เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1773 แค้นของข้า ข้าจะแก้เอง
บทที่ 1773 แค้นของข้า ข้าจะแก้เอง
จิ่งเจียเหยียนตบค่ายกลอย่างแรง “เฉิงยวน ๆ เธออย่าก่อเรื่องนะ! เธอชอบบอกฉันไม่ให้ก่อเรื่อง แต่เธอนี่แหละตัวก่อเรื่องที่สุด!”
เฉิงยวน “ช่วยไม่ได้ เจ้าเป็นแค่ปีศาจงูอายุหลายร้อยปี แต่ข้าเป็นผีสาวพันปี! พูดเรื่องวิชาอาคม ข้าเก่งกว่าเจ้ามาก!”
จิ่งเจียเหยียนสะอื้นไปสองสามครั้ง “เธอออกมาสิ ออกมาลองแข่งกันดู ว่าพลังของผีสาวพันปีอย่างเธอจะเก่งกว่า หรือปีศาจงูอย่างฉันจะเก่งกว่า”
เฉิงยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “มันสมองอย่างเจ้า อย่าคิดจะยั่วยุข้าได้เลย”
จิ่งเจียเหยียนร้องไห้หนักขึ้น “เธอออกมานะ ออกมาเถอะ เราจะได้ฆ่าพวกเขาด้วยกัน เราจะฆ่าพวกเขาด้วยกัน!”
เฉิงยวนส่ายหัว “แค้นของข้า ข้าจะแก้เอง”
“พี่ยวนยวน!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวสลัดจนหลุดจากการรั้งตัวไว้ของพวกไจ๋โหรวแล้ววิ่งเข้ามา
“พี่ยวนยวน พี่เคยบอกว่าพวกเราที่เป็นผีไม่ควรไปถือสาคนที่เป็นนักพรตหรือคนธรรมดา”
“พี่บอกว่าพวกเราที่เป็นผีต้องใจกว้าง”
“พี่ยวนยวน พี่เป็นคนเคยพูดไว้นะ”
ซ่งเหมี่ยวเหมี่ยวชอบพี่ยวนยวนมากที่สุด
พี่ยวนยวนเป็นผีเหมือนกับเธอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ชอบพาเธอไปด้วยเสมอ
พาเธอไปทำในสิ่งที่ผีไม่สามารถทำได้ พาเธอไปทำในสิ่งที่ผีสามารถทำได้
บอกเธอว่า การเป็นผีก็ไม่ได้แย่อะไร
บางครั้ง เธออิจฉาพวกเด็ก ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีพ่อแม่คอยอยู่เป็นเพื่อน
พี่ยวนยวนก็จะไม่สนใจว่าพี่ลั่วลั่วจะโกรธ พาเธอกลับไปที่บ้านตระกูลซ่ง
เวลาเธอควบคุมความยึดติดของตัวเองไม่ได้ อยากจะกลายเป็นผีเด็ก พี่ยวนยวนก็จะตีเธอ
“พี่ยวนยวน พี่เคยสัญญากับหนูไว้ พี่บอกว่าพวกเราสองคนจะเป็นผีที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานบนโลกมนุษย์ พี่เคยสัญญากับหนูไว้นะ”
เฉิงยวนค่อย ๆ ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตากับซ่งเมี่ยวเมี่ยว “ขอโทษนะเมี่ยวเมี่ยว พี่ยวนยวนคงจะต้องผิดคำพูดแล้วล่ะ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวร้องไห้พลางส่ายหน้า น้ำตาเลือดไหลออกมาจากเบ้าตาของเธอ หยดลงบนพื้นทีละหยด “ไม่เอา พี่อย่าผิดคำพูดสิ หนูไม่อยากให้พี่ยวนยวนผิดคำพูด”
“แต่ว่านะเมี่ยวเมี่ยว…” เฉิงยวนเอามือกุมหน้าอกตัวเอง “ตรงนี้ของข้ามันเจ็บมาก เกลียดมาก ถ้าไม่ฆ่าพวกเขา ข้าที่เป็นผีก็ยังรู้สึกว่ามันไม่มีความหมาย”
“ถ้าไม่ฆ่าพวกเขา…” เธอกดมือลงบนหัวใจตัวเองแรง ๆ “ต่อให้ทำอะไรก็ไม่มีความหมาย ไม่มีความสุข”
“ข้าเกลียดที่สุดเลย หากต้องเป็นผีที่ไม่มีความสุข เกลียดที่สุดหากจะใช้ชีวิตโดยไร้ความหมาย”
“ดังนั้นเมี่ยวเมี่ยว เจ้าอย่าโกรธข้า และอย่าร้องไห้เพื่อข้านะ”
“ข้าแค่ไปทำสิ่งที่น่าสนใจ ไปเป็นผีที่มีความสุข”
“เมี่ยวเมี่ยวเด็กดี อย่าร้องไห้นะ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวร้องไห้เสียงดังขึ้น ทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้นทั้งตบค่ายกลแรง ๆ “ไม่เอา หนูไม่เอา ไม่มีพี่ยวนยวน เมี่ยวเมี่ยวก็ไม่มีความสุข เมี่ยวเมี่ยวไม่สนุกเลย…”
แต่เฉิงยวนลุกขึ้นยืนแล้ว เธอเอียงคอเล็กน้อย มองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วกำดาบชิงเจวี๋ยแน่น ยังคงโจมตีค่ายกลไม่หยุด
“เจ้าเปิดไม่ได้หรอก นี่เป็นค่ายกลที่ข้าวางไว้ด้วยวิญญาณของตัวเอง ถ้าเจ้าสามารถทำลายมันได้ การบำเพ็ญพันปีของข้าก็คงเป็นเรื่องตลกแล้ว”
ฉู่ลั่ว “เธอจำเป็นต้องถึงขนาดนี้จริง ๆ หรือ? ฉันก็สามารถฆ่าพวกเขาได้นะ!”
“การที่เจ้าฆ่ากับการที่ข้าฆ่า มันไม่เหมือนกัน”
“นาง…”
เฉินยวนชี้ใส่สั่วเฟิง
“พวกเขา!”
ชี้ใส่คนตระกูลสั่ว
“แล้วก็เขา”
สุดท้ายนิ้วของเฉิงยวนก็ชี้ไปที่เทพบรรพกาล
“ข้าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด”
เธอพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ ทั้งยังยิ้มให้ฉู่ลั่วด้วย “เจ้าก็อย่าโกรธเลย ความแค้นของข้ากับสวีจิ้น รวมถึงครอบครัวของพวกเรา นอกจากข้าที่มีสิทธิ์แล้ว ยังจะมีใครที่มีสิทธิ์แก้แค้นอีก”
ฉู่ลั่ว “แล้วพวกเราล่ะ?”
เฉิงยวน “…ขอโทษด้วย!”
หลังจากกล่าวคำขอโทษ เธอก็หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เธอหันหลัง พลังหยินก็แผ่ซ่านไปทั่วค่ายกลทั้งหมดในพริบตา ปกคลุมค่ายกลเอาไว้อย่างหนาแน่น