เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1809 เธอเป็นใคร
บทที่ 1809 เธอเป็นใคร
แต่รอนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเจ็บ
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็เบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว
ตรงหน้านั้นปรากฏร่างหนึ่ง ดาบที่ส่องประกายเย็นเยียบจ่ออยู่ที่มือของนักพรตซึ่งกำลังจะลงมือเชือดเขา ส่วนนักพรตอีกคนก็ตกใจกับภาพตรงหน้าเหมือนกัน
เพียงไม่กี่วินาที นักพรตทั้งสองคนก็ได้สติ “เธอเป็นใคร?”
ฉู่ลั่ว “แล้วพวกนายเป็นใคร?”
นักพรตร่างผอมสูงรีบหยิบบัตรประจำตัวออกมา “พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ นี่คือบัตรประจำตัวของพวกเรา ถ้าเธอขัดขวางพวกเรา พวกเราก็จะจับกุมเธอในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่”
ฉู่ลั่วมองบัตรประจำตัวนั้น
มันเป็นขององค์กรจริง ๆ
เธอเก็บดาบลง
ความหวังในแววตาของครึ่งปีศาจหายไป เขาก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
นักพรตที่ถือมีดแค่นเสียงเย็นชา “ต่อไปก็อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่นอีกล่ะ”
เขาพยายามผลักฉู่ลั่วออกไป เตรียมจะลงมืออีกครั้ง
แต่ไม่คิดว่าจะผลักตัวฉู่ลั่วไม่ออก
เขาจึงหันไปมองเธอแล้วหรี่ตาลง “ยังไม่ไปอีก อยากให้ถูกจับไปหรือไง?”
ฉู่ลั่ว “แล้วทำไมพวกนายถึงจะจับเขา?”
“เขาเป็นปีศาจ เป็นครึ่งปีศาจด้วย! เธอมองไม่ออกเหรอ?” นักพรตมองฉู่ลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอเป็นผู้บำเพ็ญหรือเปล่า”
“อืม”
“แสดงบัตรประจำตัวของเธอมา”
ฉู่ลั่ว “ไม่มี”
“ไม่มี! งั้นเธอก็เป็นผู้บำเพ็ญเถื่อน! เธอรู้ไหมว่ามันผิดกฎหมาย” นักพรตที่ถือมีดสั้นเผยสีหน้าโมโห
เขาโยนเชือกอาคมออกมาทันที พยายามจะมัดตัวฉู่ลั่ว
ทว่าขณะที่กำลังจะมัดฉู่ลั่ว เธอก็ใช้ปลายนิ้วดีดเบา ๆ เชือกอาคมพลันกลายเป็นเถ้าถ่านทันที
นักพรตร่างผอมสูงเห็นดังนั้นก็ตาเบิกกว้าง ดึงปืนสีเงินที่สลักอักขระออกมาจากเอว
ปัง ๆ ๆ
เขายิงปืนหลายนัดใส่ฉู่ลั่ว
เมื่อกระสุนเข้าใกล้ฉู่ลั่ว ก็ชนเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็น
พอเห็นว่าปืนก็ใช้ไม่ได้ผล นักพรตทั้งสองคนก็หยิบยันต์ออกมาสิบกว่าแผ่นแล้วโยนใส่ฉู่ลั่ว ยันต์ที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันทรงพลังก็กลายเป็นเถ้าถ่านอีกเช่นกันเมื่อมันเข้าใกล้ฉู่ลั่ว
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”
นักพรตทั้งสองหน้าซีดขาว ต่างจ้องมองฉู่ลั่วด้วยความระแวดระวัง
ผู้บำเพ็ญเถื่อนคนนี้มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก แถมยังเพื่อปกป้องครึ่งปีศาจด้วย แต่เธอต้องการทำอะไรกันแน่?
“เธอต้องการอะไร? ฉันจะบอกเธอให้นะ พวกเราเป็นคนขององค์กร พวกเรามีเครื่องระบุตำแหน่งติดตัวอยู่ ถ้าพวกเราตาย คนในองค์กรก็จะต้องตามหาเธอได้แน่ ไม่มีทางหนีพ้น”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าพวกนายนะ”
คนร่างผอมสูงมองฉู่ลั่วจากหัวจรดเท้า สีหน้าผ่อนคลายลงทันที เขาเก็บงมแววมาดร้ายทั้งหมด “เธออยากเข้าองค์กรของพวกเราเหรอ? แต่เธอเป็นผู้บำเพ็ญเถื่อนไม่ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่าย ๆ นะ องค์กรของเรามีข้อกำหนดเรื่องภูมิหลังสูงมาก”
“ถึงแม้พลังวิญญาณของเธอจะแข็งแกร่ง แต่ฉันเห็นว่าเธอเหมือนจะไม่มีอาจารย์นะ!”
“ใช่ ฉันไม่มีอาจารย์!” ฉู่ลั่วก็กำลังพิจารณาเจ้าหน้าที่องค์กรทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน
พวกเขาหนุ่มมาก!
และแปลกหน้า!
แม้ว่าเธอจะไม่รู้จักสมาชิกทุกคนขององค์กร แต่ส่วนใหญ่เธอก็เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อน
ทว่าสองคนนี้ เธอกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาเลย
พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่ที่รับเข้ามาในช่วงหลายปีมานี้หรือเปล่า?
“ไม่มีอาจารย์แต่อยากเข้าไปในองค์กร อย่าหวังเลย!” พอรู้ว่าฉู่ลั่วไม่มีอาจารย์ เขาก็หัวเราะเยาะทันที “แต่ถ้าเธออยากจะลอง งั้นก็ช่วยจัดการให้หน่อยสิ”
เจ้าหน้าที่คนนั้นถือมีดชี้ไปที่ครึ่งปีศาจ “อย่างแรก ฆ่าเขาซะ”
เขายื่นมีดสั้นให้ฉู่ลั่ว “จัดการถลกหนัง ถ้าเธอทำได้ดี ฉันอาจจะแนะนำให้เธอเข้าองค์กรได้ ให้เธอทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ วิ่งเต้นไปมา”
ครึ่งปีศาจดิ้นรนอยู่ข้างหลัง
ฉู่ลั่วไม่ได้รับมีดสั้นมา แต่กลับถามว่า “ทำไมต้องฆ่าเขา ทำไมต้องถลกหนัง”
“ฮ่า! เธอถามเรื่องน่าขำแบบนี้ได้ยังไง มันเป็นครึ่งปีศาจ ถ้าเธอไม่ฆ่า แล้วจะเก็บไว้ทำไม?”
“สาเหตุที่ต้องถลกหนังก็เพราะมันไม่เชื่อฟัง ฉันมีน้ำใจแนะนำงานให้มัน ให้มันไปทำงานที่หอครึ่งปีศาจ แต่กลับไม่ยอม”