เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1808 สำเร็จแล้ว
บทที่ 1808 สำเร็จแล้ว
สมบัติล้ำค่าทั้งหมดรวมตัวกัน พันเกี่ยวกันไปมา ภายใต้อิทธิพลของพลังวิญญาณและพลังหยิน หลอมรวมกันเป็นของเหลวสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ
เข็มเงินทั้งหมดจุ่มอยู่ในของเหลวสีดำ
เฉิงยวนที่กลายเป็นผีร้ายไปแล้ว ตอนนี้นั่งหลับตาอยู่บนพื้นเงียบ ๆ
จนกระทั่งของเหลวทั้งหมดถูกเข็มเงินดูดซับไป และตกลงมาอยู่ในมือของกว่านหว่านทั้งหมด
เธอจับเข็มเงินแทงเข้าไปในวิญญาณของเฉิงยวนทีละเข็ม ๆ
เส้นสายของพลังหยินสีเลือดค่อย ๆ สลายไปจากวิญญาณของเธอ
เฉิงเฉิงซุนรู้สึกตื่นเต้นจนมือทั้งสองข้างบีบเข้าหากัน
ฉู่ลั่วก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
กระทั่งพลังหยินสีเลือดทั้งหมดสลายไปจากวิญญาณของเฉิงยวนอย่างสมบูรณ์
สีหน้าเคร่งเครียดของกว่านหว่านผ่อนคลายลงมาก เธอเริ่มถอนเข็มกลับคืน
ทุกคนไม่กล้าเอ่ยปากพูด เก็บเสียงรอให้เธอถอนเข็มทั้งหมดจนเสร็จ
“เป็นยังไงบ้าง?” ฉู่ลั่วไม่ทันสังเกตเลยว่าเสียงของตัวเองกำลังสั่นเครือ
กว่านหว่านตอบ “สำเร็จแล้วค่ะ”
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แต่ทำไมอาหญิงยังไม่ตื่นล่ะ?” เฉิงเฉิงซุนถามอย่างร้อนใจ
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ มองเฉิงยวนที่ยังหลับตาอยู่ด้วยความกังวล
ฉู่ลั่วเดินไปหากว่านหว่าน ถามด้วยความเป็นห่วง “ร่างกายเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่ได้หยุดพักเลยสักครั้ง คนที่เหนื่อยที่สุดก็คือเฉิงยวนเอง
กว่านหว่านยิ้มน้อย ๆ กำลังจะพูด
แต่กลับได้ยินเสียงอุทานของเฉิงเฉิงซุนดังมาจากด้านหลัง
ตามมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“ลั่วลั่ว?”
……..
“วิ่งเข้าไป! ดูซิว่าจะวิ่งไปได้ถึงไหน?” แผ่นยันต์ที่เปี่ยมด้วยพลังวิญญาณพุ่งตรงไปยังร่างที่กำลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็วจากระยะไกล
ทันทีที่แผ่นยันต์สัมผัสกับร่างนั้น มันก็ราวกับมีน้ำหนักนับพันชั่งกดทับร่างนั้นลงกับพื้น
ชายหนุ่มสองคนในชุดนักพรตเต๋าสีเขียวเหาะมาถึงตรงหน้าร่างนั้นทันที
พวกเขาเตะร่างที่นอนอยู่บนพื้นและไม่สามารถขยับได้ “วิ่งสิ! ทำไมไม่วิ่งล่ะ?”
“ปีศาจตนหนึ่งกล้ามาอาละวาดในตี้จิงอย่างนั้นเหรอ”
นักพรตหนุ่มเหยียบศีรษะของปีศาจ ออกแรงเล็กน้อย ภายใต้แรงกดดันจากพลังวิญญาณของเขา ปีศาจก็เผยร่างที่แท้จริงออกมา
เป็นหูสีแดงสองข้างและหางฟูฟ่องของจิ้งจอกที่กำลังแกว่งไปมาด้านหลัง
“ที่แท้ก็เป็นครึ่งปีศาจ! ไม่แปลกใจเลยที่ได้แต่เดินวนเวียนอยู่ข้างนอก!”
ครึ่งปีศาจไม่สามารถขยับได้เลย ได้แต่กัดฟันจ้องมองนักพรตทั้งสอง “ถ้ามีฝีมือก็ฆ่าฉันเลยสิ”
“ฆ่าแกน่ะหรือ? ฆ่าแกมันง่ายเกินไป! สู้ส่งเจ้าไปให้หอครึ่งปีศาจดีกว่า จะได้ให้คนอื่นเห็นบ้าง” นักพรตคนหนึ่งดึงคอเสื้อของปีศาจจิ้งจอก ลากมันขึ้นมาจากพื้น
พอเห็นสีหน้าอับอายและโกรธแค้นของปีศาจจิ้งจอก เขาก็ทำหน้ารังเกียจ “พวกเราหางานให้แกก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ให้แกกินให้แกดื่ม แถมยังจับคู่ให้ด้วย สบายจะตายเลยไป!”
“ถุย!” ปีศาจจิ้งจอกถ่มน้ำลาย
ทันใดนั้นนักพรตทั้งสองคนก็โกรธ
“แกมันไม่รู้จักบุญคุณ วันนี้ฉันจะถลกหนังจิ้งจอกทั้งเป็น”
พูดจบก็โยนแผ่นยันต์ออกไป แผ่นยันต์นั้นมัดข้อมือของปีศาจจิ้งจอก แขวนมันลอยอยู่กลางอากาศ นักพรตอีกคนพูดอย่างเบื่อหน่ายว่า “เร็วหน่อย พวกเราต้องกลับไปรายงานด้วย”
“ไล่ตามตั้งครึ่งค่อนวัน ไม่นึกว่าจะเป็นแค่ครึ่งปีศาจ เสียเวลาเปล่าจริง ๆ”
“ฆ่าทิ้งก็จบเรื่องแล้ว!”
“พวกเขายังรอให้พวกเรากลับไปรายงานอยู่นะ”
นักพรตหนุ่มรีบพูด “รู้แล้ว ๆ ฉันถลกหนังเร็วมาก! ได้ยินว่าหนังของครึ่งปีศาจขายได้ราคาดีมากทีเดียว แถมยังเอาไปทำยาได้ด้วย”
เขาพูดพลางหยิบมีดเล็ก ๆ ขนาดฝ่ามือออกมา แล้วทำท่าจะลงมือจัดการกับครึ่งปีศาจ กระทั่งพบจุดที่เหมาะสมที่สุดในการลงมือ
มันคือจุดชีพจร
ครึ่งปีศาจพยายามดิ้นรน แต่ถูกยันต์มัดไว้จึงไม่สามารถขยับตัวได้ ดวงตาเบิกกว้างคู่นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันรับรองว่าจะทำให้แกเจ็บปวดทรมานจนตายไปเกิดใหม่ ให้แกเสียใจที่เกิดมาเป็นครึ่งปีศาจในโลกนี้” นักพรตหัวเราะเบา ๆ แล้วเตรียมลงมือ
ครึ่งปีศาจหลับตาแน่น รอคอยความเจ็บปวดที่จะมาถึง