เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1775 ถามดาบในมือฉันก่อนว่าเห็นด้วยหรือเปล่า
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1775 ถามดาบในมือฉันก่อนว่าเห็นด้วยหรือเปล่า
บทที่ 1775 ถามดาบในมือฉันก่อนว่าเห็นด้วยหรือเปล่า
ฉู่ลั่ว “ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่จัดการกับคนตระกูลสั่วไม่กี่คนเท่านั้น”
คนตระกูลสั่วสายรองที่ร้องไห้เสียงดังอยู่บนพื้น พอได้ยินคำพูดของฉู่ลั่ว ก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที “เจ้านิกาย มันชัดเจนว่าพวกเขาถูกพลังหยินทำร้าย เป็นเพราะผีสาวพันปีคนนี้ต่างหากที่ฆ่าคนตระกูลสั่วของพวกเรา ฆ่าหัวหน้าตระกูลของพวกเรา”
“ส่วนพวกนายนักพรตเต๋า ก็ปล่อยให้เจ้านิกายปกป้องผีสาวพันปีอย่างนี้เหรอ?”
หยางเสียนมองสีหน้าของฉู่ลั่ว แล้วหันไปมองเฉิงยวน “เจ้านิกาย เธอฆ่าคนไปแล้วและไม่ใช่แค่คนคนเดียว เธอกลายเป็นผีร้ายโดยสมบูรณ์ ไม่มีทางรักษาได้แล้วนะ”
เฉิงยวนที่ถูกเชือกของฉู่ลั่วมัดไว้ ดวงตาสีแดงฉาน ไม่มีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่เลย
แต่แม้จะถูกเชือกมัดไว้ เธอก็ยังคงดิ้นรน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่พวกเขาไม่หยุด
ใครต่างก็มองออกว่าหากปล่อยมือ เฉิงยวนจะต้องลงมือจัดการกับพวกเขาคนเป็นอย่างแน่นอน
“เจ้านิกาย ตระกูลสั่วสมควรได้รับโทษ แต่ไม่สามารถปล่อยเฉิงยวนเอาไว้ได้อีกแล้ว” หยางเสียนพูดหนักแน่นเพื่อเกลี้ยกล่อมฉู่ลั่ว “คุณในฐานะเจ้านิกาย ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้”
ฉู่ลั่วเพียงดึงเชือกที่มัดเฉิงยวนเบา ๆ “เธอแค่ฆ่าคนตระกูลสัว ไม่เคยฆ่าคนบริสุทธิ์”
หยางเสียนถอนหายใจ เตรียมจะพูดโน้มน้าวอีกครั้ง
ไจ๋ฉางพลันก้าวออกมา “แล้วเจ้านิกายจะรับประกันได้เหรอ ว่าเธอจะไม่ทำร้ายใครอีกในอนาคต?”
“ถ้าวันหน้าเธอทำร้ายใครอีก คนคนนั้นก็สมควรได้รับบาดเจ็บ สมควรจะต้องตาย?”
“เจ้านิกายกำจัดเธอเสียเถอะ มันจะดีกับทุกคนมากกว่า”
ทุกคนต่างมองไปทางฉู่ลั่ว
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวสะอื้น แต่ถูกจิ่งเจียเหยียนใช้มือปิดปากแน่น ไม่ให้เธอส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
คนจากลัทธิเต๋าและพวกเขาทั้งหมดกำลังรอให้ฉู่ลั่วตัดสินใจ
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หยางเสียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เจ้านิกายสามารถคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมได้…”
“ตำแหน่งเจ้านิกาย ฉันไม่ทำแล้วค่ะ”
ทุกคนที่เดิมทีมีสีหน้าแตกต่างกันไป ต่างหันขวับมามองฉู่ลั่วอีกครั้ง
หยางเสียน “เจ้านิกาย นี่คุณ…”
“ฉันจะไม่ทำหน้าที่เจ้านิกายแล้วค่ะ” เธอชักดาบชิงเจวี๋ยออกมา “ฉันไม่ใช่เจ้านิกายอีกต่อไป และเป็นคนที่ไม่มีอาจารย์สอน ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎของลัทธิเต๋าในการปราบมารปกป้องคุณธรรมอีกแล้ว”
เธอชี้ดาบไปยังหยางเสียนและคนอื่น ๆ “และตอนนี้ ฉันจะปกป้องเธอ ถ้าพวกคุณต้องการพาเธอไปจากมือฉัน ก็ต้องถามดาบในมือฉันก่อนว่าเห็นด้วยหรือเปล่า”
ไม่ใช่เพียงพวกหยางเสียนเท่านั้น แม้แต่พวกซู่เซี่ยงหยางก็ตกตะลึงไปด้วยเหมือนกัน
ซู่เซี่ยงหยางรีบยืนขึ้นระหว่างพวกเขา แล้วพยายามเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้เฉิงยวนฆ่าแค่คนตระกูลสั่วเท่านั้น สิ่งที่ตระกูลสั่วทำ ตามกฎของลัทธิเต๋าก็ควรจัดการไปนานแล้ว”
“ถ้าไม่ใช่เพราะลัทธิเต๋าปล่อยปละละเลย เรื่องราวก็คงไม่ลงเอยแบบนี้”
คำพูดของเขาเป็นการตำหนิคนจากลัทธิเต๋า
“การจะลงโทษเฉิงยวนอย่างไรนั้น ไม่เพียงต้องได้รับการยอมรับจากลัทธิเต๋าของพวกคุณเท่านั้น แต่ยังต้องได้รับการยอมรับจากองค์กรของพวกเราด้วย หากทุกท่านมีเวลามากมายขนาดนี้ แทนที่จะมาทำเรื่องแบบนี้ ไม่สู้กลับไปพิจารณาตรวจสอบตัวเองดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก”
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจว่าพวกหยางเสียนจะมีสีหน้าท่าทางอย่างไร แล้วเดินไปหาฉู่ลั่ว
เขาลดเสียงลงและพูดว่า “ออกไปก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะครับ”
ฉู่ลั่วมองเขาแวบหนึ่ง
ซู่เซี่ยงหยางพูดว่า “คุณไม่ทำหน้าที่เจ้านิกายแล้ว ก็ไม่คิดจะเป็นหัวหน้าองค์กรด้วยเหรอครับ?”
“ไปก่อนเถอะ ผมสัญญาว่าพอกลับถึงองค์กรแล้ว จะยังไม่ทำอะไรกับเฉิงยวน”
ฉู่ลั่วเพิ่งจะรับคำ ก็เดินตามซู่เซี่ยงหยางกับคนอื่นออกไป
……
พวกเขาทั้งหมดกลับมาที่โรงแรม
ฉู่ลั่วกักขังเฉิงยวนในค่ายกล แล้วนำยันต์ออกมาเมากมายพื่อตรึงเธอไว้
มองเฉิงยวนที่ยืนหลับตาเหมือนเสาต้นหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูห้อง
นอกห้อง ซู่เซี่ยงหยางกับคนอื่น ๆ กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมได้เรียกกว่านหว่านให้เธอมาดูแล้ว บางทีอาจจะมีวิธีแก้ไข”