เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1826 ไม่เหมือนกับสมัยก่อน
บทที่ 1826 ไม่เหมือนกับสมัยก่อน
ดวงตาเย็นชาและไร้คลื่นอารมณ์คู่นั้นจ้องมองเลนส์กล้อง ส่วนด้านหลังเธอยังพอจะเห็นวิญญาณที่กำลังโกรธแค้นและนักพรตชราที่กำลังอ้อนวอนขอชีวิตอยู่ราง ๆ
ภาพนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
โดยเฉพาะเมื่อฉู่ลั่วมองมา ชาวเน็ตที่เคยโวยวายในไลฟ์ก็พากันเงียบกริบ
ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยยกยอหรือรังเกียจ ต่างก็หายไปหมด
ผู้ชมหลายล้านคนในไลฟ์ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็น
ฉู่ลั่วมองกล้องอย่างเย็นชานานสิบกว่าวินาที จากนั้นจึงพูดว่า “ฉันกลับมาแล้ว”
หลังจากพูดสี่คำสั้น ๆ นี้จบ เธอก็ยกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย็นชา
จากนั้นเธอลุกขึ้นและเดินตรงไปด้านหลัง
วิญญาณสามดวงที่กำลังสนุกสนานกับการทำร้ายร่างกายคนพากันหยุดชะงัก
ตอนนี้ใบหน้าของนักพรตชราที่นอนอยู่บนพื้นถูกข่วนจนเละไปครึ่งหนึ่ง เลือดไหลนองไปทั่ว
โดยเฉพาะบริเวณช่วงล่างของร่างกาย ยิ่งมีเลือดไหลออกมามากกว่าจุดอื่น
ตอนนี้เขางอตัวอยู่บนพื้น พอเห็นฉู่ลั่วเดินเข้ามา ก็ถึงกับไม่กล้าร้องโอดครวญ “เจ้านิกาย ผมผิดไปแล้ว เจ้านิกาย เจ้านิกาย…”
เขานึกขึ้นได้
ภาพที่เจ้านิกายทำลายวิญญาณของคนอื่นอย่างง่ายดาย ภาพที่เจ้านิกายจัดการกับผู้บำเพ็ญของสำนักเต๋าอย่างไม่ยี่หระ…เขานึกขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว
“เจ้านิกาย ผมแค่…ชั่ววูบ…”
“ชั่ววูบอะไร?”
นักพรตชราพูดไม่ออก
เขามองใบหน้าเรียบเฉยของฉู่ลั่ว ความหวังสุดท้ายในดวงตาของเขาหายไป
“ขอร้องเถอะเจ้านิกาย อนุญาตให้ผม…อนุญาตให้ผม…ได้มีชาติหน้า”
“แน่นอนค่ะ” เสียงของฉู่ลั่วราบเรียบ “แค่อาจจะต้องให้คุณไปมอบตัว”
“ถ้าคุณมอบตัวแล้ว…”
“เจ้านิกายวางใจได้ เจ้านิกายวางใจได้ ผมจะ…พูดทุกอย่างออกมาแน่นอน พูดออกมาทุกอย่าง”
ฉู่ลั่วหันไปมองจางหยวนที่อยู่ข้าง ๆ
เขาไม่เพียงได้แก้แค้นครั้งใหญ่ แต่ยังสามารถกอบกู้ชื่อเสียงให้กับครอบครัวตัวเองด้วย
จางหยวนสมปรารถนาแล้ว เขายืนอย่างว่าง่ายข้างกายฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ ผมจะฟังคุณทั้งหมด”
ฉู่ลั่ว “ฉันจะส่งคุณไปปรโลกค่ะ”
เธอคว้าตัวทั้งสามวิญญาณ แล้วหายตัวไปทันที
ภาพบนหน้าจอดับลงอีกครั้ง
แล้วหนึ่งนาทีต่อมา บนหน้าจอสีดำก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่
‘ผ่าน’
ไลฟ์ของฉู่ลั่วจบลง
ณ องค์กร
ซ่งหวายลุกขึ้นยืนอย่างเย็นชา “เธอหมายความว่ายังไง? ต้องการจะเตือนพวกเราเหรอ?”
เหลียงอัน “หัวหน้าองค์กร ตอนนี้ความคิดเห็นของชาวเน็ตที่มีต่อฉู่ลั่วแบ่งเป็นสองขั้วแล้วครับ!”
เดิมทีทางองค์กรได้ออกมาชี้นำความคิดเห็นของมวลชนไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าแค่ฉู่ลั่วผ่านการแข่งขันรอบแรกเพียงครั้งเดียว ก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลายและขัดแย้งกันอย่างมาก
โลกใบนี้มักจะยกย่องคนที่แข็งแกร่งเสมอ
โดยเฉพาะฉู่ลั่ว
การถ่ายทอดสดอย่างง่าย ๆ ครั้งนี้ ได้เผยให้เห็นถึงสถานะของเธออย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นในลัทธิเต๋า ในโลกของผี หรือแม้แต่ในปรโลก สถานะของฉู่ลั่วก็สูงส่งนัก
ไม่ใช่แค่องค์กรเท่านั้น แม้แต่ในลัทธิเต๋าเองก็เกิดแรงสั่นสะเทือนเพราะคำพูดที่ว่า ‘ฉันกลับมาแล้ว’ ของฉู่ลั่ว
สายตานั้น น้ำเสียงนั้น
ชัดเจนว่าไม่ได้กำลังทักทายพวกเขาเหล่าคนเก่าคนแก่!
หลายคนนึกถึงวิธีการและพลังที่ฉู่ลั่วใช้จัดการกับลัทธิเต๋าในอดีต ยิ่งพาให้รู้สึกไม่สบายใจมาก
“แต่ตอนนี้มันต่างจากเมื่อก่อนนะ!” มีผู้บำเพ็ญคนหนึ่งพูดเบา ๆ “ตอนนี้ประตูแดนเทพเปิดแล้ว พลังวิญญาณก็หลั่งไหลลงมา ผู้บำเพ็ญของลัทธิเต๋ามากมายต่างก็สำเร็จกันแล้วทั้งนั้น พวกเรายังต้องกลัวเธออีกเหรอ?”
พอคำพูดนี้ดังขึ้น บรรยากาศก็เงียบลงทันที
“คำพูดแบบนั้นก็เหมือนจะถูกต้องนะ!”
“ตอนนี้มันไม่เหมือนกับสมัยก่อนแล้ว!”
“ใช่ ๆ ไม่ต้องพูดถึงพวกผู้บำเพ็ญหรอก แค่พวกเราในช่วงหลายปีมานี้ก็ฝึกสำเร็จบ้างแล้วไม่ใช่หรือ?”
ตอนนั้นเอง มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นมา “ตอนที่พลังวิญญาณขาดแคลน พวกเขายังสามารถบำเพ็ญจนถึงขั้นบรรลุได้ แถมยังวาดยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงได้ด้วย สามารถสั่งการเทพภูเขาและแม่น้ำได้ ตอนนี้พลังวิญญาณหลั่งไหลลงมาแล้ว ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะบำเพ็ญไปถึงขั้นไหน”
คนที่พูดคือไจ๋ฉาง
เขาหัวเราะเยาะแล้วลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อพลางพูดว่า “ถ้าพวกคุณคิดว่าตัวเองสามารถต่อกรกับฉู่ลั่วได้จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งซุบซิบกันอยู่ตรงนี้หรอก บุกไปถึงที่หน้าประตูบ้านเธอเลยสิ!”