เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1781 ทำลายโอกาสเดียว
บทที่ 1781 ทำลายโอกาสเดียว
ความลังเลและหวาดกลัวในดวงตาของฮั่วเซียวหมิงหายไปชั่วพริบตา เขาถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อย “งั้นก็ดี ตราบใดที่คุณสามารถกลับมาได้ ผมจะรอนานแค่ไหนก็ได้ ขอเพียงตอนนั้นคุณไม่รังเกียจว่าผมแก่ลงก็พอ”
ฉู่ลั่วรู้สึกใจหายวาบอีกครั้ง
เขายอมรับอยู่แล้วว่าเธอจะจากไปนานมาก
แต่ก็ยังดื้อดึงจะขอคำสัญญาลอย ๆ จากเธอ
หลังได้รับคำสัญญาจากฉู่ลั่วแล้ว ฮั่วเซียวหมิงก็ไม่ได้อยู่นาน เขาลุกขึ้นเดินออกไปทันที “ช่วงนี้ตระกูลฮั่วกำลังยุ่งมาก ผมก็ไม่มีเวลาอยู่เคียงข้างคุณตลอด ถ้าคุณจะไปโลกอื่นกะทันหัน ก็ให้บอกผมสักคำ”
“อย่าจากไป โดยไม่บอกผมล่วงหน้า”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเบาๆ
ฮั่วเซียวหมิงจึงออกไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่นั่งลงในรถ เลขาก็สังเกตเห็นว่าอารมณ์ของฮั่วเซียวหมิงดูไม่ค่อยปกตินัก หลังจากส่งเอกสารในมือให้ฮั่วเซียวหมิง ก็เห็นฮั่วเซียวหมิงกวาดตาอ่านเอกสารอย่างรวดเร็วแล้วเซ็นชื่อลงไป
เขายิ่งแน่ใจมากขึ้น
ประธานฮั่วอารมณ์ไม่ค่อยปกติจริง ๆ
จากโรงแรมมาถึงฮั่วกรุ๊ป หากเป็นรถยนต์จะมีระยะทางสั้น ๆ เพียงสิบนาที ประธานฮั่วตรวจดูเอกสารไปแล้วกว่าสิบชุด แต่ละชุดไม่มีปัญหาอะไร แต่สีหน้าของประธานฮั่วกลับยิ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆ
กระทั่งรถแล่นมาถึงฮั่วกรุ๊ป เขารีบลงจากรถเพื่อไปเปิดประตูให้ประธานฮั่ว
ใครจะรู้ว่าประธานฮั่วกลับนั่งอยู่ด้านใน ดวงตาฉายแววลึกล้ำ ไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ และไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ด้วย
เลขายังคงเปิดประตูค้างไว้ ในใจเต้นตึกตัก
ประธานฮั่วเป็นอะไรไปนะ!
ณ โรงแรม
ระบบในจิตธรรมญาณส่งเสียงดังวุ่นวาย นับตั้งแต่เข้าสู่จิตธรรมญาณของฉู่ลั่ว นี่เป็นครั้งที่มันพูดมากที่สุด แต่ฉู่ลั่วกลับไม่สนใจ เธอเพียงแค่หลับตาพักผ่อนเท่านั้น
ระบบเรียกอยู่พักหนึ่ง พอเห็นว่าฉู่ลั่วเมินเฉย จึงพูดขึ้นมากะทันหันว่า [คุณคงไม่ได้กำลังจะบังคับให้รุ่ยอวิ๋นโจวเปิดประตูมิติให้คุณหรอกนะ!]
ระบบ [เขาเปิดไม่ได้หรอก ผมเองก็เปิดไม่ได้เหมือนกัน]
ฉู่ลั่วยังคงหลับตาไม่พูดอะไร
ระบบเห็นว่าเธอยังคงเป็นแบบนั้น จึงพูดว่า [นอกเสียจาก…นอกเสียจากว่าคุณจะโน้มน้าวให้เขายอมรวมร่างกับพวกเรา บางทีผมอาจจะสามารถเปิดประตูได้อีกครั้ง]
ฉู่ลั่วยังคงหลับตาไม่พูดอะไรเช่นเดิม
ระบบ […]
ระบบโกรธแล้ว [ฉู่ลั่วพูดอะไรสักคำสิ! คุณไม่ได้จะบังคับให้รุ่ยอวิ๋นโจวเปิดประตูจริง ๆ ใช่ไหม เขาเปิดไม่ได้ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อผม?]
ห้องที่กักขังเฉิงยวนอยู่ จู่ ๆ เกิดความเคลื่อนไหวเล็กน้อยขึ้นมา
ฉู่ลั่วพุ่งตัวเข้าไป เห็นว่าเฉิงยวนลืมตาขึ้นมาแล้ว เชือกที่มัดร่างเธออยู่ก็ค่อย ๆ คลายออก
ฉู่ลั่วโยนเชือกเส้นใหม่ออกไปอีกครั้ง
เธอมองเฉิงยวนที่หลับตาลงแล้วถอนหายใจ
เชือกและยันต์เหล่านี้มีเวลาในการสะกดเฉิงยวนสั้นลงเรื่อย ๆ
ระบบยังคงส่งเสียงดังวุ่นวายในหัวของเธอ [พลังสุดท้ายของเทพบรรพกาลที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้ได้ถูกเฉิงยวนทำลายไปแล้ว ถ้าเธอไม่ได้ทำลายพลังของเทพบรรพกาล บางทีเธออาจจะยังมีโอกาสไปยังโลกอื่นได้]
ระบบ [เธอทำลายพลังของเทพบรรพกาล และทำลายโอกาสเดียวที่จะทำให้ตัวเองตื่นขึ้นมาได้]
ระบบ [โลกนี้จะไม่มีใครมีคุณสมบัติเปิดประตูสู่โลกอื่นได้อีกแล้ว]
ฉู่ลั่วยื่นมือออกไป บันทึกแห่งปรโลกพลันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเธอ
และเพียงพริบตาเดียว เธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ปรโลก
ทันทีที่ฉู่ลั่วปรากฏตัว ยมทูตขาวดำก็รับรู้ได้ทันที จึงต่างรีบวิ่งเข้ามาหา “ปรมาจารย์ฉู่มาแล้ว คุณไม่ได้มาที่ปรโลกของพวกเรานานมากแล้วนะครับ”
ยมทูตขาวเอ่ย “ได้ยินพวกท่านพญายมราชพูดว่า ปรมาจารย์ฉู่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อสามภพ นับเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ”
ยมทูตดำ “คิดว่าถึงเวลานั้น เพียงประตูสวรรค์เปิดออก ปรมาจารย์ฉู่ก็จะสามารถขึ้นสวรรค์ได้แน่นอน ตอนนั้นอย่าลืมพวกเราด้วยนะครับ!”
ฉู่ลั่วยิ้มให้พวกเขา “ฉันอยากพบพญายมราชค่ะ”
ยมทูตขาวดำทำหน้าลำบากใจ “ช่วงนี้ท่านพญายมราชยุ่งมาก กลัวว่าจะไม่มีเวลาพบปรมาจารย์ฉู่ครับ”
ยมทูตขาวแกล้งทำท่ามีลับคมในเข้าใกล้ฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่รู้ไหมว่า ท่านพญายมราชกำลังยุ่งกับเรื่องอะไร?”