เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1799 ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
บทที่ 1799 ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
[ช่วงนี้มณฑลหนานเป็นอะไรไปนะ? ทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแลบ แล้วยังมีไฟไหม้จากฟ้าผ่าอีก…น่ากลัวจริง ๆ !]
[ตอนนี้ยังมีแสงสีรุ้งอีก! หรือว่าจะเป็นโอรสสวรรค์ขี่เมฆสีรุ้งมาแต่งงานกับฉันหรือเปล่านะ?]
[ไม่ได้ยินที่ผู้เชี่ยวชาญพูดเหรอ? มันเป็นเรื่องสภาพอากาศ สภาพภูมิอากาศแบบนี้ทั่วโลกก็มีให้เห็น]
[เหอะ! ไม่รู้ว่าพวกเธอยังจำได้ไหมว่าใครอยู่ในมณฑลหนาน?]
[ใช่ไหม ๆ ! ตอนที่เรื่องเกิดขึ้น ฉันก็เดาได้แล้ว]
[หรือว่าจะเป็น…การฝ่าด่านเคราะห์จริง ๆ ?]
[เทพธิดาน้อยของพวกเราจะบรรลุขึ้นสวรรค์แล้วเหรอ? อย่านะ! เธอไม่ได้ไลฟ์สตรีมมานานแล้ว แค่นี้ฉันก็เสียใจมากพออยู่แล้ว ถ้าเธอขึ้นสวรรค์ไปอีก ฉันจะเสียใจมากกว่านี้อีกนะ]
บนแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ทุกที่เต็มไปด้วยการพูดถึงสภาพอากาศที่ผิดปกติในมณฑลหนาน
ขณะที่ในลัทธิเต๋ามีนักพรตจำนวนไม่น้อยมาถึงมณฑลหนานแล้ว พวกเขาต้องการรู้ว่าฉู่ลั่วกำลังทำอะไรอยู่
หยางเสียนเงยหน้ามองท้องฟ้า “สำเร็จแล้วเหรอ?”
“อะไรสำเร็จ?”
“สิ่งที่เจ้านิกายต้องการทำ สำเร็จแล้ว”
นักพรตคนอื่น ๆ จากลัทธิเต๋าต่างเงยหน้ามองแสงสีรุ้งบนท้องฟ้า พวกเขาไม่พูดอะไร
แสงสีรุ้งค่อย ๆ หายไป ท้องฟ้ากลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับว่าเหตุการณ์ผิดปกติก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพลวงตา
ประตูห้องที่ปิดมาหลายวันในที่สุดก็เปิดออก
ทุกคนในห้องด้านนอกต่างมองไปทางประตู
ฉู่ลั่วเดินออกมาจากข้างใน
“เจ้านิกาย!”
“ลั่วลั่ว!”
ไจ๋โหรวกับจิ่งเจียเหยียนพวกเธอรีบวิ่งเข้าไปก่อน ห้อมล้อมตัวฉู่ลั่วไว้
“ลั่วลั่ว เธอทำอะไรอยู่ในห้องกันแน่? จะบรรลุขึ้นสวรรค์เหรอ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า แค่ยื่นมือออกมาช้า ๆ จี้หยกใสบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเธอ
บนจี้หยกมีอักขระไหลเวียน และบนหยกนั้นมีเชือกแดงเส้นหนึ่งที่ไม่หนาไม่บางอยู่
บนเชือกแดงยังมีแสงสีทองไหลเวียน อักขระปรากฏขึ้นมาแล้วก็หายไป
“นี่…นี่คือ…”
ฉู่ลั่ว “อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างจากยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง”
จิ่งเจียเหยียนตกใจมาก “ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
เธอถือจี้หยกเดินเข้าไปหาฮั่วเซียวหมิง
ตั้งแต่เธอเข้าไป ฮั่วเซียวหมิงก็รออยู่ข้างนอกตลอด ตอนนี้สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย ใต้ตาก็มีรอยคล้ำจาง ๆ
ฉู่ลั่วเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย แขวนจี้หยกในมือไว้บนคอของฮั่วเซียวหมิง “ฉันให้คุณ”
“มีจี้หยกนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ ผีสาง หรือนักพรตเทพเจ้าใด ๆ ในโลก ก็ไม่สามารถทำร้ายคุณได้”
ฮั่วเซียวหมิงก้มหน้ามองจี้หยกที่แขวนอยู่บนอกตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองฉู่ลั่ว “หลายวันมานี้ที่คุณอยู่ข้างในก็เพื่อ…”
“อืม”
ฉู่ลั่วยิ้มบาง “คุณกลัวว่าตัวเองจะแก่ จะตาย จะรอฉันไม่ไหว แต่ถ้ามีของสิ่งนี้แล้ว คุณก็ไม่ต้องกลัวแล้ว”
“จี้อันนี้มีพลังวิญญาณอบอวล เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างจากยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง มันจะทำให้รูปลักษณ์ของคุณคงอยู่ตลอดไป ปกป้องคุณไม่ให้ถูกปีศาจร้ายผีสางหรือนักพรตเทพเจ้าทำร้าย”
“หรือต่อให้คุณจะตายจริง ๆ ฉันก็ได้ฝากฝังกับทางปรโลกเอาไว้แล้ว ถ้าพวกเขาเจอวิญญาณของคุณ ก็จะส่งคุณกลับมา”
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นมองฮั่วเซียวหมิงเล็กน้อย “คุณไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะแก่จะตาย ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
เธอรู้ถึงความกลัวของฮั่วเซียวหมิง รู้ถึงความไม่มั่นใจของเขา
แต่เธอยังคงจำเป็นต้องไป
“ดังนั้น ถ้าคุณอยากจะรอฉัน ก็รอฉันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว”
“แต่ถ้าไม่อยากรอก็ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องรอก็ได้”
ขอเพียงเขาอยากจะรอ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะรอเธอไม่ไหวอีก
ไม่ต้องกลัวว่าอายุขัยจะสั้นเกินไป
ไม่ต้องกลัวว่าจะแก่ชรา
ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
ไจ๋โหรวตื่นเต้นจนจับมือจิ่งเจียเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ แล้วยกมืออีกข้างปิดปากตัวเอง กลัวว่าจะตื่นเต้นเกินไปจนทำลายบรรยากาศโรแมนติกตรงหน้า
สมกับเป็นเจ้านิกาย กล้าหาญมากจริง ๆ
เท่มาก!
จิ่งเจียเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ อ้าปากจะพูดประชดสักสองสามคำ แต่กลับพูดไม่ออก
ฮั่วเซียวหมิงจะรอลั่วลั่วตลอดไป ความจริงแล้วเขาก็น่าสงสารเหมือนกัน