เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1850 จิ่งอี
บทที่ 1850 จิ่งอี
หญิงสาวกะพริบตา ชัดเจนว่าเธอกำลังโล่งอก “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ…จิ่งอี”
“เธอคือจิ่งอีนี่เอง” หลิงฟางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ฉันชื่อหลิงฟาง”
หลังจากทักทายกันแล้ว ทั้งสามคนก็เตรียมตัวเข้าสู่อิ๋งเซียง
ใครจะรู้ว่าพอเดินมาถึงปากทางเข้าค่ายกล ก็ถูกเป่ยฉินขวางไว้
เป่ยฉินและเพื่อนร่วมทีมต่างจ้องมองพวกเขาทั้งสามคนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร “เขาเป็นครึ่งปีศาจก็ช่างเถอะ แต่จิ่งอี…”
“เธออย่าลืมสิว่าตัวเองเป็นมนุษย์ เธอจะทรยศต่อมนุษย์เหมือนพวกเขาสองคนหรือไง?”
จิ่งอีชำเลืองมองเป่ยฉินแวบหนึ่ง “กฎการแข่งขันเปลี่ยนไปแล้วหรือคะ? ตอนนี้เป็นการแข่งขันว่าใครจะใช้การบีบบังคับทางศีลธรรมได้ดีกว่ากันหรือคะ? ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงเป็นที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”
“เธอหมายความว่ายังไง?”
“การแข่งขันก็คือการแข่งขัน ชนะคือชนะ แพ้คือแพ้ ถ้ามนุษย์ทุกคนเป็นเหมือนคุณที่ชอบรังแกคนอื่น ชอบบีบบังคับศีลธรรมแบบนี้ มนุษย์ก็คงไม่มีความหวังอะไรแล้ว”
เป่ยฉินถูกพูดใส่จนพูดไม่ออก
เขาเบิกตากว้าง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งขึ้นมา
“ดีมาก! งั้นเจอกันที่สนามแข่งแล้วกัน”
เป่ยฉินแค่นเสียงอย่างเย็นชา แล้วพาทีมของตัวเองเข้าไปอย่างรวดเร็ว
พวกฉู่ลั่วก็เข้าไปในอิ๋งเซียงตามหลัง
“สถานที่เป็นยุคโบราณ ดูจากรูปแบบแล้วน่าจะเป็นสมัยราชวงศ์จิ้นหรือไม่ก็ยุคราชวงศ์เหนือใต้”
ทันทีที่เข้ามาในอิ๋งเซียง จิ่งอีก็เอ่ยหลังจากมองรอบ ๆ
หลิงฟางมองสิ่งก่อสร้างโบราณ “ว่ากันว่าอิ๋งเซียงมีต้นไม้เซียนอยู่ สามารถเปลี่ยนแปลงฉากได้ทุกรูปแบบ ทำให้คนที่เข้ามาข้างในรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”
จิ่งอีมองฉู่ลั่วแวบหนึ่ง “เมื่อก่อนก็เป็นปรมาจารย์ฉู่ที่ปราบต้นไม้เซียนได้”
เธอพูดพลางก้มหน้าดูสมองกล “แน่นอนว่าในทีมของเรา ปรมาจารย์ฉู่ก็คือหัวหน้าทีม ตอนนี้หัวหน้าทีมมีพลังวิญญาณไหมคะ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่มี”
จิ่งอีเก็บสมองกล “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเราสองคนต้องปกป้องหัวหน้าทีมแล้ว”
พูดจบ เธอก็ใช้มือลูบห่อผ้าสีเขียวที่สะพายอยู่ด้านหลังและกำไลงูสีเงินบนข้อมือของตัวเอง
หลิงฟางรู้สึกสับสนมาก “แค่พวกเราสองคนจะทำได้จริง ๆ เหรอ”
“ไม่ได้ก็ต้องได้ การแข่งขันรอบที่สามไม่ใช่แค่การแข่งล่าสัตว์ธรรมดา แน่นอนว่าต้องมีการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันภายในอิ๋งเซียงด้วย”
“ลูกพี่มีประสบการณ์ ผมจะฟังคุณครับ”
หลิงฟางพูดจบก็มองไปที่ฉู่ลั่วอีกครั้ง กลัวว่าลูกพี่ผู้ยิ่งใหญ่จะไม่เห็นด้วย
ฉู่ลั่ว “พวกเราฟังจิ่งอีเถอะ”
ดวงตาจิ่งอีเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น แต่เธอควบคุมมันไว้ได้ “งั้นเราไปดูรอบ ๆ กันดีกว่าค่ะ”
ทันทีที่พูดจบ ภาพตรงหน้าก็สั่นไหวราวกับคลื่นน้ำ
เมื่อครู่ยังไม่มีใครอยู่ แต่ตอนนี้รอบด้านกลับเต็มไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างเงยหน้ามองไปยังจุดหนึ่ง
“พลังวิญญาณช่างแรงกล้าจริง ๆ”
ทั้งสามคนมองตามสายตาของกลุ่มคนไป เห็นร่างสองร่างสีดำและสีขาวกำลังต่อสู้กันอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า ไม่นานร่างสีดำก็เริ่มเสียเปรียบ
ทันทีที่ดาบสีขาวออกมา เงาร่างสีดำก็สลายหายไป
มุมปากของหลิงฟางกระตุก เขาพูดด้วยความหวาดกลัวว่า “แค่ดาบเดียวก็ทำให้สลายเป็นผุยผง ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
เงาร่างสีขาวร่อนลงมาบนพื้น ผู้คนรีบล้อมเข้าไปทันที
“สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งมังกร เก่งกาจจริง ๆ”
“ศิษย์เอกของเจ้าสำนักเยี่ยนฟางย่อมต้องเก่งอยู่แล้ว”
แม้จะเป็นนักพรต แต่ไม่ได้สวมชุดเต๋า กลับสวมชุดของลูกหลานตระกูลใหญ่ หลังจากทักทายทุกคนแล้ว เขาก็เดินมาหาพวกฉู่ลั่ว
“พวกเธอคงเป็นศิษย์น้องร่วมสำนักที่อาจารย์จัดเตรียมมาใช่ไหม?”
หลิงฟาง “หา?”
จิ่งอีตอบสนองอย่างรวดเร็ว “ใช่ค่ะ”
ฉู่ลั่วกลับจ้องมองใบหน้าของคนที่มา เพียงชั่วขณะก็เข้าใจสาเหตุที่ต้นไม้เซียนหลางกานเปลี่ยนนิสัยไปกะทันหัน
“ฉันคือโม่เฉิง ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเธอ ครั้งนี้ฉันจะพาพวกเธอไปท่องเที่ยวในโลกมนุษย์ อาจารย์น่าจะบอกพวกเธอไว้แล้วว่า ครั้งนี้ฉันจะพาพวกเธอไปยังดินแดนซ่างตั่ง ที่นั่นมีปีศาจเสือตัวหนึ่งกำลังอาละวาด”