาก ความสามารถในการบำเพ็ญก็แข็งแกร่ง ผมตั้งใจพาเขากลับมามอบให้ท่านอาจารย์โดยเฉพาะครับ”
ฉางเหอชำเลืองมองจี้จิงเหิง “เป็นต้นกล้าที่ดีทีเดียว ไม่เสียแรงที่นายออกจากหุบเหวเทพมรณะไปนานขนาดนี้ แถมยังนึกถึงฉันอยู่!”
โต้วเหลียงก้มหน้าลง “ศิษย์ไม่มีความปรารถนาใด ๆ แค่อยากอยู่ในหุบเหวเทพมรณะอย่างสงบ”
ไม่ไปที่ไหนทั้งนั้น…