เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1797 แสงสีขาวบนท้องฟ้า
บทที่ 1797 แสงสีขาวบนท้องฟ้า
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้าเบา ๆ แล้วเลียนแบบจิ่งเจียเหยียน ไปดูอาวุธศักดิ์สิทธิ์สำหรับมนุษย์ที่อยู่เต็มห้อง
“มากมายขนาดนี้ ทั้งหมดเป็นขององค์กรเหรอครับ?”
“ของที่เหลือพวกนั้น…ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ให้หูเสี่ยวหลี ให้เธอเอาไปขายบนอินเทอร์เน็ต ขายให้กับคนธรรมดาที่ต้องการ”
ซู่เซี่ยงหยางเอียงหน้ามองฉู่ลั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าติด ๆ กัน “สมแล้วที่เป็นหัวหน้าองค์กร”
ตอนแรกที่ผู้บัญชาการเฒ่าเลือกฉู่ลั่วตั้งแต่แรกเห็น ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล
ฝ่ายซู่เซี่ยงหยางและจิ่งเจียเหยียนกำลังตื่นเต้นยินดีกับพวกอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ส่วนฉู่ลั่วเดินไปที่ห้องของเฉิงยวน
เชือกที่มัดร่างของเฉิงยวนคลายลงอีกแล้ว
ช่วงนี้เชือกที่มัดร่างสามารถควบคุมเธอเอาไว้ได้ในเวลาที่สั้นลงเรื่อย ๆ
ดังนั้นมันคงถึงเวลาต้องไปแล้ว!
……
คืนนั้น
ม่านราตรีทอดตัว
บนท้องฟ้าเหนือมณฑลหนานมองไม่เห็นดาวสักดวง ไฟนีออนบนพื้นดินดับลงทีละดวง เหลือเพียงไฟถนนเรียงรายที่ยังคงสว่างอยู่
ทันใดนั้น ไฟถนนก็กะพริบพร้อมกันหนึ่งครั้ง
คนเมาที่ดื่มจนงัวเงียสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองท้องฟ้า
“นี่มัน…อะไรกัน?”
ดวงตาที่เคยพร่ามัวเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นลำแสงสีขาวพุ่งผ่านท้องฟ้า
ลำแสงสีขาวเหล่านั้นพุ่งไปทางทิศใต้ราวกับดาวตก ตกลงยังตำแหน่งเดียวกันอย่างแม่นยำ
“ดาวตก!”
“ดาวตกนี่นา!”
ไม่เพียงคนเมาข้างทางเท่านั้นที่เห็น แม้แต่พวกคนนอนดึกก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ต่างรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ
แต่พวกเขาทั้งหมดต้องพบความจริงอย่างหนึ่ง
“ทั้ง ๆ ที่ถ่ายได้ แต่ทำไมในภาพถึงไม่มีอะไรเลยล่ะ?”
“ทำไมถึงไม่มีล่ะ? ฉันเห็นอยู่ชัด ๆ !”
ตาเปล่ามองเห็นได้ แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลับถ่ายไม่ติดเลย
ณ องค์กร
“หัวหน้าซู่ มีสถานการณ์พิเศษ บนท้องฟ้ามีความผิดปกติครับ”
ซู่เซี่ยงหยางรีบร้อนมา
ระหว่างทางเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบนท้องฟ้าแล้ว ต่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป อุปกรณ์ขององค์กรทั้งหมดล้วนผ่านการดัดแปลงพิเศษ มันจึงถ่ายภาพความผิดปกติบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน
บนท้องฟ้า ลำแสงสีขาวพุ่งผ่านราวกับดาวตก ตกลงสู่ที่แห่งหนึ่ง
“จุดตกอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในมณฑลหนาน เรากำลังค้นหาตำแหน่งที่แน่ชัดอยู่ครับ”
ในตอนนั้น หยวนเส้าหยินเดินเข้ามาจากด้านข้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองลำแสงสีขาวบนท้องฟ้า “มันคือพลังวิญญาณ”
“อะไรนะ?”
“มันคือพลังวิญญาณ” หยวนเส้าหยินก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว “คือพลังวิญญาณที่บันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ ทำลายพลังฟ้าดิน รวมพลังวิญญาณของภูเขาและแม่น้ำ”
“ลัทธิเต๋าไม่มีพลังวิญญาณแบบนี้ปรากฏมาหลายปีแล้ว”
“นับตั้งแต่…ลัทธิเต๋ามีการสืบทอดวิชา ก็ไม่มีพลังวิญญาณบริสุทธิ์แบบนี้อีกแล้ว พลังวิญญาณระหว่างฟ้าดินก็จะไม่ถูกลัทธิเต๋าใช้แบบนี้อีก”
การสืบทอดวิชา!
พอได้ยินสองคำนี้ ทุกคนเหมือนจะเข้าใจทันที
ซู่เซี่ยงหยางเบิกตากว้าง “นายจะบอกว่านี่เป็นฝีมือของฉู่ลั่วเหรอ? แล้วเธอจะทำอะไร?”
หยวนเส้าหยิน “ผมไม่รู้ แต่ว่าเจ้านิกาย…เก่งกว่าที่ผมเคยคิดไว้เสียอีก”
ถ้าไม่ใช่เพราะเส้นทางสู่แดนเทพถูกตัดขาด ความสามารถแบบนี้ของเจ้านิกายจะต้องสามารถบรรลุขึ้นสู่แดนเทพได้อย่างแน่นอน
ไม่มีอาจารย์ ไม่ได้รับแดนเทพเป็นอาจารย์ ที่แท้…ก็มีความสามารถมากถึงขนาดนี้
ไม่เพียงหยวนเส้าหยิน ผู้คนจากลัทธิเต๋าก็ต่างพากันเดินออกมา เงยหน้าจ้องมองแสงของพลังวิญญาณที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน
“นี่แหละคือผู้บำเพ็ญ”
“ผู้บำเพ็ญที่แท้จริง ควรจะเป็นแบบนี้”
“ฉู่ลั่ว!”
มีผู้บำเพ็ญบางคนที่เงียบและมองท้องฟ้า ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถบอกความรู้สึกในใจได้
แต่เดิมมนุษย์สามารถเก่งได้ขนาดนี้
แต่เดิมมนุษย์สามารถมีผู้ทรงพลังแบบนี้ได้มากมาย
แต่เดิมมนุษย์ไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้แดนเทพ
แต่น่าเสียดาย…
หลายคนเดินออกมาจากห้อง มองแสงสีขาวตกลงบนโรงแรมสูงตระหง่าน
แสงสีขาวเหล่านี้เมื่อเข้าใกล้โรงแรมก็หายเข้าไปในพริบตา
ภายในโรงแรม จิ่งเจียเหยียนโอบกอดพวกเด็ก ๆ เอาไว้ ผลักพวกเขาทั้งหมดไปหาจิ่วฉาน
ส่วนจิ่วฉานกำลังนั่งขัดสมาธิสวดมนต์ แสงสีทองสายแล้วสายเล่าก่อตัวเป็นวงล้อมไม่ใหญ่ไม่เล็ก ล้อมรอบวิญญาณของซ่งเมี่ยวเมี่ยวและคนอื่นทั้งหมด