เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1739 เขาได้ยินแน่นอน
บทที่ 1739 เขาได้ยินแน่นอน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ดึงมือกลับ “ตายกันหมดแล้ว แม้แต่วิญญาณก็ไม่หลงเหลือ”
ฉู่ลั่ว “เมื่อสวรรค์พิโรธ ภายใต้สายฟ้าที่ฟาดลงมาจากเบื้องบน จะยังมีสิ่งมีชีวิตไหนเหลือรอดได้ล่ะคะ”
ใบหน้าของชายชราปรากฏรอยยิ้มขมขื่น “สวรรค์ เป็นสวรรค์อีกแล้ว”
เขาเงยหน้ามองฉู่ลั่วที่อยู่ตรงหน้า พินิจพิเคราะห์เธออย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วแย้มยิ้ม “เจ้าจะไปแล้วเหรอ?”
“ค่ะ ฉันอยากขอให้ท่านผู้อาวุโสช่วยชี้แนะวิธีกลับไปให้ด้วยค่ะ”
ชายชราพยักหน้า “ตอนนี้ข้ามีแค่จิตวิญญาณอย่างเดียว ไม่อาจเปิดประตูระหว่างสองโลกได้ หากต้องการความช่วยเหลือเพื่อจะกลับไป ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากภายนอก”
เขามองฉู่ลั่ว แล้วพูดต่อ “จำเป็นต้องมีเทพจากอีกโลกหนึ่ง ใช้พลังของเทพองค์นั้นเปิดประตูให้เจ้า”
ฉู่ลั่ว “แดนเทพตัดขาดกับโลกมนุษย์ไปนานแล้วค่ะ”
ชายชรา “ตอนนี้ข้ามีเพียงวิธีนี้วิธีเดียวที่จะช่วยเจ้าได้ ถ้าเป็นไปได้ เจ้าอาจจะลองถามคนอื่นดู”
คนอื่น?!
ในโลกนี้มีแค่พวกเขาสองคนแล้ว ยังจะมีคนอื่นที่ไหนอีก
ฉู่ลั่วได้แต่ยิ้มเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากประตูหิน
เธอเพิ่งจะเดินออกไปเท่านั้นก็ได้ยินเสียงหินถล่ม กำแพงหินที่ไม่พังทลายลงแม้จะเจอพายุสายฟ้าคะนองตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน กลับพังทลายลงในวินาทีที่เธอเดินออกมา!
ฉู่ลั่วหันกลับไป เห็นเงาจิตวิญญาณออกมาจากกำแพงหินด้วย
ฉู่ลั่ว “…คุณสามารถออกมาได้เหรอคะ?”
“ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่ออกมา เพราะกลัวว่าจางเจี่ยวกับคนอื่นจะไม่ปล่อยให้เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของข้าไว้” แม้เขาจะตอบคำถามของฉู่ลั่ว แต่สายตากลับมองไปรอบ ๆ
เมื่อเห็นภาพรกร้างว่างเปล่าและไหม้เกรียม เขาก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
“หากสวรรค์พิโรธ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดย่อมต้องพินาศ”
เขาเดินไปใกล้ ๆ ร่างที่ไหม้เกรียมร่างหนึ่ง ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นสุนัข
ชายชราย่อตัวลง วางมือลงบนร่างนั้นแล้วหลับตาท่องคาถา
เขาท่องคาถาส่งวิญญาณที่ประกอบด้วยพลังวิญญาณออกมา ดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นรุนแรงก็กลายเป็นวิญญาณที่บริสุทธิ์ขึ้นมา
ฉู่ลั่วมองชายชราทำพิธีส่งวิญญาณไปทีละดวง ๆ “ที่นี่ไม่มีปรโลก ถึงแม้จะทำพิธีส่งวิญญาณไป พวกเขาก็ไม่สามารถ…ไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้”
จางเจี่ยวทารุณร่างกายและทำร้ายวิญญาณของมนุษย์ แต่กลับไม่สนใจวิญญาณของสัตว์เหล่านี้ นั่นจึงทำให้พวกมันยังคงมีความหวังอยู่บ้าง
ชายชราเอ่ย “จะสามารถไปเกิดใหม่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วล่ะ หากเจ้าสามารถกลับไปได้ ก็คงจะไม่ทอดทิ้งวิญญาณเหล่านี้ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอไม่พูดอะไรอีกแต่เดินตามหลังชายชรา และช่วยกันจัดการกับวิญญาณของสัตว์เหล่านั้น
บางครั้งพอเจอพืชที่ยังมีชีวิตอยู่บ้าง ทั้งสองคนร่วมมือกัน จึงสามารถช่วยชีวิตของมันได้หนึ่งหรือสองต้น
ระบบพูดขึ้นมา [ชายชราคนนี้เก่งจริง ๆ นะครับ! เหลือเพียงจิตวิญญาณเท่านั้น แต่กลับสามารถทำพิธีส่งวิญญาณได้มากมายขนาดนี้]
ฉู่ลั่วเอ่ยในจิต “มนุษย์โบราณไม่พึ่งพาแดนเทพ พวกเขาบำเพ็ญด้วยตนเองจนสำเร็จ ไม่มีขอบเขตไม่มีขีดจำกัด พวกเขาจะไม่เก่งกาจได้ยังไง?”
หลังจากพึ่งพาพวกเทพ ลัทธิเต๋าก็กำหนดขีดจำกัด คนรุ่นหลังจึงอ่อนด้อยกว่าคนรุ่นก่อน
แต่มนุษย์โบราณไม่ได้รับผลกระทบเหล่านี้
ขณะที่ระบบและฉู่ลั่วกำลังสนทนากันในจิตธรรมญาณ ชายชราก็พูดขึ้นอย่างกะทันหัน “ไม่ใช่ว่าไม่มีขีดจำกัดหรอก มันขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง”
คำพูดเพียงประโยคเดียว ทั้งระบบทั้งฉู่ลั่วต่างก็เงียบกริบ
ฉู่ลั่วมองชายชราที่เดินช้า ๆ อยู่ข้างหน้าด้วยความสายตาเหลือเชื่อ “คุณ…ได้ยินเหรอคะ?”
ชายชรา “ได้ยินอะไร?”
ระบบ [เขาได้ยินแน่นอน! เขาได้ยินแน่ ๆ !]
ฉู่ลั่วพูดกับระบบ “ตั้งแต่นายมาอยู่กับฉันก็ไม่เคยมีใครได้ยินเสียงนายเลยนะ”
ระบบ [ไม่มีใครได้ยินแน่นอนครับ ผม…จะให้คนอื่นได้ยินได้ยังไง]
ฉู่ลั่ว “แต่ตอนนี้เขาได้ยินแล้วนะ”
ระบบ […]
ชายชราเห็นวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ เขาคว้ามันเข้ามาทันที แล้วเริ่มทำพิธีสวดส่งวิญญาณ
หลังจากทำพิธีเสร็จ เขาก็เอามือไพล่หลัง เยื้องย่างต่อไปในโลกที่แห้งแล้งและมืดมิดนี้
“อนาคตของมนุษย์ ก็ต้องพึ่งพาพลังของมนุษย์เอง”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ถูกของคุณ พึ่งพาภูเขา ภูเขาก็พัง พึ่งพาน้ำ น้ำก็ไหล พึ่งพาฟ้า พึ่งพาดิน พึ่งพาบรรพบุรุษ ไม่นับว่าเป็นคนมีความสามารถอะไร”