เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1825 ขอแค่ไม่ถึงตาย
บทที่ 1825 ขอแค่ไม่ถึงตาย
[มึนไปหมดแล้ว]
[เมื่อกี้มันคืออะไรน่ะ]
[ฉันรู้แค่ว่าในโลกนี้มียันต์เคลื่อนย้าย แต่ไม่รู้ว่าจะมียันต์เคลื่อนย้ายที่เร็วขนาดนี้!]
[อยากอาเจียน!]
[ฉู่ลั่วคิดจะทำอะไรกันแน่?]
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองวัดเต๋าตรงหน้า แล้วพาวิญญาณทั้งสามเดินเข้าไปข้างใน
แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็เห็นนักพรตสองคนถือแส้ปัดเดินออกมาจากประตูวัดเต๋า “สหายนักพรต ที่นี่คือสถานที่ของลัทธิเต๋า สหายนักพรตอย่าได้นำสิ่งสกปรกเข้ามาเลย”
สายตาของนักพรตทั้งสองตกอยู่ที่วิญญาณสามดวงด้านหลัง
โดยเฉพาะจางหยวน
“สหายนักพรต นี่คือผีร้าย สมควรถูกกำจัดทิ้ง”
นักพรตอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ จ้องมองฉู่ลั่ว ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไป เขาดึงแขนเสื้อของสหายร่วมสำนัก “เธอคือฉู่ลั่ว”
“อะไรนะ?”
“ฉู่ลั่ว!”
เมื่อพูดถึงชื่อฉู่ลั่ว สีหน้าของนักพรตทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
ฉู่ลั่วจับวิญญาณสามดวงเดินไปทีละก้าว
[นี่ไม่ใช่วัดซิงเอินเหรอ]
[วัดเต๋าที่มีชื่อเสียงของเมืองเจียงนี่นา! ห้ามเธอสิ! ยืนเฉยทำไม?]
[ดูสีหน้าของพวกเขาสิ พวกคุณคิดว่าพวกเขากล้าห้ามเธอเหรอ?]
[เหอะ กล้าห้ามเทพธิดาน้อย อยากตายหรือไง!]
[พวกเธอจะรู้อะไร ตอนที่เทพธิดาน้อยโด่งดัง นักพรตสองคนนี้คงจะยังกินนมแม่อยู่เลย!]
ฉู่ลั่วจับวิญญาณสามดวงเดินผ่านนักพรตสองคนไปอย่างไม่สนใจ ตรงเข้าไปในวัด
วันนี้วัดปิด ไม่มีนักท่องเที่ยวอยู่ข้างใน
หลังจากพาวิญญาณทั้งสามเข้ามาแล้ว ฉู่ลั่วก็ถามผีลูกสาว “ไปทางไหน?”
ผีลูกสาวรีบชี้ไปทางหนึ่งทันที สีหน้าดูตื่นเต้นเล็กน้อยขณะเดินตามฉู่ลั่ว “ทางนั้นค่ะปรมาจารย์ อยู่ทางนั้น”
ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็เป็นแฟนคลับของฉู่ลั่ว แต่ไม่มีโอกาสได้เชื่อมต่อพูดคุยกับเทพธิดาน้อย
ไม่คิดว่าหลังจากตายแล้ว จะยังได้เทพธิดาน้อยมาแก้แค้นให้ตัวเองอีก
ใครจะได้รับเกียรติขนาดนี้อีกล่ะ!
ผีตนไหนก็ไม่ได้รับหรอก
ต่อไปถ้าเอาไปพูด เธอก็จะเป็นสาวงามที่ทำให้เทพธิดาน้อยโกรธจัดจนหน้าแดงแล้ว
สีหน้าของผีลูกสาวยังแสดงความตื่นเต้นเล็กน้อย “ตรงนี้แหละค่ะ”
พร้อมกับคำพูดของเธอ ประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออก
“วันนี้ปิดวัด เป็นใครกันที่มาส่งเสียงดังอึกทึกที่นี่”
พอประตูเปิดออก คนข้างในก็เห็นฉู่ลั่วเป็นคนแรก
เขาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว “จะ…เจ้านิกาย!”
ฉู่ลั่วมองผีลูกสาว “เขาคนนี้ใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเบา ๆ
ชั่วพริบตาต่อมา เธอก็กระโดดไปอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์คนนั้น ปรมาจารย์เต๋ายังไม่ทันตั้งตัว ฉู่ลั่วก็คว้าคอเขาแล้วโยนออกไปในลานวัด
“แก้แค้นด้วยตัวเองเถอะค่ะ ขอแค่ไม่ถึงตาย ที่เหลือแล้วแต่พวกคุณ”
พอได้ยินคำพูดนี้ วิญญาณทั้งสามก็ตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะพุ่งเข้าหาปรมาจารย์เต๋า
ปรมาจารย์เต๋ารีบประสานมือ กำลังจะขัดขืนต่อต้าน แต่พอยกมือขึ้นมาครึ่งทาง ก็สบตากับดวงตาเรียบเฉยไร้อารมณ์ของฉู่ลั่ว การประสานมือของเขาหยุดชะงักทันที
เขาหรี่ตาลงด้วยความกลัว ปล่อยให้วิญญาณทั้งสามเข้ามาโจมตี
เมื่อลูกศิษย์สองคนเข้ามาเห็นภาพนี้ ยังไม่ทันได้ขยับตัว ก็ได้ยินเสียงของฉู่ลั่วพูดว่า “ข่วยนำเก้าอี้มาให้หน่อยค่ะ”
คำพูดฟังดูสุภาพ แต่แฝงด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง
ลูกศิษย์ทั้งสองรีบเข้าไปยกเก้าอี้ไม้ทรงโบราณที่หนักอึ้งออกมาวางไว้กลางลาน
ฉู่ลั่วนั่งลงบนเก้าอี้ หลับตาพักผ่อน
เบื้องหลังเป็นเสียงร้องโหยหวนน่าสยดสยองของนักพรตชรา และเสียงคำรามด้วยความโกรธของวิญญาณทั้งสาม
ภาพนี้ทำให้ผู้ชมในไลฟ์ตกใจกันหมด
[นี่มันดูโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า!]
[ฉู่ลั่วกำลังสอนให้ผีร้ายทำร้ายคนงั้นเหรอ? เธอเป็นสปายของมนุษย์จริง ๆ ด้วย]
[ไม่ใช่…คนของวัดซิงเอินไม่ใช่ว่าเก่งมากหรอกเหรอ? ทำไมพอเจอฉู่ลั่วแล้วถึงไม่กล้าพูดอะไรสักคำเลยล่ะ!]
[พวกเธอตอนเด็ก ๆ คงยังไม่รู้จักสถานะของเทพธิดาน้อยสินะ!]
[พวกเด็กน้อยอย่างพวกเธอจะรู้อะไรล่ะ]
ขณะที่เสียงร้องน่าสยดสยองจากด้านหลังค่อย ๆ อ่อนลง ฉู่ลั่วที่หลับตาอยู่ตลอดก็ลืมตาขึ้นทันที
เธอปรับกล้องด้วยตัวเอง โดยหันกล้องมาที่ใบหน้าของเธอ
เธอจ้องมองกล้องอย่างเงียบสงบ