เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1810 หัวหน้าองค์กรรุ่นแรก
บทที่ 1810 หัวหน้าองค์กรรุ่นแรก
ฉู่ลั่ว “เพราะเหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ? บนตัวเขาไม่มีกลิ่นอายของเลือดและความโหดร้าย แสดงว่าเขาไม่เคยทำร้ายใคร ในเมื่อเขาไม่เคยทำร้ายใคร พวกนายก็ไม่มีสิทธิ์จับเขาสิ?”
“องค์กรไม่มีกฎระเบียบแล้วหรือยังไง?”
“ดูเหมือนเธอจะรู้จักองค์กรของพวกเราพอสมควรนะ” นักพรตร่างผอมสูงมองฉู่ลั่วและครึ่งปีศาจด้วยสายตาดูแคลน “มันก็มีกฎระเบียบอยู่ แต่กฎพวกนั้นใช้กับภูติผีปีศาจ ไม่ได้รวมถึงครึ่งปีศาจด้วยสักหน่อย”
ฉู่ลั่วเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้
“เอาเถอะ! ถ้าเธออยากเข้าองค์กรก็ยังมีเรื่องอีกเยอะให้เรียนรู้! แต่ตอนนี้… ฆ่ามันซะ!”
มีดสั้นถูกยัดใส่มือฉู่ลั่วอย่างแรง “ถ้าเธอไม่ฆ่า ชาตินี้ก็ไม่มีโอกาสเข้าไปที่องค์กรแล้ว เธอก็รู้ว่าองค์กรของเรามีกฎระเบียบเข้มงวดมากสำหรับพวกนักพรตผู้บำเพ็ญ”
“ถ้าเธอไม่ปฏิบัติตามกฎพื้นฐาน อย่าว่าแต่จะเข้าองค์กรเลย ระวังจะถูกองค์กรออกหมายจับเสียเอง เธอคงไม่อยากเห็นชื่อตัวเองอยู่บนประกาศจับขององค์กรหรอกนะ!”
“ถ้าถูกองค์กรของเราออกหมายจับ เกรงว่าเธอคงจะเป็นผู้บำเพ็ญต่อไปคงไม่ได้”
“พลังที่เธอบำเพ็ญมาทั้งหมดนี้ มันก็จะสูญเปล่า”
ฉู่ลั่วก้มมองมีดสั้นในมือ แล้วมองเจ้าหน้าที่ที่มีสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “ฉันคือฉู่ลั่ว”
สองเจ้าหน้าที่พูดว่า “นั่นชื่อของเธอใช่ไหม? ฉันจำเอาไว้แล้ว! ถ้าเธอฆ่ามัน พวกเราจะให้เธอเข้าไปทำงานเป็นคนรับใช้ในองค์กร”
ฉู่ลั่วถามว่า “พวกนายไม่รู้จักฉู่ลั่วเหรอ?”
“เหอะ! ฉู่ลั่วเป็นบุคคลสำคัญอะไรหรือไง? ถึงต้องให้พวกเรารู้จัก”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉันคือหัวหน้าองค์กร ฉู่ลั่ว!”
“…”
นักพรตสองคนเบิกตากว้าง มองสำรวจฉู่ลั่วอย่างละเอียด จากนั้นคนหนึ่งก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น “หัวหน้าองค์กร! ฮ่า ๆ ๆ! ถ้าเธอเป็นหัวหน้าองค์กร ฉันก็เป็นพ่อของหัวหน้าองค์กรแล้วล่ะ!”
“เธอรู้หรือเปล่าว่าหัวหน้าองค์กรคือใคร?”
“ซ่งหวาย หัวหน้าองค์กรซ่ง!”
“ถ้าจะโกหกก็ควรหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนสิ! ยังจะมาฉู่ลั่วอะไรอีก…เธอคงไม่คิดว่าตัวเองชื่อฉู่ลั่ว หัวหน้าองค์กรรุ่นแรกขององค์กรศักดิ์สิทธิ์หรอกนะ!”
“เธอรู้ไหมว่าหลายปีมานี้ มีคนใช้ชื่อฉู่ลั่วเอามาหลอกคนอื่นมากแค่ไหน?”
เสียงหัวเราะดังก้องตามมา
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว
หัวหน้าองค์กร…รุ่นแรก?
หัวใจเธอเต้นกระหน่ำ มือกำมีดสั้นแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เป็นอย่างที่คิด เธอจากไปนานเกินไปแล้ว
“รีบฆ่ามันเร็วเข้า! ถ้าเธอไม่ฆ่า ฉันจะลงมือเอง แล้วเธอก็จะเสียโอกาสเดียวที่จะได้เข้าองค์กรด้วย”
ฉู่ลั่วไม่ขยับ
ชายร่างผอมสูงเริ่มหมดความอดทน แย่งมีดสั้นไปจากมือฉู่ลั่วทันที “ตายซะ!”
เขาสะบัดมือ มีดสั้นพุ่งปราดเข้าแทงครึ่งปีศาจอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า แต่ในขณะที่กำลังจะแทงเข้าไปตรงหว่างคิ้วของครึ่งปีศาจ มันก็ถูกหยุดไว้ด้วยนิ้วมือสองนิ้ว
นักพรตทั้งสองคนต่างหันมองฉู่ลั่วพร้อมกัน
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา “เขาไม่มีหนี้เลือดติดตัว พวกนายไม่สามารถฆ่าเขาได้ ไม่ว่าเขาจะมีสถานะอะไร จะเป็นครึ่งปีศาจ ปีศาจ หรือผีก็ตาม ตราบใดที่เขาไม่เคยทำร้ายใคร พวกนายก็ไม่อาจฆ่าเขาได้”
“หา?”
ทั้งสองคนมองฉู่ลั่วเหมือนมองคนโง่
ส่วนฉู่ลั่วมองพวกเขาอย่างเรียบเฉย
“ชาตินี้เธออย่าหวังว่าจะได้เข้าองค์กรเลย”
“ฉันจำเธอไว้แล้ว ฉู่ลั่ว!”
นักพรตทั้งสองจ้องฉู่ลั่วอย่างดุดัน แล้วหันไปมองครึ่งปีศาจอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หลังพวกเขาจากไปแล้ว ฉู่ลั่วก็หันไปแกะแผ่นยันต์ออกจากตัวของครึ่งปีศาจ
พอแผ่นยันต์ถูกแกะออก ครึ่งปีศาจก็ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที “คุณคือฉู่ลั่ว! คุณคือฉู่ลั่วที่ปฏิบัติต่อสรรพสิ่งเท่าเทียมกัน!”
ฉู่ลั่ว “ใช่ ฉันเอง!”
ครึ่งปีศาจ “ปรมาจารย์ฉู่ช่วยผมด้วยครับ ช่วยเผ่าปีศาจด้วยเถอะ!”
ฉู่ลั่วมองครึ่งปีศาจที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญ เธอยื่นมือออกไปจะช่วยพยุงเขาขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้แตะตัวครึ่งปีศาจ ก็ถูกพลังหยินทำให้มึนงง
สายตาของเธอพร่าเลือน ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเหิมเกริมของครึ่งปีศาจ
“โง่จริง ๆ !”
ทว่าสองนาทีต่อมา
ฉู่ลั่วจัดการมัดครึ่งปีศาจไว้ แล้วเดินนำหน้าไป
ครึ่งปีศาจที่อยู่ด้านหลังถึงกับพูดไม่ออก