เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1757 ปล่อยวางความแค้น
บทที่ 1757 ปล่อยวางความแค้น
สั่วอิงมองพ่อแม่ของตัวเองด้วยความตกใจ “พ่อคะแม่คะ พวกคุณกำลังพูดอะไรกัน?”
แต่เพราะไม่ได้รับคำตอบ เธอจึงมองเจี่ยซี “อาซี พวกคุณกำลังพูดอะไรกันอยู่? ฉันไม่เข้าใจ!”
แม่สั่วอิงดึงแขนของสั่วอิงอย่างแรง มองเจี่ยซีด้วยสายตาวิงวอน “เจี่ยซี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสั่วอิง สั่วอิงเป็นลูกสาวของพวกเรา”
“พวกเราไม่สนใจหรอกว่าเธอจะมีบุพเพสิบชาติหรือเปล่า และไม่สนใจด้วยว่าเธอจะแต่งงานกับคุณได้ไหม!”
“พวกเราแค่อยากให้เธอ…”
“เธอไม่ใช่สั่วอิงแล้ว” เจี่ยซีเบือนหน้าไปมองพ่อแม่ของสั่วอิง “สั่วอิงเป็นแบบนี้เหรอครับ?”
“นี่คือวิญญาณของลูกสาวฉัน!”
เจี่ยซีหัวเราะเยาะ “วิญญาณของลูกสาวคุณหรอ? ถ้าเป็นวิญญาณของลูกสาวคุณจริง สั่วหลิงจะยอมให้ผมแต่งงานกับเธอเหรอครับ? จะยอมให้ผมกับเธอมีความรักกันมาถึงสิบชาติเหรอ?”
เขาดึงสั่วอิงเข้ามาอย่างแรง “สั่วอิงคนนี้ ทั้งร่างกายและวิญญาณล้วนเป็นของสั่วหลิง”
สั่วอิงถาม “อาซี คุณกำลังพูดอะไร!”
เธอมองพ่อแม่ของตัวเอง “พ่อคะแม่คะ พวกคุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมถึงบอกว่าหนูไม่ใช่สั่วอิง แต่เป็นสั่วหลิง? หนู…”
“ทำไมหนูถึงไม่ใช่สั่วอิงล่ะ!”
“หนูคือสั่วอิงนะ!”
ไม่มีใครตอบเธอได้เลย
สั่วอิงรู้สึกได้ว่าแม่ที่เคยจับแขนเธอแน่นผ่อนแรงลงไปแล้ว
พ่อของเธอเองก็เช่นกัน
หัวใจของเธอหล่นวูบ
สั่วเฟิงมองภาพนี้ด้วยรอยยิ้ม “อาซี ในวันสำคัญอย่างนี้ที่เธอกับสั่วอิงจะผูกพันกันด้วยบุพเพสิบชาติ เธอคิดจะทำลายมันจริง ๆ เหรอ?”
“พวกเธอมีความรักด้วยกันมาสิบชาติแล้วนะ!”
“คุณคิดว่ายังไงครับ?” จู่ ๆ ในมือของเจี่ยซีก็ปรากฏดาบใหญ่ขึ้นมา มันคือดาบของสวีจิ้น และตอนนี้มันกำลังอยู่ในมือของเจี่ยซี
เขาตวัดดาบในมือหนึ่งรอบ จ่อมันไปที่ลำคอของสั่วอิง
“คุณคิดว่าผมจะทำลายมันเหรอ?”
สั่วอิงพูดไม่ออกแล้ว เธอมองเจี่ยซีด้วยความตกตะลึง
ส่วนสั่วเฟิงมองเจี่ยซีด้วยสีหน้าเย็นชา
นับตั้งแต่เจี่ยซีเปลี่ยนสีหน้าไปอย่างกะทันหัน เฉิงยวนก็ลุกจากเก้าอี้แล้ว เธอมองเจี่ยซีด้วยสีหน้าเย็นชาเหมือนกัน
สั่วเฟิงที่เดิมมีสีหน้าเย็นชา จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา “อาซี เธอเข้าใจผิดแล้ว! สั่วอิงคือการกลับชาติมาเกิดของสั่วหลิงนะ! ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันเป็นสั่วหลิงล่ะ?”
มีคนจากลัทธิเต๋าออกมาเห็นด้วย “เจี่ยซี นี่นายกำลังทำอะไรอยู่! พวกเราเห็น ๆ กันอยู่ว่านายกับสั่วอิงมีบุพเพสิบชาติ”
“แค่พวกนายสองคนแต่งงานกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข บุพเพสิบชาติก็จะสำเร็จแล้ว”
“พอสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถบรรลุขึ้นสวรรค์ได้”
“ในลัทธิเต๋า ไม่มีใครบรรลุมาหลายพันปีแล้ว”
แม้ว่า…คนที่กลับมาจากต่างภพจะอธิบายเหตุผลของ “หุบเหวเทพมรณะ” อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่อาจละทิ้งบรรพบุรุษ ละทิ้งสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจนถึงตอนนี้ได้!
พวกเขา…ยังคงต้องบรรลุขึ้นสวรรค์ ยังต้องไปเป็นเทพอยู่ดี!
“เจี่ยซี บุพเพตลอดเก้าชาติก็สำเร็จแล้ว เหลือเพียงแค่ชาติสุดท้ายก็จะสร้างบุพเพสิบชาติได้สำเร็จ แล้วนายยังจะกังวลอะไรอีกล่ะ!”
“ถึงจะกังวล ก็ต้องรอให้สร้างบุพเพสิบชาติสำเร็จก่อนสิ!”
จะแก้แค้นก็ดี!
จะระบายอารมณ์ก็ช่าง!
รอให้สร้างบุพเพสิบชาติสำเร็จและได้ประโยชน์มาอยู่ในมือแล้ว ค่อยลงมือ!
คำพูดเหล่านี้ แม้จะพูดอย่างคลุมเครือ แต่ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว
การบรรลุขึ้นสู่สวรรค์!
ทุกอย่างรอให้บรรลุขึ้นสวรรค์แล้วค่อยว่ากัน
ทุกคนกำลังพยายามโน้มน้าวเขา
ยกเว้นพ่อแม่ของสั่วอิงกับพวกเฉิงยวน คนที่เหลือกำลังพยายามโน้มน้าวเจี่ยซี
สายตาของเจี่ยซีไม่ขยับ เขาเพียงจ้องมองสั่วเฟิง “คุณคิดว่าผมจะสร้างบุพเพสิบชาติเหรอ? คิดว่าพอผมเจอเฉิงยวนแล้ว จะปล่อยวางความแค้นทั้งหมดที่มีมาพันปีไว้เหรอ?”
“สร้างบุพเพสิบชาติกับเธอ มองเธอขึ้นสวรรค์ แล้วผมกับเฉิงยวนก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอย่างนั้นเหรอ?”
“คุณวางแผนมาเป็นพันปี คำนวณทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว แต่คุณได้คำนวณหรือเปล่าว่าความเกลียดชังของผมก็สืบทอดมาพันปีแล้วเหมือนกัน ความแค้นของผมมันสะสมมาพันปีแล้ว!”