เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1837 คดีสังหารหมู่ทั้งหมู่บ้าน
บทที่ 1837 คดีสังหารหมู่ทั้งหมู่บ้าน
ฉู่จ้านไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่อง ‘เลี้ยงลูก’ แม้แต่ฉู่เหิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร
พวกเขารู้สึกแค่ว่า ‘เด็ก’ คนนี้อาจจะเป็นปีศาจอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็เป็นเด็กที่พวกเธอรับอุปการะมาจากที่นั่น
ฉู่จ้านแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย “เธอยอมปลูกต้นไม้ดอกไม้ แต่ไม่ยอมกลับมาเลยเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “…”
กวนวั่นปล่อยวางจากฉู่จ้านไปนานแล้วจริง ๆ
ตอนนี้เธอทุ่มเทจิตใจทั้งหมดให้กับการสืบทอดวิชาสิบสองเข็มของหมอผี
ฉู่จ้านรู้สึกผิดหวังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามอีกว่า “อยู่ที่นั่นเธอสบายดีไหม?”
“สบายดีค่ะ” ฉู่ลั่วคิดสักพัก แล้วพูดออกมา “เสียงของเธอดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่”
ฉู่จ้าน “เสียงเธอดีขึ้นแล้วหรือ?”
“เธอมีฝีมือแพทย์ จะต้องดีขึ้นอีกแน่นอน”
ฉู่จ้านรู้สึกดีใจ แต่แล้วก็ยิ่งรู้สึกเศร้ามากขึ้น
เธอดีขึ้นแล้ว
และเธอก็ไม่อยากกลับมาอีก
ด้านฉู่จ้านกำลังผิดหวัง ส่วนด้านซ่งเชียนหย่ากำลังได้ยกอาหารออกมาด้วยตัวเอง โดยมีเวินอวิ๋นเสาเดินตามหลังมา
ไม่นาน บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารเช้ามากมาย
ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารที่ฉู่ลั่วชอบกิน
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วด้วยความคาดหวังเล็กน้อย เมื่อเห็นฉู่ลั่วกินอาหารทุกอย่างและบอกว่าอร่อย เธอก็ยิ่งดีใจ รีบแนะนำอาหารต่าง ๆ ที่เธอทำให้ฉู่ลั่วทันที
หลังจากกินเสร็จ ฉู่ลั่วก็พูดกับพวกเขาว่า “วันนี้ฉันต้องไปเข้าร่วมการแข่งขันต่อค่ะ สถานที่แข่งขันยังคงเป็นเมืองเจียง แค่อยู่แถบชานเมืองของเมืองเจียงเท่านั้น”
พูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงดังมาจากนอกประตู
“พี่ลั่ว ผมมาเป็นคนขับรถให้คุณแล้ว”
ซ่งจือหนานเดินเข้ามา หลังจากทักทายคนในตระกูลฉู่แล้ว เขาจึงพูดกับฉู่ลั่วว่า “พี่ลั่ว คุณคงไม่ลืมใช่ไหมครับ! ผมเป็นคนขับรถส่วนตัวของพี่ลั่วนะ ตอนนี้คุณกลับมาเมืองเจียงแล้ว แน่นอนว่าต้องให้ผมเป็นคนขับรถสิครับ!”
พอได้ยินคำพูดนี้ คนตระกูลฉู่ทั้งหมดก็ไม่เห็นด้วย
ฉู่เหิงหัวเราะ “เรื่องมันผ่านมากี่ปีแล้ว นายยังจำได้อีก ตอนนี้ลั่วลั่วจะไปไหน พวกเราตระกูลฉู่ก็จะไปส่งเอง”
ซ่งเชียนหย่าพยักหน้าติด ๆ “จือหนาน! ในที่สุดลั่วลั่วก็กลับมาแล้ว ต้องใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์ให้มากขั้นสิ”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “จือหนาน นายทำเรื่องนี้ พ่อแม่นายรู้หรือเปล่า?”
ซ่งจือหนานแสดงสีหน้าเหมือนตอนยังหนุ่ม “พ่อแม่ผมต้องรู้สิครับ! พวกท่านเป็นคนให้ผมมาเองด้วยซ้ำ พวกท่านบอกว่ากลัวพี่ลั่วจะไม่มีรถนั่งกลับมา”
สีหน้าของคนตระกูลฉู่ดูไม่ดีขึ้นมาทันที
ซ่งจือหนานพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง ไม่เห็นเค้าของคนที่มีลูกชายวัยยี่สิบปีแล้ว “เอาเป็นว่า…เข้าใจตรงกันนะครับ!”
ด้วยประโยคนี้ เขาก็พาฉู่ลั่วออกไปอย่างราบรื่น
พอขึ้นรถได้ เขาก็พูดว่า “พี่ลั่ว จริง ๆ แล้วพ่อแม่ผมไม่อยากให้ผมมาหรอก ผมอยากมาเอง”
เขาขับรถไปพลางพูดไป “ผมดีใจมากที่คุณช่วยป้าซ่งไว้! แต่ว่าในใจก็รู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ว่า…”
แต่ความเจ็บปวดก็คือความเจ็บปวด
เขารู้สึกเสียดายแทนพี่ลั่วมาก
รู้สึกไม่ควรปล่อยให้ตระกูลฉู่สมหวังเร็วขนาดนี้ ต้องคอยแทงใจดำพวกเขาเป็นระยะ ๆ ต่างหาก
ฉู่ลั่วยิ้มเล็กน้อย “ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดของพวกเขาทั้งหมดหรอก”
ซ่งจือหนานแค่นเสียง
ไม่นานรถก็พาพวกเขามาถึงจุดหมาย
ยังไม่ทันเข้าใกล้ ฉู่ลั่วก็สัมผัสได้ถึงพลังหยินที่พุ่งทะยานสูงเสียดฟ้า
ซ่งจือหนานมองแล้วก็เข้าใจทันที “ผมรู้จักสถานที่นี้ สิบปีก่อนเคยเกิดคดีสังหารหมู่ทั้งหมู่บ้านที่โด่งดังของเมืองเจียง”
พูดถึงสถานที่นี้ ซ่งจือหนานก็ลูบแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว
“สิบปีก่อนที่หมู่บ้านหวงอัน จู่ ๆ วันหนึ่งคนทั้งหมดในหมู่บ้านก็ตายภายในวันเดียว”
ฉู่ลั่ว “ตายหมดทุกคนเลยเหรอ?”
ซ่งจือหนานพยักหน้า “ใช่ครับ ทุกคนตายหมด ตอนนั้นมันเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศเลย บางคนบอกว่าเป็นการวางยาพิษ บางคนบอกว่าเป็นการสังหารหมู่ มีคำอธิบายเรื่องนี้ไว้มากมาย แต่ว่า…”
“กลับไม่พบหลักฐานอะไรเลยครับ”
“หลังจากนั้น ลัทธิเต๋าก็ส่งคนมาตรวจสอบ แต่พอคนของลัทธิเต๋ามาถึง ก็ไม่สามารถเข้าไปในหมู่บ้านหวงอันได้แล้ว”