เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1758 ควรทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
บทที่ 1758 ควรทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
สีหน้าของสั่วเฟิงไม่เปลี่ยน แต่ร่างที่โค้งงอกลับค่อย ๆ ยืดตัวตรง เธอมองเจี่ยซีด้วยสายตาเย็นชา
สั่วอิงตกใจกับภาพตรงหน้า “อาซี คุณกำลังพูดเรื่องอะไร! ฉันไม่เข้าใจ!”
เธอมองสั่วเฟิงที่เธอไว้ใจที่สุด “หัวหน้าตระกูลคะ อาซีกำลังพูดอะไร! พวกคุณกำลังพูดอะไรกันแน่?”
น้ำเสียงของสั่วอิงฟังดูตื่นตระหนก
ดาบในมือของเจี่ยซีกดลงบนคอของเธอแรงขึ้น ทำให้เกิดรอยเลือดอย่างชัดเจน
“สั่วหลิง หนี้แค้นพันปีนี้ ถึงเวลาต้องชำระแล้ว”
ริมฝีปากของสั่วเฟิงเม้มเป็นเส้นตรง ดวงตาขุ่นมัวคู่นั้นมองเจี่ยซีด้วยความเย็นชา “พวกนายคือคู่บุพเพเก้าชาติ ถ้าฆ่าสั่วอิงไป นายก็ไม่มีความสุขหรอก”
เธอหันไปมองเฉิงยวน “การทรยศบุพเพเก้าชาติ เจี่ยซีจะตาย สวีจิ้นจะหายไป เธอจะไม่ห้ามเขาเหรอ?”
เฉิงยวนไม่แม้แต่จะมองสั่วเฟิง สายตาเธอจ้องมองเจี่ยซีเท่านั้น “ยกเลิกแผนก่อนหน้านี้ไปซะ พวกเรารอฉู่ลั่วกลับมาก่อน”
สวีจิ้น “ความแค้นของเราสองคน ทำไมต้องพึ่งคนอื่นด้วย”
เฉิงยวน “เพราะข้ากลัวความตาย สวีจิ้น ข้าเหลือแค่เจ้าเพียงคนเดียวแล้ว! พ่อแม่พี่น้องของข้าไม่มีเหลือแล้ว หลานชายหลานสาวของข้าก็ถูกส่งไปปรโลกกันหมด อีกไม่นานพวกเขาก็จะไปเกิดใหม่”
“ข้าเฉิงยวนไม่เหลืออะไรแล้ว เหลือแค่เจ้าคนเดียว”
คำพูดนี้ทำให้เจี่ยซีที่เดิมมีหน้าตาเย็นชา ก้มหน้าลงเล็กน้อย
แต่มือที่ถือดาบของเขาก็ยังกำแน่น
เฉิงยวนค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เขา “สวีจิ้น เจ้าลืมแล้วเหรอ? เจ้าเคยสัญญากับข้าว่าจะฟังข้าทุกอย่าง แผนแก้แค้นเจ้าก็ฟังข้า ต่อไปพวกเราสองคนจะทำอย่างไรก็ล้วนฟังข้าทั้งหมด”
“ตอนนี้เจ้ายังฟังข้าอยู่หรือเปล่า?”
เธอเดินเข้าไปใกล้เจี่ยซีมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เมื่อเธออยู่ห่างจากเจี่ยซีเพียงก้าวเดียว ทันใดนั้นก็เห็นว่าสีหน้าของเจี่ยซีอ่อนโยนลง และของเหลวอุ่น ๆ พุ่งกระเซ็นออกมา
รอบด้านมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ
ตุบ!
วัตถุหนัก ๆ ตกลงบนพื้น มันกลิ้งไปมาตลอดทาง จนสุดท้ายก็กลิ้งลงไปอยู่ล่างเวที
ของเหลวอุ่นกระเซ็นทะลุผ่านวิญญาณของเฉิงยวน แต่เธอยังได้กลิ่นคาวอย่างชัดเจน
เธอเลื่อนสายตาไปยังศพไร้ศีรษะ แล้วหันไปมองเจี่ยซี
ตอนนี้เขาเป็นมนุษย์
ใบหน้าและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดสด ๆ ไปหมด กระทั่งขนตาก็ยังมีเลือดหยดอยู่
“ยวนยวน ฉันน่าจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”
เขาชี้ดาบใหญ่ไปทางสั่วเฟิง “ควรทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว!”
ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เจี่ยซีก็ชักดาบฟันใส่สั่วเฟิงแล้ว
ดาบนั้นห่อหุ้มไปด้วยพลังวิญญาณและพลังหยินทรงพลัง ทำให้นักพรตที่อยู่โดยรอบสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง
“หัวหน้าตระกูลสั่ว รีบหนีไปเร็ว!” มีคนตะโกนขึ้นมา
“หัวหน้าตระกูล!” คนตระกูลสั่วร้องออกมาด้วยความตกใจ
ในตอนที่ดาบเหลือระยะห่างจากกระหม่อมของสั่วเฟิงเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดาบใหญ่ก็หยุดชะงัก
เจี่ยซีซึ่งลอยอยู่กลางอากาศค้างไปชั่วขณะ แล้วหมุนตัวอีกครั้ง เสริมพลังวิญญาณและพลังหยินให้แข็งแกร่งขึ้น ฟาดฟันใส่สั่วเฟิงอย่างหนักหน่วง
สั่วเฟิงยืนนิ่งไม่ขยับ ทำเพียงเงยหน้ามองเจี่ยซีเล็กน้อย ยิ้มเยาะหยัน
“บุพเพเก้าชาติ นายกับเธอพัวพันลึกซึ้งเกินไป ไม่มีทางทำร้ายเธอได้หรอก!” มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง
แต่เจี่ยซีเมินเฉย ทันทีที่ดวงตาของเขาขยับ ร่างทั้งร่างก็ร่วงลงมาจากอากาศ แต่ดาบในมือกลับเคลื่อนย้ายไปอยู่ในมือของอีกคนในชั่วพริบตา…หรือพูดให้ถูกต้องคือ ในมือของวิญญาณอีกดวง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสั่วเฟิง สวีจิ้นคว้าดาบอย่างรวดเร็ว พลังหยินพันรอบตัวดาบ เขาฟันลงไปโดยไม่ลังเล
เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้น สั่นสะเทือนแก้วหูของทุกคนที่อยู่ในงาน
เจี่ยซีล้มลงบนพื้น ตกลงข้างศพของสั่วอิง
เขาพลิกตัวลุกขึ้นยืน
ทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ ของสั่วอิง แต่เขากลับยืนขึ้นไม่ใส่ใจ จ้องมองไปทางสั่วเฟิงที่ถูกฟันจนศีรษะขาดครึ่ง
ส่วนสวีจิ้นที่ลอยอยู่กลางอากาศรวบรวมพลังหยินอีกครั้ง แล้วฟันลงอีกหน