เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1798 เธอจะบรรลุขึ้นสวรรค์เหรอ
บทที่ 1798 เธอจะบรรลุขึ้นสวรรค์เหรอ
“ลั่วลั่วกำลังทำอะไรอยู่?”
คนธรรมดาอาจจะมองไม่ออก แต่พวกเขาสามารถรู้สึกได้ชัดเจนว่าโรงแรมแห่งนี้ถูกห้อมล้อมด้วยพลังวิญญาณเข้มข้น
หร่วนย่วนย่วนก็ยืนอยู่ในวงล้อมด้วย “ปรมาจารย์คงมีเหตุผลของเธอ”
พลังวิญญาณเข้มข้นแบบนี้ สำหรับพวกเขาที่บำเพ็ญทางปรโลกแล้ว เป็นการกดทับโดยธรรมชาติ
จิ่งเจียเหยียนหันไปมองพวกจิ่วฉาน เธอเดินมายังประตูและมองซ้ายมองขวา “ฉันจะไปดูลั่วลั่ว”
เธอไม่รอให้จิ่วฉานกับคนอื่นตอบ พูดจบก็หายตัวไปทันที
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพูดอย่างโมโห “พี่เจียเหยียนไม่พาพวกเราไปด้วย”
จิ่วฉาน “เธอคงเป็นห่วงเฉิงยวน เฉิงยวนอยู่ใกล้กว่าและอยู่ในสภาพผีร้าย ต้องได้รับผลกระทบหนักที่สุดแน่นอน”
เขามองออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าที่ดูกังวลเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าเฉินยวนจะสามารถทนรับพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ขนาดนั้นได้หรือเปล่า
จิ่งเจียเหยียนรีบวิ่งไปยังชั้นที่ฉู่ลั่วอยู่ทันที
แม้ว่าเธอจะเปลี่ยนผ่านอยู่ในอาราม แต่ก็ยังเป็นปีศาจ ยิ่งเข้าใกล้บริเวณที่ฉู่ลั่วอยู่ ก็ยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ทำให้เธออยากจะหนีไปโดยไม่รู้ตัว
เธอลังเลอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง รวบรวมพลังหยินรอบตัว แล้วพุ่งเข้าไปในห้อง
พลังวิญญาณภายในห้องเข้มข้นมาก จิ่งเจียเหยียนถึงกับสงสัยว่าภายใต้พลังวิญญาณขนาดนี้ ข้าวของในห้องจะไม่กลายเป็นปีศาจที่มีสติปัญญาเลยเหรอ?
เธอเห็นเพียงพลังวิญญาณหลายสายไหลเข้าไปในห้องหนึ่ง
จิ่งเจียเหยียนที่ยืนอยู่หน้าประตูมองไม่เห็นสภาพข้างในห้องเลย
ในตอนนั้น ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ยืนอยู่หน้าประตู ยังมีฮั่วเซียวหมิงกับรุ่ยอวิ๋นโจวด้วย
พวกเขายืนห่างกันไปหลายเมตร
จิ่งเจียเหยียนไม่สนใจคนทั้งคู่ แต่วิ่งไปยังห้องที่ขังเฉิงยวน
ประตูห้องติดยันต์เต็มไปหมด พลังวิญญาณทั้งหมดล้วนไหลเวียนอยู่รอบ ๆ ห้องนี้
เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย จึงวิ่งไปหาฮั่วเซียวหมิง “ลั่วลั่วกำลังทำอะไรอยู่? ทำไมถึงมีพลังวิญญาณเข้มข้นขนาดนี้? เธอจะบรรลุขึ้นสวรรค์เหรอ?”
แต่นี่ก็ไม่ใช่ขั้นตอนบรรลุขึ้นสวรรค์นี่นา!
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “เธอแค่บอกว่าอย่าสนใจ”
จิ่งเจียเหยียนเหลือบมองรุ่ยอวิ๋นโจว เห็นเขาเปลี่ยนจากท่าทีไร้เดียงสาก่อนหน้านี้มาเป็นดวงตาเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง ริมฝีปากเม้มแน่น และสีหน้าไม่สู้ดี กำลังจ้องมองประตูห้องนั้น
เหมือนว่าสิ่งที่ลั่วลั่วกำลังทำอยู่ รุ่ยอวิ๋นโจวคนนี้คงไม่เห็นด้วย!
พลังวิญญาณเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ฉู่ลั่วก็ยังไม่ได้ออกมาจากห้อง
รอจนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มปรากฏ พวกซู่เซี่ยงหยางก็มาถึงห้อง แต่ฉู่ลั่วก็ยังไม่ได้ออกมา
ไจ๋โหรวพูดขึ้นว่า “เจ้านิกายกำลังทำอะไรอยู่ข้างใน พลังวิญญาณมากมายขนาดนี้…ทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่”
พวกมันมารวมตัวกันแต่ไม่กระจายออกไป และไม่ได้ถูกใช้งานด้วย
มีความเป็นไปได้เดียวคือ เจ้านิกายที่อยู่ในห้องตอนนี้ ยังไม่สามารถใช้พลังวิญญาณมากมายขนาดนี้ได้
เธอสามารถดึงพลังวิญญาณบริสุทธิ์จากโลกมาได้ แต่กลับไม่สามารถใช้มันได้
ผ่านไปอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน
ซู่เซี่ยงหยางมาแล้วก็ไป เหลือเพียงจิ่งเจียเหยียน ฮั่วเซียวหมิง ไจ๋โหรวและจี้ไจ่ที่ยังคงอยู่ในห้อง
“หรือว่าพวกเราควรจะเข้าไปดีไหม?” จิ่งเจียเหยียนถามเสียงเบา
จี้ไจ่ส่ายหัว “รอให้เจ้านิกายออกมาเถอะ”
“แต่ว่า…” จิ่งเจียเหยียนมองพลังวิญญาณที่ยังคงรวมตัวกัน
นี่คิดจะรวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดในโลกมาไว้ที่นี่เลยเหรอ?
ลั่วลั่ว เธอจะทำอะไรกันแน่?
จากนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น
มันดังมาจากท้องฟ้า ราวกับว่าฟากฟ้าระเบิดออก
“อัสนีบาตสวรรค์!”
จี้ไจ่วิ่งไปที่หน้าต่าง
พร้อมกับพลังวิญญาณที่มาถึงคือเมฆสีดำทะมึน เมฆดำก่อตัวเป็นวงวนน่าสะพรึงกลัวเหนือหลังคาของโรงแรม
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
พลังวิญญาณที่เดิมทีรวมตัวกันอย่างนิ่งสงบ จู่ ๆ ก็เคลื่อนไหวขึ้นมา
อสนีบาตสวรรค์ส่งเสียงดังต่อเนื่องกันไปตามพลังวิญญาณที่เคลื่อนไหว
ตามมาด้วยฟ้าแลบ
และต่อมาก็เป็นฟ้าผ่า…
พลังวิญญาณพัดพาการลงทัณฑ์จากสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่าเข้าไปในห้อง
ตอนนี้ไม่เพียงผีและปีศาจ แม้แต่นักพรตก็พยายามหลบหลีกพลังวิญญาณเหล่านี้
ผ่านไปอีกวันหนึ่งหนึ่งคืน
กระทั่งแสงสีรุ้งสาดทอเต็มท้องฟ้า