เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1818 เอาชนะฉันให้ได้สิ
บทที่ 1818 เอาชนะฉันให้ได้สิ
ฉู่ลั่วมองกลับมาด้วยแววตาเรียบเฉย “ฉันไม่ได้ตกลงให้พวกคุณพาเขาไป”
“งั้นคุณก็ต้องการจะปกป้องครึ่งปีศาจตนนั้นใช่ไหม?”
“แน่นอน”
สายตาของซ่งหวายเย็นชาขึ้นอีก “ถ้าอย่างนั้นปรมาจารย์ฉู่ก็อยากจะเป็นศัตรูกับองค์กรเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ถ้าการปกป้องเขาหมายถึงการเป็นศัตรูกับพวกคุณ งั้นฉันก็เป็นศัตรูกับพวกคุณค่ะ”
คำพูดนี้ฟังดูหยิ่งผยองเกินไปหน่อย
ไม่เพียงไม่สนใจซ่งหวาย แต่คำพูดนี้ของเธอยังหมายถึงไม่สนใจองค์กรศักดิ์สิทธิ์เลย
เจ้าหน้าที่ในชั้นนี้ต่างก็มีสีหน้าไม่พอใจ
ทุกคนจ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาดุดัน
บางคนถึงกับหยิบอาวุธเวทของตนออกมาแล้ว
ซ่งหวายหรี่ตามอง “ปรมาจารย์ฉู่จะเป็นศัตรูกับองค์กรของพวกเราจริง ๆ หรือ?”
นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เขามอบให้กับหัวหน้าองค์กรรุ่นแรกคนนี้
ถ้าเธอไม่รู้จักถนอมโอกาสไว้ ก็อย่าได้โทษเขาเลย
ฉู่ลั่ว “…”
ซ่งหวายถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอให้คุณอยู่ที่นี่ แล้วให้เจ้าหน้าที่ของเราไปเชิญครึ่งปีศาจตนนั้นมาเอง”
พูดจบ เขาก็โบกมือสั่งการ
เจ้าหน้าที่สองคนที่อยู่ใกล้สุดพุ่งเข้ามา คนหนึ่งโยนยันต์ อีกคนหนึ่งชักปืนอักขระ
การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงเงา
ฉู่ลั่วไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย
เจ้าหน้าที่คนอื่นที่ยืนอยู่ต่างส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา
หัวหน้าองค์กรรุ่นแรกเหรอ!
จะเก่งกาจเท่าไรกันเชียว?
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้คนรุ่นก่อนที่หายไปจากโลกนี้รู้ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
ซ่งหวายก็มองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเสียดายเช่นกัน
ถ้าหากเธอยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เขาก็อาจจะไว้หน้าเธอสักหน่อย แต่ตอนนี้…มันไม่จำเป็นแล้ว
ปัง!
สีหน้าของทุกคนแข็งค้างอยู่กับที่
เจ้าหน้าที่สองคนที่เมื่อครู่ยังเคลื่อนไหวเร็วราวกับเงา คนหนึ่งล้มลงแทบเท้าฉู่ลั่ว อีกคนพุ่งไปชนกับผนังแล้ว
ฉู่ลั่วเป่าลมเบา ๆ ยันต์ที่ลอยอยู่ตรงหน้ากลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงกระสุนนัดหนึ่งที่ล่องลอยอยู่
กระสุนยังคงหมุนควงอยู่กลางอากาศ เธอใช้นิ้วสองนิ้วคีบมันขึ้นมาดูใกล้ ๆ “นี่เป็นผลงานวิจัยของศาสตราจารย์หวัง!”
เมื่อครู่เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ยังคงโกรธจัด แต่พอได้ยินคำพูดของฉู่ลั่วก็ชะงักไป “คุณรู้ได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วตอบ “ตอนที่ศาสตราจารย์หวังทำการวิจัยเพื่อเพิ่มพลังของอักขระ เขาชอบเพิ่มสัญลักษณ์พิเศษบางอย่างลงบนอักขระ”
“ก่อนหน้านี้ฉันได้ให้ซู่เซี่ยงหยางเตือนศาสตราจารย์หวังแล้วว่า สัญลักษณ์พวกนี้แม้จะช่วยเพิ่มพลังของอักขระได้ แต่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเกินไป มันอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้”
เจ้าหน้าที่หญิงทำหน้าเข้าใจ “เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“เธอยังจะคุยกับหล่อนอีกเหรอ!” เจ้าหน้าที่อีกคนจ้องเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นอย่างเหลืออด ก่อนจะลงมือโจมตีฉู่ลั่ว
ซ่งหวายสั่ง “โจมตีพร้อมกัน!”
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็พุ่งเข้าหาฉู่ลั่ว อาวุธเวทและยันต์ต่าง ๆ โจมตีใส่ฉู่ลั่วไม่ยั้ง
แต่เพียงวินาทีเดียว พลังวิญญาณอันทรงพลังก็ระเบิดออกมารอบตัวฉู่ลั่ว เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาโจมตีถูกพลังนี้สะท้อนจนล้มลงกับพื้น ไม่สามารถขยับตัวได้
มีเพียงซ่งหวายกับเหลียงอันที่อาศัยพลังวิญญาณ พยายามทรงตัวไว้อย่างยากลำบาก แต่ทั้งสองก็มีสีหน้าไม่สู้ดีเอาเสียเลย
ซ่งหวายเอ่ย “เพื่อครึ่งปีศาจแค่คนเดียว คุณจะเป็นศัตรูกับองค์กรเลยหรือ? จะเป็นศัตรูกับพวกเรามนุษย์หรือ?”
ฉู่ลั่วหันมามองเขา แล้วแค่นหัวเราะ
“คุณหัวเราะอะไร?”
“ลัทธิเต๋าให้ความเคารพผู้แข็งแกร่ง ผู้แข็งแกร่งพูด ผู้อ่อนแอต้องหุบปาก!” ฉู่ลั่วมองทุกอย่างหนึ่งรอบ “พวกคุณไม่พอใจฉัน ก็เอาชนะฉันให้ได้สิคะ”
ซ่งหวายเบิกตากว้าง
ฉู่ลั่วโยนกระสุนที่คีบอยู่ในมือไปทางซ่งหวาย
กระสุนพุ่งผ่าอากาศมา
ซ่งหวายเบิกตา พยายามจะยกมือขึ้นมาป้องกัน แต่ไม่ทันกาลเสียแล้ว
เขาได้แต่มองกระสุนที่พุ่งเข้าใกล้หว่างคิ้วของตนเอง
แต่เมื่อใกล้จะถึงหว่างคิ้วของเขา มันก็หยุดนิ่งกลางอากาศ แล้วร่วงลงพื้น
ลมหายใจที่ติดค้างอยู่ในลำคอถูกปล่อยออกมาช้า ๆ
เมื่อมองอีกครั้ง ร่างของฉู่ลั่วก็หายไปแล้ว
เหลียงอันที่อยู่ข้าง ๆ ถามว่า “หัวหน้าองค์กร ตอนนี้เราจะทำยังไงดีครับ? ฉู่ลั่วคนนี้ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ เลย”
ซ่งหวายแค่นเสียงเย็นชา “รายงานไปยังเบื้องบน แล้วก็ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ดำเนินการ”