เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1822 สปาย
บทที่ 1822 สปาย
[บอกแล้วว่าฝ่ายจัดการแข่งขันต้องการผลักฉู่ลั่วออกไป เลยจงใจสร้างความยากลำบากให้เธอ เหอะ! ไม่ใช่ว่าเธอเก่งมากหรือ? มีฝีมือก็เอาชนะให้ได้สิ!]
[พวกคุณไม่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ หน่อยหรือ? ดวงไฟผีพวกนี้ไม่เหมือนจะมาหลอกคนนะ มันเหมือนมาเพื่อ…]
[ส่องสว่าง]
ดวงไฟผีเหล่านี้ลอยไปตามเส้นทางที่ฉู่ลั่วเดินอย่างเป็นระเบียบ ดวงไฟสี่ห้าดวงรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่องสว่างทางเดินใต้เท้าของฉู่ลั่วจนเจิดจ้า
ฉู่ลั่วค่อย ๆ เดินขึ้นไปทีละก้าว
ดวงไฟผีสว่างขึ้นทีละกลุ่ม ๆ
กรอบแกรบ กรอบแกรบ
สายลมพัดผ่าน
หน้าป้ายหลุมศพหลายแห่งมีดวงวิญญาณลอยออกมา
[มาแล้ว]
[ผีเยอะจังเลย!]
[ฉันรู้สึกกลัวมาก ถึงจะดูผ่านหน้าจอก็เถอะ]
[ไม่ใช่แล้ว มันดูน่าขนลุกเกินไปหน่อยนะ!]
[เงียบ ๆ มันมาแล้ว!]
วิญญาณดวงหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดูจากพลังหยินรอบตัวแล้ว อย่างน้อยก็ต้องเป็นผีที่มีอายุร้อยปี
ขณะที่ผู้ชมที่หน้าจอกำลังกลั้นหายใจรอดูฉู่ลั่วรับมือ ผีร้อยปีตนนั้นก็วิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว แล้วคุกเข่าลงพร้อมกับพูดว่า “ปรมาจารย์ คุณกลับมาแล้วเหรอ!”
“อืม คุณคือ…”
“ผมเป็นคนตระกูลจั่ว! ปรมาจารย์ลืมแล้วหรือ? ตระกูลจั่วที่เคยถูกพวกนักพรตจมูกวัวทำลายหลุมศพจนเกือบจะสิ้นทายาทยังไงล่ะ!”
ฉู่ลั่วนึกขึ้นได้ในทันที
เป็นบรรพบุรุษของจั่วโยวโยว
“คุณ…”
“ผมมาเพื่อชี้ทางให้ ปรมาจารย์ครับ ผีร้ายตนนั้นอยู่ทางโน้น!”
เขาชี้ไปที่แนวป่าเล็ก ๆ ทางซ้ายของสุสาน
ทันทีที่ผีร้อยปีตนนี้เอ่ยปาก ผีทั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงจอแจ
“ปรมาจารย์ครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”
“ปรมาจารย์ยังดูสง่างามเหมือนเดิมเลยคะ”
“ปรมาจารย์ครับ ผีร้ายตนนั้นไม่รู้จักบุญคุณจริง ๆ พอรู้ว่าปรมาจารย์มาถึงแล้วยังไม่รีบมาหา ยังจะให้ปรมาจารย์ไปจับตัวอีก ปรมาจารย์รออยู่ตรงนี้นะครับ ผมจะไปจับมันมาเอง!”
“ฉันไปเอง ๆ!”
“ผมก็จะไปด้วย”
ในชั่วพริบตาผีทั้งหมดในสุสานก็แห่กันไปที่แนวป่าเล็ก ๆ ทางด้านซ้าย ไม่นานนักก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากข้างใน
ฉู่ลั่ว “…”
ผู้ชม “……”
[ไม่ใช่สิ นี่กำลังทำอะไรกันอยู่?]
[นี่มันวิธีอะไรกัน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!]
[บอกเลยว่าฉู่ลั่วเป็นสปายของมนุษย์! ถ้าไม่ใช่สปายของมนุษย์ พวกผีพวกนี้จะฟังคำสั่งเธอได้ขนาดนี้เหรอ?]
[คนข้างบนหุบปากซะ! ไปค้นหาเรื่องฉู่ลั่วกับสุสานดอกบัวสิแล้วจะรู้เอง! ระวังลูกหลานของสุสานดอกบัวจะรู้นะ!]
ขณะที่ผู้ชมกำลังถกเถียงกัน กลุ่มผีก็จับผีร้ายตนหนึ่งมาอย่างยิ่งใหญ่ พวกเขากดผีร้ายนั้นลงตรงหน้าฉู่ลั่ว
“ปรมาจารย์ พวกเราจับผีร้ายมาแล้ว”
“มันเป็นผีร้ายที่มีหนี้เลือดติดตัว แต่กลับกล้ามาที่สุสานดอกบัวของพวกเรา เหอะ! รนหาที่ตายชัด ๆ !”
“ฆ่าเขาก็ยังน้อยไป!”
“รู้ว่าปรมาจารย์มาแล้วก็ยังไม่รีบมามอบตัวอีก หวังจะให้ปรมาจารย์ไปจับเขาด้วยตัวเอง เขาใหญ่โตมาจากไหนกัน!”
“ใช่แล้ว ๆ เขาใหญ่โตมาจากไหน ถึงคิดจะให้ปรมาจารย์ไปจับเขาด้วยตัวเอง หึ!”
“คงเป็นผีที่เพิ่งตายใหม่ ๆ แม้แต่ปรมาจารย์เป็นใครก็คงยังไม่รู้!”
“ฉันรู้!” ผีร้ายที่ถูกกดอยู่กับพื้นดิ้นรนตะโกนออกมา “ฉันรู้ ๆ ฉันตายมาแค่ยี่สิบปี ตอนที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นแฟนคลับของปรมาจารย์แล้ว”
เขาสะอื้นเล็กน้อย “ลูกสาวของฉันก็เป็นแฟนคลับของปรมาจารย์เหมือนกัน”
อาจเป็นเพราะกำลังพูดถึงเรื่องเศร้า ผีร้ายก็ทรุดลงกับพื้นร้องไห้โฮทันที
เขาร้องไห้อย่างเศร้าโศกเกินไป จนกลุ่มผีต่างพากันปล่อยมือออก
ฉู่ลั่วเอ่ย “บนตัวคุณมีหนี้เลือด”
ผีร้ายยังคงร้องไห้ไม่หยุด
ฉู่ลั่ว “คุณทำให้คนอื่นตาย ถ้าไม่อธิบายเหตุผลมา ฉันจะส่งคุณไปปรโลกแล้วนะคะ”
เธอพูดจบ ผีร้ายก็เงยหน้าขึ้น มองฉู่ลั่วด้วยน้ำตาเลือดที่ไหลริน
“ปรมาจารย์ ช่วยผมด้วย!”
สิบนาทีต่อมา
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนพื้น ตรงข้ามคือผีร้ายที่กำลังคุกเข่า รอบข้างมีวิญญาณมากมายนั่งฟังผีร้ายบ่นอย่างเงียบ ๆ
[นี่มันอะไรกันเนี่ย]
[บรรยากาศมันดูแปลก ๆ นะ!]
[คนอื่นเขาปราบปีศาจสังหารมาร แต่ที่นี่กลายเป็นการไต่สวนไปได้ยังไง!]
[จับผีร้ายได้ก็กำจัดมันสิ แถมยังเป็นผีที่ฆ่าคนด้วย ยังเก็บไว้ทำไม? ฉู่ลั่วนี่เป็นสปายของพวกเรามนุษย์ชัด ๆ ]
[สปายของมนุษย์!]