เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1748 ทำพิธีกราบไหว้
บทที่ 1748 ทำพิธีกราบไหว้
เธอส่ายหน้าไปมา
“สรุปก็คือพวกคุณยังดูถูกยวนยวน อยากจะใช้งานแต่งมารังแกยวนยวน ให้ยวนยวนรู้สึกแย่”
พูดจบ ไจ๋โหรวก็ยังไม่เปิดโอกาสให้สั่วเฟิงได้อธิบาย
“ตอนแรกก็นึกว่าตระกูลสั่วจะเชิญยวนยวนไปด้วยใจจริง ไม่นึกเลยว่า…”
เธอหันกลับไปดึงเฉิงยวนที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามากอด “ยวนยวน พวกเขากล้ารังแกเธอได้ยังไง คงเพราะเห็นว่าเจ้านิกายไม่อยู่ พวกเขาถึงได้มารังแกเธอแบบนี้!”
“แต่ไม่ต้องห่วงนะ มีพวกเราอยู่ มีคนในองค์กรอยู่ จะไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกเธอแน่!”
“ฉันจะดูว่าตระกูลสั่วจะกล้าเป็นศัตรูกับทั้งลัทธิเต๋าหรือเปล่า จะดูว่าตระกูลเจี่ยกล้าเป็นศัตรูกับตระกูลฮั่วหรือเปล่า”
เดิมทีจี้ไจ่ยังคงกระวนกระวายใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาค่อย ๆ สบายใจขึ้น
เรื่องนี้บานปลายถึงขั้นต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งลัทธิเต๋าและตระกูลฮั่วแล้ว
สีหน้าของสั่วเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฉันเคยพูดตอนไหนว่าจะเป็นศัตรูกับคนทั้งลัทธิเต๋า! ฉันแค่มาเชิญคุณเฉิงไปร่วมงานแต่งเท่านั้น!”
เฉิงยวนอยากจะพูดบ้าง แต่ก็ถูกไจ๋โหรวกดหัวไว้ไม่ให้พูด
“คุณเชิญยวนยวนไปร่วมงานแต่งงาน แต่กลับไม่ให้เกียรติเธออย่างที่ควรทำ นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งเธอเหรอคะ? ถ้าเจ้านิกายอยู่ คุณยังจะกล้ารังแกเธอแบบนี้หรือเปล่า”
“เพราะเจ้านิกายไม่อยู่ยังไงล่ะคะ ถึงได้กล้ารังแกคนรอบตัวเจ้านิกายแบบนี้”
“ตระกูลสั่วช่างไม่เคารพเจ้านิกายเลย ถามนักพรตที่ออกไปทำภารกิจกับพวกเราดูสิคะ ถามพวกเขาว่าจะยอมหรือเปล่า เจ้านิกายยอมติดอยู่ที่นั่นก็เพื่อพวกเราเชียวนะ”
แม้ว่าเรื่องไปต่างโลกจะเป็นความลับ แต่นักพรตบางคนก็อาจจะไปพูดกับคนที่บ้านบ้าง
โดยเฉพาะการพูดถึงฉู่ลั่วที่ยอมติดอยู่ในต่างโลกเพื่อช่วยพวกเขา
แม้ในลัทธิเต๋าจะมีหลายคนที่ไม่ชอบฉู่ลั่ว แต่เวลานี้ก็ไม่มีใครโต้แย้งอะไรได้
สั่วเฟิงรู้ดีว่าชื่อเสียงของฉู่ลั่วในลัทธิเต๋าช่วงนี้ดีขึ้นมาก ถ้าเธอกล้ารังแกเฉิงยวนตอนนี้ พรุ่งนี้ลัทธิเต๋าคงส่งคนมาเอาผิดถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
“เสี่ยวโหรว พูดแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยไหม แค่เชิญคุณเฉิงไปร่วมงานแต่ง…”
“ไม่เหมาะสมเลยค่ะ!” ไจ๋โหรวยิ้มเยาะ
สีหน้าของคนตระกูลสั่วที่อยู่ด้านหลังสั่วเฟิงเปลี่ยนไป “หัวหน้าตระกูลมาเชิญเธอด้วยตัวเอง มีอะไรไม่เหมาะสมกัน?”
“ถูกเชิญไปรับความอับอาย ต่อให้พระโพธิสัตว์มาเชิญเอง ฉันก็ไม่ไปหรอกค่ะ”
สายตาทุกคู่ของคนตระกูลสั่วจ้องมองไจ๋โหรวด้วยความไม่พอใจ
ไจ๋โหรวไม่หลบตาพวกเขา จ้องกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
สั่วเฟิงหายใจเข้าลึก ๆ “ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวโหรวคิดว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าเหมาะสม!”
ไจ๋โหรว “…ยวนยวนไม่เพียงต้องได้นั่งโต๊ะหลักเท่านั้น แต่สั่วเฟิงกับเจี่ยซีต้องทำพิธีกราบไหว้ด้วย”
“…มันจะเกินไปแล้วนะ!” คนตระกูลสั่วขบกรามแน่น “พวกเราเป็นถึงหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียน จะให้มากราบไหว้คำนับวิญญาณร้ายแบบนี้ได้ยังไง”
ไจ๋โหรวเอ่ย “แต่ก็เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียนที่มาเชิญวิญญาณร้ายอย่างเธอไปร่วมงานแต่งงานไม่ใช่เหรอ ตอนมาเชิญไม่เห็นจะสนใจเรื่องสถานะ พอต้องกราบไหว้กลับมาสนใจเรื่องสถานะขึ้นมาเสียอย่างนั้น!”
คนตระกูลสั่ว “…”
สั่วเฟิงกัดฟันกรอด “ตกลง ถ้าฉันตอบรับเงื่อนไขสองข้อนี้ พวกเธอจะยอมให้คุณเฉิงไปร่วมงานใช่ไหม”
“หัวหน้าตระกูลสั่วจะยอมเหรอครับ”
สั่วเฟิง “…ยอม!”
ไจ๋โหรว “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ยิ่งไปไม่ได้ค่ะ!”
สั่วเฟิงไม่สามารถรักษาสีหน้าเปี่ยมเมตตาไว้ได้อีกต่อไป เธอลุกขึ้นยืนในทันที “ไจ๋โหรว! เธอหมายความว่ายังไง!”
ไจ๋โหรวทำสีหน้าไร้เดียงสา “ตระกูลสั่วไม่เต็มใจ รู้สึกว่าตนเองถูกข่มเหง แต่ก็ยังยืนกรานจะเชิญยวนยวนไปร่วมงานแต่ง แสดงว่าต้องมีแผนการร้ายแอบแฝงอยู่แน่!”
“ไม่อย่างนั้น ยวนยวนก็ไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ทำไมจะต้องไปร่วมงานแต่งด้วย!”
เธอหัวเราะเยาะ “หัวหน้าตระกูลสั่วคงไม่คิดว่าพวกเราโง่หรอกนะคะ แค่พูดจาไม่เต็มใจ แล้วคิดว่าพวกเราจะยอมให้ยวนยวนไปง่าย ๆ เหรอ ยวนยวนของเราไม่จำเป็นต้องไปหรอกค่ะ”
“ตระกูลสั่วคงไม่หลงตัวเองถึงขั้นจะอวดดีขนาดนั้นหรอกนะคะ”