เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1774 กระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ
บทที่ 1774 กระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ
เสียงกรีดร้องจากด้านในดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สั่วเฟิงเริ่มต้นด้วยการด่าทอและกรีดร้อง ต่อมาก็วิงวอนขอความเมตตา จนในที่สุดก็ถึงกับอ้อนวอนให้เฉิงยวนฆ่าเธอ
จิ่งเจียเหยียนกอดซ่งเมี่ยวเมี่ยวไว้แน่นพลางปิดหูของเธอ แต่ตัวเองกลับร้องไห้อย่างหนัก
“สวีจิ้น เจ้าปล่อยว่าวได้หรือไม่!”
ในภาพมายา เฉิงยวนจ้องมองสวีจิ้นด้วยสายตารังเกียจ
สวีจิ้นดึงเชือกว่าวอย่างงุ่มง่าม “ข้าทำได้ ๆ ! ตอนอยู่ในกองทัพข้าเคยใช้ว่าวส่งสาร ข้าทำได้จริง ๆ”
เฉิงยวนแค่นเสียงเย็นชา “ถ้าวันนี้เจ้าไม่สามารถปล่อยว่าวขึ้นไปได้ ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีก”
สีหน้าของสวีจิ้นยิ่งดูร้อนรน อาจเพราะตื่นเต้นเกินไปจึงใช้แรงมากเกินไป เชือกพลันขาดลงในพริบตา
ว่าวงดงามลอยไปตามกระแสลม
สวีจิ้นหน้าแดงก่ำด้วยความร้อนใจ รีบวิ่งออกไปข้างนอกทันที “ข้าจะไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้”
เขากระโดดเพียงก้าวเดียว ก็กระโดดออกไปจากกำแพงแล้ว
คนในตระกูลเฉิงอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“อาจิ้นคนนี้ ต่อไปถ้าแต่งงานกับยวนยวน ไม่รู้ว่าจะถูกรังแกจนเป็นอย่างไร!”
เฉิงยวนที่อยู่นอกศาลา ยกมือเท้าเอว ยืนเชิดหน้าชูตา “ถ้าเขากลัวถูกรังแก ก็ไม่ต้องแต่งงานกับข้าสิ!”
“ข้าจะแต่งงาน ข้าไม่กลัวถูกรังแก”
นอกกำแพงสูงเป็นเสียงของสวีจิ้นที่ดูลนลานอยู่บ้าง ทำให้คนตระกูลเฉิงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
สวีจิ้นเก็บว่าวกลับมา มองเฉิงยวนด้วยสายตาเอาอกเอาใจ
เฉิงยวนหันหลังเดินจากไปด้วยความโมโห สวีจิ้นเดินตามหลัง ส่วนคนตระกูลเฉิงต่างส่ายหัวอย่างจนปัญญา แล้วเดินตามพวกเขาทั้งคู่ไป
กลุ่มคนเดินผ่านค่ายกล เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะอันแผ่วเบา
แกรก!
ปลายด้านหนึ่งของค่ายกลเริ่มแตกร้าว
“เกิดอะไรขึ้น?”
เจ้าหน้าที่องค์กรบางคนมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว
ภาพมายาเริ่มจางหายไป พวกเขาสามารถมองเห็นป่าชิงถงได้อย่างชัดเจน
และต้นชิงถงแต่ละต้นก็โปร่งใสมากขึ้นเรื่อย ๆ
หยวนเส้าหยินพูด “กระถางสัมฤทธิ์ยักษ์กำลังจะถูกทำลาย”
“นี่เป็นเครื่องมือของเทพบรรพกาลนะ มันจะถูกทำลายได้ยังไง?” เจ้าหน้าที่องค์กรถามด้วยความประหลาดใจ
หยวนเส้าหยินมองค่ายกลที่ถูกปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำ “แม้แต่อาวุธเวทที่ทรงพลัง ถ้าแหล่งกำเนิดของมันถูกทำลาย มันก็ไร้ประโยชน์ แหล่งกำเนิดของกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์คือเศษเสี้ยวของพลังเทพที่เหลืออยู่ของเทพบรรพกาล”
ตอนนี้พลังเทพกำลังจะถูกทำลาย กระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ก็จะถูกทำลายไปด้วยอย่างแน่นอน
วินาทีถัดมา ค่ายกลก็แตกสลาย
ฉู่ลั่วรีบคว้าตัวจิ่งเจียเหยียนกับซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอาไว้ แล้วสะบัดพวกเธอออกไป “ถอยไป”
พูดจบ ป่าชิงถงก็ค่อย ๆ จางหายไปทั้งหมด
“ดี ดีเหลือเกิน!”
นั่นคือเสียงทุ้มหนักแน่นของเทพบรรพกาล ตามมาด้วยพลังวิญญาณอันทรงพลังที่ระเบิดออกมาดังสนั่น
ทุกคนตาพร่าไปชั่วขณะ ไม่ทันจะตั้งตัวได้ก็รู้สึกถึงพลังหลายสายที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แต่พลังเหล่านี้ถูกสกัดกั้นไว้กลางทางทั้งหมด
ไจ๋โหรวลืมตาขึ้น พบว่าพวกเธอกลับมาปรากฏตัวในถ้ำอีกครั้ง และกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ที่เคยอยู่ตรงนั้น ระเบิดออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปแล้ว
ไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ พลังวิญญาณอีกหลายสายก็พุ่งเข้ามา
เธอจ้องมองไปยังต้นตอของพวกมัน เห็นว่าเป็นนักพรตจากลัทธิเต๋า
“เจ้าวิญญาณร้าย!”
“หัวหน้าตระกูล!”
“คนพวกนี้ล้วนเป็นคนตระกูลสั่วของพวกเราทั้งนั้น!”
บนพื้นไม่เพียงมีเศษชิ้นส่วนของกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ที่แตกกระจาย แต่ยังมีศพของคนตระกูลสั่วอยู่ด้วย
ไจ๋โหรวก้มลงมอง เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกทำลายเหลือเพียงลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ชัดเจน
มันเป็นของสั่วเฟิง
นอกจากใบหน้าครึ่งซีกนี้แล้ว ก็ไม่มีส่วนใดที่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่าว่าใครเป็นใคร
“พี่ยวนยวน!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวคิดจะวิ่งเข้าไป แต่ถูกจิ่งเจียเหยียนคว้าตัวไว้
ในมือฉู่ลั่วมีเชือกอักขระที่มัดเฉิงยวนซึ่งกลายเป็นผีร้ายเอาไว้ เธอเบี่ยงตัวไปยืนขวางหน้าเฉิงยวน มองคนจากลัทธิเต๋าที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
หยางเสียนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว “เจ้านิกาย เกิดอะไรขึ้นครับ?”
เขาชี้ไปที่คนตระกูลซัวที่กระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ