เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1717 หินบุพเพ บันทึกบุพเพ
บทที่ 1717 หินบุพเพ บันทึกบุพเพ
เสียงเอะอะดีใจดังเข้ามาจากด้านนอก
เฝิงหรูหัวเราะเบา ๆ แล้วก้มหน้าลงเช็ดดาบต่อ
ฉางเหอจ้องเขาอย่างไม่พอใจ “นายเรียกพวกเขาเข้ามาทำไม? เสียงดังวุ่นวายอย่างนี้ ดูไม่เหมาะสมเอาเสียเลย!”
เฝิงหรู “อาวุธของพวกเขาล้วนแม่นยำ แน่นอนว่าบริเวณห้องโถงใหญ่ที่พวกเราอยู่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด”
“แทนที่จะให้พวกเขามีโอกาสหนี ไม่สู้เรียกพวกเขามาที่นี่ทั้งหมดจะดีกว่า”
ปรมาจารย์คนอื่น ๆ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่มีใครพูดอะไร
เฝิงหรูแค่นหัวเราะ “พวกนายก็อย่าแกล้งทำเป็นคนดีนักเลย แกล้งทำเป็นเสียดายอย่างนี้ การตายของพวกเขาเป็นสิ่งที่พวกเราตั้งใจไว้แต่แรกแล้วนี่”
ลูกศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังเฝิงหรูต่างกระตือรือร้นกล่าวสนับสนุน “อาจารย์พูดถูกแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไร ผมจะออกไปเดินเที่ยวสักหน่อย ช่วยสร้างชื่อเสียงให้อาจารย์”
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกศิษย์คนสนิท เฝิงหรูก็ยิ้มออกมา “นายนี่แหละที่เข้าใจฉัน ไปเถอะ!”
ลูกศิษย์รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนลูกศิษย์ของคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันไปมา
บางคนขออนุญาตแล้วก็ออกไปด้วย
ส่วนบางคนก็ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ อาจารย์ของตน
สำนักเจิ้นเซียน
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “ไม่มีนักพรตคนไหนมาเลยครับ”
ฉู่ลั่ว “เป็นไปตามคาด คนที่ได้รับผลประโยชน์อยู่แล้ว จะยอมสละที่มีอยู่ได้ยังไงล่ะคะ พวกเขาไม่มาก็ช่างเถอะค่ะ!”
“ให้ฉันเข้าไป! ให้ฉันเข้าไป!”
เสียงตะโกนด้วยความโกรธเคืองดังมาจากนอกประตู จี้จิงเหิงเคลื่อนตัวรวดเร็วเข้ามาในห้องประชุม
เขาพุ่งเข้าไปหาฉู่ลั่ว “เธอบอกว่าจะให้ฉันรู้ว่าใครคือคู่บุพเพของฉัน”
ทุกคนในห้องประชุมหันมามองเขา
จี้ไจ่เอนตัวพิงเก้าอี้ “ถ้ารู้แล้วจะเป็นยังไงล่ะ?”
จี้จิงเหิงไม่แม้แต่จะมองเขา เอาแต่จ้องมองฉู่ลั่วอย่างเดียว “เธอเคยสัญญากับฉัน”
ฉู่ลั่วตอบ “เป็นคุณเองที่ยืนกรานจะมา ฉันไม่เคยสัญญาอะไรกับคุณ ระหว่างเราไม่มีข้อตกลงอะไรกันทั้งนั้น ไม่ใช่เหรอคะ?”
จี้จิงเหิงกัดฟันแน่น
เสียงของโต้วเหลียงดังมาจากนอกห้องประชุม “ฉันรู้ว่าอยู่ที่ไหน จะพานายไป”
เขายังคงรูปร่างผอมบางเหมือนเดิม ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง แม้จะกลับมายังสถานที่ที่เขาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก เขาก็ยังคงมีท่าทางไร้ชีวิตชีวา
“แต่สถานที่นั้นอยู่ในสำนัก ถ้าเข้าไปแล้ว นายอาจจะออกมาไม่ได้อีก” เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ เหยาจวินหมุนกระดานดำนับตั้งแต่พวกเขาเพิ่งเข้ามาแล้ว เพื่อปิดบังแผนการทั้งหมดของพวกเขา
โต้วเหลียงเอ่ย “ผมรู้ว่าพวกคุณต้องการจะทำอะไร พวกเราอาจจะติดอยู่ข้างใน ไม่ก็ถูกคนในสำนักฆ่า หรือไม่ก็ถูกพวกคุณ…”
เขามองไปทางจี้จิงเหิง “นายยังจะอยากไปอีกไหม?”
แค่ไปก็เท่ากับตายแล้ว
“ไป! ฉันต้องไปให้ได้”
โต้วเหลียงมองฉู่ลั่ว
จี้จิงเหิงก็มองไปทางฉู่ลั่วเช่นกัน
“ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะครับ!” จี้ไจ่พูดขึ้นมา สีหน้าและน้ำเสียงของเขาเรียบเฉยมาก “เจ้านิกายครับ ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะ!”
โต้วเหลียงพาจี้จิงเหิงออกจากสำนักเจิ้นเซียน มุ่งหน้าไปยังอยู่ของปรมาจารย์ทั้งแปด
มันต่างจากที่คิดไว้ว่าที่นั่นคงจะมีการวางกำลังอย่างแน่นหนา แต่ทั้งสำนักกลับเงียบสงัด ไม่มีศิษย์คนไหนเดินเพ่นพ่านไปมาอยู่ข้างนอกเลย
โต้วเหลียงนำจี้จิงเหิงมาถึงบริเวณหลังเขาของสำนักได้อย่างราบรื่น
บนหลังเขามีหอขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ไกล ๆ
ด้านบนเขียนตัวอักษรสามตัวง่าย ๆ ว่า “หอบุพเพ”
หน้าหอมีวัชพืชขึ้นรกทึบเต็มไปหมด ดูก็รู้ว่าไม่มีใครมาทำความสะอาดหรือมากราบไหว้นานหลายปีแล้ว
โต้วเหลียงแหวกวัชพืชด้วยท่าทางคุ้นเคย พลางเดินพลางพูดว่า “ตอนนั้นฉันถูกส่งมาทำความสะอาดหอบุพเพแห่งนี้ แล้วก็ได้เห็นหินบุพเพกับบันทึกบุพเพในหอ”
เพื่อนรักในวัยเด็กของเขา คู่หูที่เติบโตมาด้วยกัน…ไม่ใช่คู่แท้ของเขา
จี้จิงเหิงเดินตามหลังโต้วเหลียงเข้าไปในหอ กระทั่งเห็นก้อนหินสีเข้มสูงกว่าสามเมตรตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น มันถูกมัดด้วยริบบิ้นสีแดง ดูศักดิ์สิทธิ์มาก
“นี่คือหินบุพเพ”
“และนี่…คือบันทึกบุพเพ”