เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1776 ยังพอมีทางช่วยได้
บทที่ 1776 ยังพอมีทางช่วยได้
ซู่เซี่ยงหยางพูดจบก็มองฉู่ลั่วอีกครั้ง “แต่ฉู่ลั่ว คุณต้องเตรียมใจไว้ ถ้าแม้แต่กว่านหว่านก็ยังไม่มีวิธี ผมก็จะต้องรายงานเรื่องนี้ไปยังเบื้องบน”
“อืม”
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนโซฟา เธอมองพวกซ่งเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ “อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้ไม่มีใครสามารถทำร้ายเธอได้ ฉันรับรอง!”
ซ่งเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดน้ำตาเลือดของตัวเองแรง ๆ “พี่ลั่วลั่ว พี่ยวนยวนจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่ว “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
สายตาของซ่งเหมี่ยวเหมี่ยวหม่นแสงลง
“แต่ฉันจะพยายาม ฉันจะทำสุดความสามารถเพื่อช่วยเธอ”
ส่วนจิ่งเจียเหยียนไม่ได้ร้องไห้ ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก
เธอมองมาด้วยดวงตาแดงก่ำ “ลั่วลั่ว พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้เธอหรอก แต่ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็บอกพวกเรามาได้เลยนะ”
“ได้ เธอดูแลพวกเขาให้ดีเถอะ”
“อืม”
หลังจากจิ่งเจียเหยียนพากลุ่มคนออกไปแล้ว ฉู่ลั่วจึงหันไปมองซู่เซี่ยงหยาง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ ถ้าลัทธิเต๋ารายงานเรื่องนี้ พวกคุณก็โยนความผิดทั้งหมดมาที่ฉันได้เลย”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “ตอนนี้ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องพวกนี้เหรอครับ?”
หยวนเส้าหยิน “รอให้หมอกว่านมาก่อนแล้วค่อยพูดกันเถอะครับ!”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง กว่านหว่านก็เดินเข้ามา
พอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเธอก็เดินเข้าไปในห้อง หนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอจึงเดินออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียว และส่ายหัวท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ
ฉู่ลั่วไม่ได้แสดงความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้ามากนัก
ส่วนพวกไจ๋โหรวสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พวกเขาดูไม่สู้ดีนัก ปกคลุมไปด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย
กว่านหว่านหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความ
[เธอกลายเป็นผีร้ายโดยสมบูรณ์แล้ว สูญเสียสติสัมปชัญญะทั้งหมด ยากที่จะช่วยเหลือได้ค่ะ]
ฉู่ลั่วมองดูตัวอักษรสั้น ๆ เหล่านั้น แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง เธอคว้าตัวกว่านหว่านเอาไว้ทันที “ยากที่จะช่วยเหลือ ก็คือยังพอมีทางช่วยได้ใช่ไหม?”
[มันต้องใช้สมบัติล้ำค่าจากสวรรค์และโลกถึงจะได้ผล แต่ตอนนี้ไม่มีค่ะ]
ไจ๋โหรวรีบพูดขึ้นทันที “ถ้าต้องการอะไรหมอกว่านก็บอกมาได้เลยค่ะ บางทีในลัทธิเต๋าของพวกเราอาจจะมีก็ได้นะ”
กว่านหว่านมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของพวกเขาทีละคน ก่อนจะจำใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเริ่มเขียนรายการสมบัติของสวรรค์ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้
ชื่อในรายการตอนแรกยังพอไหว แต่พอถึงช่วงหลัง ๆ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย
[จิตพุทธไม่เที่ยง ทรายเลือดมังกรรัตติกาล เปลวเพลิงสวรรค์…]
ไจ๋โหรว “ของพวกนี้คืออะไรกัน? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
[สมบัติล้ำค่าจากยุคโบราณ]
ไจ๋โหรว “…”
สมบัติล้ำค่าจากยุคโบราณจะเหลืออยู่สักเท่าไหร่กัน ถึงแม้จะมีเหลืออยู่บ้าง ก็คงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจะครอบครองได้
แม้จะมีอยู่จริง ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีครบทุกอย่าง
[การหาสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ให้ครบต้องใช้เวลา แต่เฉิงยวนอาจจะไม่สามารถทนได้นานขนาดนั้น ในสภาพที่กลายเป็นผีร้ายอย่างสมบูรณ์แล้ว หากปล่อยให้เธอเข่นฆ่าไปนาน ๆ โดยไม่ได้ระงับความโกรธแค้นลง ก็มีแต่จะทำให้เธอสูญสลายไปกับธรรมชาติ]
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ลัทธิเต๋าเผชิญหน้ากับผีร้ายที่ไม่สามารถทำลายได้ พวกเขาจึงใช้วิชาในการผนึกพวกมัน
ผีร้ายที่มีจิตใจโหดเหี้ยม เมื่ออยู่ภายใต้การผนึกเป็นเวลานาน ไม่สามารถฆ่าฟันอีกได้ ก็จะสลายหายไปเอง
ส่วนเฉิงยวนเพิ่งเป็นผีร้าย เธอจึงยังไม่ได้ระงับความต้องการจะฆ่าของตัวเอง
ทุกคนต่างเงียบกันไป
ดวงตาไจ๋โหรวแดงขึ้น “แล้วพวกเราช่วยอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”
หยวนเส้าหยิน “ผมจะไปหาของที่ต้องใช้ก่อน ที่ตระกูลหยวนน่าจะมี”
จี้ไจ่ “ฉันก็จะกลับไปดูที่ตระกูลจี้”
ไจ๋โหรว “งั้นฉันก็จะกลับไปดูเหมือนกัน”
ชั่วขณะนั้น นักพรตจากลัทธิเต๋าทั้งหมดก็ออกไป
ซู่เซี่ยงหยางถือรายการสมบัติล้ำค่าไว้ “ผมก็จะไปถามดูเหมือนกัน”
เขาเดินไปทางประตู พอเปิดประตูออกก็เห็นฮั่วเซียวหมิงกำลังยืนอยู่หน้าประตู “ประธานฮั่ว?”
ฮั่วเซียวหมิงพยักหน้าให้ซู่เซี่ยงหยางเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปข้างใน
หลังเข้าไปแล้วก็เห็นฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าประตู เขาเดินเข้าไปใกล้พบว่าเฉิงยวนถูกยันต์กดทับอยู่หลายชั้น