เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1749 จะไปหรือไม่ไป
บทที่ 1749 จะไปหรือไม่ไป
สั่วเฟิงโกรธจนหน้าเปลี่ยนสีเพราะคำพูดของไจ๋โหรว
เธอกำถ้วยชาแน่นจนนิ้วมือเป็นสีขาว หายใจหอบถี่
คนตระกูลสั่วก็โกรธจนตาถลึง เพราะคำพูดของไจ๋โหรวเหมือนกัน
แต่ไจ๋โหรวยังคงมีสีหน้าแบบเดิม ยิ้มอย่างใสซื่อ บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
สั่วเฟิงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “พวกเราต้องทำยังไง คุณเฉิงถึงจะยอมไป?”
เฉิงยวนกำลังจะพูด แต่ไจ๋โหรวกดเธอให้เแนบอกตัวเองแน่น แล้วใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้
“ทิ้งบัตรเชิญไว้ จองที่นั่งโต๊ะหลักไว้ เพิ่มขั้นตอนพิธีการทั้งหมดเข้าไป”
“จะไปหรือไม่ไป พวกเราจะปรึกษากันอีกทีค่ะ”
“พอถึงเวลา หัวหน้าตระกูลสั่วก็จะรู้เองว่ายยวนยวนของเราจะไปไม่ไป!”
สั่วเฟิงวางถ้วยชาลงอย่างแรง แล้วพาคนตระกูลสั่วจากไป
พอออกจากโรงแรม คนตระกูลสั่วก็ถามด้วยความกังวลเล็กน้อย “หัวหน้าตระกูล เฉิงยวนจะไปไหมครับ?”
สั่วเฟิงมองไปทางโรงแรมด้วยสายตาเย็นชา “เธอจะต้องไป”
คนตระกูลสั่วหัวเราะเยาะ “ไจ๋โหรวคนนี้ไม่มีมารยาทเลย พอเจี่ยซีกับสั่วอิงจะแต่งงานกัน ตระกูลสั่วของเราก็ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ จะต้องสั่งสอนไจ๋โหรวให้หนัก ๆ ”
สั่วเฟิง “ถึงตอนนั้น ตระกูลไจ๋ก็คงจะจัดการกับเด็กคนนั้นเองแล้ว ไม่มาถึงมือพวกเราหรอก”
“ก็จริงนะครับ!”
รถของตระกูลสั่วแล่นออกไป
ภายในห้อง เฉิงยวนสะบัดไจ๋โหรวออก ก่อนจะมองไจ๋โหรวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
ไจ๋โหรวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใช้นิ้วสองนิ้วหยิบบัตรเชิญงานแต่งงานบนโต๊ะขึ้นมาด้วยท่าทีรังเกียจ
“บัตรเชิญนี่ยังปั๊มทองด้วย!”
เฉิงยวนยังคงจ้องเธออยู่
ไจ๋โหรวเปิดบัตรเชิญดู “ชื่อบนบัตรเชิญเขียนด้วยมือเองด้วย ดูเหมือนพวกเขาจะให้ความสำคัญกับเธอมากเลยนะ ยวนยวน!”
“บัตรเชิญของพวกเราทั้งหมดเป็นแบบพิมพ์ มีเพียงชื่อของเธอเท่านั้นที่เขียนด้วยลายมือ”
เฉิงยวนยังคงจ้องมองไจ๋โหรวตาเขม็ง
ไจ๋โหรววางบัตรเชิญงานแต่งงานไว้ แล้วหันหน้าไปคุยกับจี้ไจ่และหยวนเส้าหยิน
หลังจากคุยกันสักพัก เธอหันกลับมาอีกครั้งและเห็นดวงตาผีที่เบิกกว้างของเฉิงยวน
ไจ๋โหรวมองเธออย่างจนปัญญา “โธ่เอ๊ย! ยวนยวน เธอดูสิ ตระกูลสั่วเชิญเธอไปอย่างนี้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาดีอะไรหรอก!”
“พวกเขาทั้งมาเชิญด้วยตัวเอง ทั้งยอมทำตามข้อเรียกร้องวุ่นวายพวกนั้น เป็นเพราะต้องมีแผนร้ายอะไรสักอย่างแน่ ๆ !”
“พวกเราไม่ควรติดกับดักของพวกเขานะ!”
เฉิงยวนกลอกตา “ถึงเจ้าไม่ให้ข้าไป ตระกูลสั่วก็ต้องมีวิธีบังคับให้ข้าไปอยู่ดี”
ไจ๋โหรว “ตระกูลสั่วจะทำอะไรได้? ตอนนี้พวกเขาก็แค่จับตาดูสวีจิ้นไม่ใช่เหรอ? ถ้าเราไม่สนใจสวีจิ้น แล้วพวกเขาจะจับตาดูอะไรได้อีก?”
จี้ไจ่กลับเห็นต่างออกไป “ตระกูลสั่วมีอำนาจมาก แถมตอนนี้ก็เป็นช่วงสำคัญที่สุดของบุพเพสิบชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พวกเขาย่อมไม่เลือกวิธีการแล้ว”
“ผมเองก็คิดว่าตระกูลสั่วมีแผนสำรองอยู่เหมือนกัน”
หยวนเส้าหยินเห็นด้วยกับคำพูดของจี้ไจ่
“แล้วตระกูลสั่วจะทำอะไรได้ล่ะ? ยวนยวนอยู่ที่นี่ก็ปลอดภัยแล้ว ตราบใดที่ยวนยวนไม่ออกไปจากโรงแรม ค่ายกลนี้ก็สามารถปกป้องเธอได้”
ไจ๋โหรวขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่ก็คิดอะไรไม่ออก
จี้ไจ่กับหยวนเส้าหยินจึงรายงานเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ซู่เซี่ยงหยางฟัง
เนื่องจากมีเรื่องของโลกอื่น ช่วงนี้ซู่เซี่ยงหยางจึงอยู่ที่ตี้จิงเพื่อรายงานเบื้องบนตลอด
“ถ้าตระกูลสั่วจะลงมือ พวกเขาต้องจับตาดูคนรอบตัวเธอแน่ พวกนายไม่เพียงต้องดูแลเฉิงยวนเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลคนรอบตัวเธอด้วย!”
จี้ไจ่ก็คิดเช่นเดียวกัน
ซู่เซี่ยงหยางเตือนว่า “พวกนางเองก็ต้องระวังด้วยนะ”
หลังจากวางสาย จี้ไจ่ก็จัดการเพิ่มจำนวนนักพรตอีกหลายคนไว้รอบตัวเฉิงยวน
เขายังสั่งให้ซุนหย่าจิ้งกับหูเสี่ยวหลีกำชับจิ่งเจียเหยียนและคนอื่น ๆ ด้วย
หลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับดูยาวนาน
ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันพรุ่งนี้จะถึงวันแต่งงานของสองตระกูลแล้ว คนทั้งองค์กรจึงต่างเตรียมพร้อมอย่างเข้มงวด