เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1792 มีแค่ฉัน
บทที่ 1792 มีแค่ฉัน
[นายรู้ แต่ยังเลือกจะไปกับเธอ! นายก็เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้สนใจนายเลย เธอแค่ใช้ประโยชน์จากนาย เธอมีเพื่อน มีญาติพี่น้อง แถมยังมีฮั่วเซียวหมิงอีก นายคิดว่ายังอยู่ในโลกนั้นหรือไง? คิดว่าแค่นายทำเป็นน้อยใจนิดหน่อย เธอก็จะไม่คบหาใครและอยู่กับนายเพียงคนเดียวเหรอ?]
รุ่ยอวิ๋นโจวหยุดการเคลื่อนไหว
ที่จริงแล้ว ในโลกนั้น อาจารย์ก็สามารถมีเพื่อนได้มากมาย
แต่ตอนนั้นเขาไม่ต้องการ เพียงแค่เขาไม่เต็มใจ อาจารย์ก็จะเริ่มห่างเหินจากเพื่อนฝูงเหล่านั้นเอง
มีเพียงพวกเขาศิษย์อาจารย์ ไปที่ไหนก็มีแต่พวกเขาศิษย์อาจารย์
พอเห็นว่ารุ่ยอวิ๋นโจวไม่พูดอะไร เสียงนั้นก็ร้อนใจขึ้นอีกครั้ง [ถ้ารู้แต่แรกว่านายจะกลายเป็นแบบนี้ ตอนนั้นฉันก็ไม่ควรแยกนายออกมา วิถีสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ กลับต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของ…มนุษย์คนหนึ่ง]
รุ่ยอวิ๋นโจวยังคงสวมเสื้อผ้าต่อไป
[ฉันแยกนายออกมาก็เพื่อให้นายช่วยเธอบำเพ็ญ ไม่ใช่เพื่อให้นายมาคบหาดูใจกับเธอ]
เสียงนั้นฟังดูกังวลมาก
รุ่ยอวิ๋นโจวกลับหัวเราะขึ้นมาทันที “เป็นนายต่างหากที่แยกฉันออกมา เป็นนายที่แบ่งความรู้สึกที่ไม่อาจเปิดเผยของนายให้ฉัน”
เขาจัดแต่งตัวเองอย่างพิถีพิถันอยู่หน้ากระจก
ก่อนจะมองตัวเองในกระจกแล้วยกยิ้มจาง “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเธอไปสิ!”
“มาลงที่ฉัน!”
“นายคือวิถีสวรรค์ เป็นนายที่ลงมาสถิตอยู่ในจิตธรรมญาณของเธอ เธอไม่สามารถขับไล่นายออกจากจิตธรรมญาณของเธอได้ และนายที่เป็นวิถีสวรรค์ก็ไม่สามารถออกไปจากเธอได้เหรอ?”
“ทำไมนายถึงไม่ยอมออกไปจากเธอล่ะ?”
“ทำไมถึงต้องแยกฉันออกมา?”
“ทั้ง ๆ ที่มีวิธีมากมายที่จะส่งพลังวิญญาณให้เธอ แต่ทำไมถึงต้องแยกฉันออกมาด้วย?”
เขาขยับเข้าใกล้กระจก ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองตัวเอง “เพราะว่า…เพราะว่าวิถีสวรรค์ไร้รูปร่าง นายต้องการรูปร่างเพื่ออยู่เคียงข้างเธอ”
“ดังนั้น ถึงได้มีฉันขึ้นมา”
เขาแทบจะแนบตัวติดกับกระจก “ไม่ใช่ว่าฉันไม่เต็มใจ แต่เป็นเพราะนายกำลังกลัวใช่ไหม?”
“ตลอดมา นายกับเธอสองคนแยกจากกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันแล้ว โลกนี้ขาดวิถีสวรรค์ไม่ได้ ฉันจากไป นายก็ต้องออกจากร่างของอาจารย์”
“และคนที่จะอยู่เคียงข้างอาจารย์ได้ ก็มีแค่ฉัน เหลือแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น”
ในห้องเงียบสนิทไร้เสียงใด ๆ อีก
รุ่ยอวิ๋นโจวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชาขณะมองกระจก “อาจารย์ฉลาดมากจริง ๆ ใช่ไหม?”
เสียงที่เดิมเงียบอยู่ค่อย ๆ เอ่ยขึ้น [นายจะบอกว่า…เธอรู้?]
รุ่ยอวิ๋นโจวหัวเราะเบา ๆ ท่าทีคล้ายคนเสียสติ “ก่อนหน้านี้อาจจะไม่รู้ แต่ตอนนี้อาจารย์มีฮั่วเซียวหมิง เธอก็รู้แล้วสิ!”
“นายไม่เห็นสายตาของอาจารย์เหรอ? สายตาที่อาจารย์มองฉัน…” รุ่ยอวิ๋นโจวหัวเราะ “สายตานั้นกำลังบอกว่า ‘อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง!'”
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
รุ่ยอวิ๋นโจวเก็บรอยยิ้มบ้าคลั่งบนใบหน้า กลับมามีท่าทางเรียบร้อยบริสุทธิ์ เดินไปที่ประตูและเปิดออก หน้าประตูเป็นฉู่ลั่วอย่างที่คาดไว้
“อาจารย์”
“เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วเหรอ?”
“เสร็จแล้ว”
ฉู่ลั่วพารุ่ยอวิ๋นโจวลงบันไดไปด้วยกัน
ด้านล่างมีรถเอสยูวีสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ ฮั่วเซียวหมิงยืนพิงรถ กำลังคุยโทรศัพท์ เมื่อเห็นพวกเขาออกมา เขาก็เดินไปหาฉู่ลั่วแล้วจับมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ
“ผมรู้แล้ว พวกเราจะไปตอนนี้เลย”
“ไม่ต้องส่งคนมารับหรอก ลั่วลั่วบอกว่าพวกเราจะไปเอง”
หลังจากวางสาย ฮั่วเซียวหมิงก็มองฉู่ลั่ว “เป็นโทรศัพท์จากฉู่เหิง เขาจะส่งคนมารับพวกเรา แต่ผมบอกว่าไม่ต้อง”
“พวกเราจะนั่งรถไปสนามบินก่อน แล้วค่อยขึ้นเครื่องบิน ส่วนเรื่องตัวตนของเขา ผมให้ซู่เซี่ยงหยางและคนอื่นจัดการทำบัตรประจำตัวให้แล้ว”
ฉู่ลั่วบีบมือเขาเบา ๆ “ขอบคุณนะ!”
ฮั่วเซียวหมิงยิ้ม แล้วก้มลงจูบหน้าผากของเธอ “ขอบคุณอะไรกัน!”
สองคนขึ้นรถไป โดยให้รุ่ยอวิ๋นโจวนั่งที่นั่งข้างคนขับ
เมื่อพวกเขาไปถึงบ้านตระกูลฉู่ในเมืองเจียง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
แต่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลฉู่ มีคนยืนรออยู่แล้ว
เป็นฉู่เหิงกับภรรยา ฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่า รวมถึงพี่น้องคนรู้จัก แม้แต่ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ก็อยู่ที่นั่นด้วย