เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1811 ค่ายกลของมณฑลหนาน
บทที่ 1811 ค่ายกลของมณฑลหนาน
ครึ่งปีศาจที่อยู่ด้านหลังพูดไม่ออก “พี่สาว คุณคงไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นฉู่ลั่วจริง ๆ หรอกนะ! ถ้าคุณอยากเป็นฉู่ลั่ว ก็พาผมไปด้วยสิ!”
ฉู่ลั่วไม่สนใจครึ่งปีศาจที่อยู่ด้านหลัง แต่ค่อย ๆ เดินออกไปข้างนอก
“นี่คือที่ไหนกัน?”
“ภูเขาฮุ่ยซานไง!”
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองท้องฟ้า จากนั้นก็ก้มหน้าลงคำนวณเล็กน้อย ก่อนจะลากตัวครึ่งปีศาจตรงไปทางทิศใต้
“เดี๋ยวสิพี่สาว คุณจะไปไหนน่ะ? คุณจะเข้าเมืองเหรอ?”
“อืม!”
ครึ่งปีศาจตะโกนทันที “ถ้าจะไปคุณก็ไปเองสิ ผมไปไม่ได้หรอก ผมเป็นครึ่งปีศาจเข้าเมืองไม่ได้ ค่ายกลจะฆ่าผม”
“ค่ายกล?”
ครึ่งปีศาจมองฉู่ลั่วที่ทำหน้างุนงง “พี่สาว คุณไม่ได้อยู่แต่ในป่าลึกเพื่อบำเพ็ญมาตลอดชาติใช่ไหม!”
ฉู่ลั่ว “ก็ประมาณนั้นแหละ!”
ครึ่งปีศาจเล่าสถานการณ์ของโลกปัจจุบันให้เธอฟังอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่สิบห้าปีก่อน ประตูแดนเทพได้เปิดออก แม้เทพจะไม่ได้ลงมาบนโลกมนุษย์ แต่นักพรตเต๋าก็ได้รับพลังวิญญาณที่หลั่งไหลมามากมาย ทำให้การบำเพ็ญก้าวหน้าไปมาก
แม้แต่คนธรรมดาบางคนก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเหมือนกัน
ความสมดุลระหว่างมนุษย์ ปีศาจ และภูติผีถูกทำลาย
มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น ส่วนภูติผีปีศาจต้องถอยร่น โดยเฉพาะปีศาจที่ถูกบีบให้ไม่สามารถเข้าไปในเมืองได้ ทำได้เพียงวนเวียนอยู่แถวชานเมืองหรือชนบทอันห่างไกล
“แล้วองค์กร…”
ฉู่ลั่วเพิ่งจะพูดขึ้นมา ครึ่งปีศาจก็แค่นหัวเราะ “การวางค่ายกลก็เป็นข้อเสนอของพวกองค์กรนั่นแหละ แม้ลัทธิเต๋าจะมีอิทธิพลมาก แต่องค์กรก็มีอำนาจใหญ่กว่า”
“องค์กรศักดิ์สิทธิ์ควบคุมลัทธิเต๋าทั้งหมด นักพรตทุกคนต้องขอใบอนุญาตจากองค์กร ไม่อย่างนั้นก็จะถือว่าเป็นนักพรตเถื่อน นักพรตหรือผู้บำเพ็ญเถื่อน ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์สำหรับการบำเพ็ญใด ๆ และไม่สามารถทำงานที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋าได้”
“ต่อให้คนอย่างพี่สาวจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใบอนุญาตนักพรตก็ไม่มีค่าอะไรเลย”
“ถึงคุณจะเป็นคนดีมีคุณธรรม ปราบปีศาจสังหารมาร แต่ถ้าถูกองค์กรจับได้ ก็จะถูกตัดสินจำคุกเหมือนกัน”
“เพราะอย่างนั้นนะครับพี่สาว ปล่อยผมไปทีเถอะ! คุณจะไปก็ไป แต่อย่าลากผมไปด้วยเลยนะ ผมต้องไปแข่งขันเพื่อเข้ามณฑลหนาน”
“มณฑลหนาน?” พอได้ยินคำว่ามณฑลหนาน หัวใจของฉู่ลั่วก็สะท้อนวูบ
“ใช่แล้ว! ตอนนี้มีแต่มณฑลหนานเท่านั้นที่พวกเราปีศาจสามารถอยู่ได้ ส่วนที่อื่น…เหอะ!”
ฉู่ลั่วเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วคว้าตัวครึ่งปีศาจมา ก่อนจะโยนยันต์แผ่นหนึ่งออกไป
ทันใดนั้นพวกเขาก็เคลื่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้า เพียงพริบตาก็มาถึงชายแดนของมณฑลหนาน
ครึ่งปีศาจ “นี่มัน”
“มณฑลหนาน!”
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในป่าเขา รอบข้างไม่มีใครอยู่เลย
ฉู่ลั่วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้มือสัมผัสค่ายกลเบา ๆ
ค่ายกลแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อน เปลี่ยนแปลงไปจากค่ายกลที่เคยวางเอาไว้มาก
“เข้าไปไม่ได้หรอกครับ! เข้าไปไม่ได้จริง ๆ !” ครึ่งปีศาจดูมีท่าทางจนปัญญา “ถ้าใคร ๆ ก็สามารถบุกเข้าไปได้ ระบบรักษาความปลอดภัยของมณฑลหนานก็คงกลายเป็นเรื่องตลกไปแล้วสิครับ?”
เขาลดเสียงลง “ผมจะบอกคุณไว้นะ! ได้ยินมาว่าค่ายกลของมณฑลหนานผูกติดอยู่กับผู้ว่ามณฑลหนานเลยนะ ใครจะกล้าบุกเข้าไปล่ะ!”
“คุณชอบฉู่ลั่วขนาดนี้ คงน่าจะรู้ว่าผู้ว่ามณฑลหนานร้ายกาจแค่ไหน!”
“เขาคือฮั่วเซียวหมิงยังไงล่ะครับ”
ฉู่ลั่วหันขวับไปมองครึ่งปีศาจ “ฮั่วเซียวหมิง?”
“ใช่ครับ! ค่ายกลนี่ผูกติดอยู่กับฮั่วเซียวหมิง ใครบุกเข้าไปเขาก็รู้ได้ทั้งนั้น”
ผูกติดกับค่ายกล?
ฉู่ลั่วเอามือแตะเบา ๆ ลงบนค่ายกลโดยไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ
ค่ายกลที่ผูกติดกับคน หากค่ายกลถูกทำลาย ก็จะทำร้ายคนด้วย
อย่าว่าแต่บุกเข้าไปเลย แค่คนธรรมดาแตะเบา ๆ ก็จะทำให้คนที่ผูกติดกับค่ายกลได้รับบาดเจ็บแล้ว
เธอชักมือกลับ แล้วพูดกับครึ่งปีศาจว่า “พาฉันไปดูทางเข้าออกหน่อยสิ”
“ไปทำไมครับ? ตอนนี้มณฑลหนานออกได้อย่างเดียว นอกจากคนที่เข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศประจำปีแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถเข้ามณฑลหนานได้ทั้งนั้น”
ฉู่ลั่วถาม “มณฑลหนานถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเหรอ?”
“ก็ไม่ถึงกับตัดขาดหรอกครับ! แค่พิเศษกว่าปกติเท่านั้นเอง ข้างในมีทั้งคน ทั้งปีศาจ ทั้งผีอยู่ปะปนกัน กฎหมายที่ใช้ได้ในโลกภายนอกหลาย ๆ อย่าง ก็ใช้ไม่ได้ในมณฑลหนาน”